bitkub-banner

ชาวอเมริกันมองเศรษฐกิจย่ำแย่เป็นประวัติการณ์ ดัชนีมิชิแกนร่วงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1951

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ดัชนีสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของมหาวิทยาลัยมิชิแกนร่วงลง 12.2% ในเดือนตุลาคม เหลือ 44.7 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนีในปี 1951
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมลดลงเหลือ 46.3 จุด จาก 48.1 จุดในเดือนกันยายน สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพและทิศทางเศรษฐกิจ
  • ความเชื่อมั่นที่อ่อนแออาจกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคและเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ตลาดยังจับตาว่าจะส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ย Fed อย่างไร 

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงอาจเป็นสัญญาณลบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น แต่หากทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะผ่อนคลายนโยบายการเงินมากขึ้น ก็อาจเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin ได้เช่นกัน จึงต้องพิจารณาร่วมกับเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย

ชาวอเมริกันกำลังแสดงความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจอย่างหนัก หลังผลสำรวจของ มหาวิทยาลัยมิชิแกน เผยว่า ดัชนีสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันร่วงลง 12.2% ในเดือนตุลาคม เหลือเพียง 44.7 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มสำรวจในปี 1951 โดยผู้บริโภคกำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ดัชนีเศรษฐกิจปัจจุบันร่วงทำสถิติต่ำสุด

ข้อมูลเบื้องต้นประจำเดือนตุลาคม 2026 แสดงให้เห็นว่า ดัชนีสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันลดลงจาก 50.9 จุดในเดือนกันยายน เหลือ 44.7 จุด หรือลดลง 12.2% ภายในเดือนเดียว และลดลงถึง 23.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมลดลงจาก 48.1 จุด เหลือ 46.3 จุด แม้ดัชนีความคาดหวังทางเศรษฐกิจในอนาคตจะขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 47.3 จุดก็ตาม 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ผู้บริโภคบางส่วนยังมีความหวังต่ออนาคต แต่การประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันกลับย่ำแย่ลงอย่างชัดเจน

ค่าครองชีพและเงินเฟ้อยังคงกดดันผู้บริโภค

หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือราคาสินค้าและพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่ต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นยังส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าราคาแพงและการใช้จ่ายในครัวเรือน

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนยังพบว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นจาก 4.6% ในเดือนกันยายน เป็น 4.7% ในเดือนตุลาคม ส่วนความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาวขยับขึ้นเป็น 3.5% 

เมื่อผู้บริโภคกังวลว่าราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจเลือกชะลอการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งมีโอกาสส่งผลกระทบต่อยอดขายของธุรกิจและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ความเชื่อมั่นที่ลดลงอาจส่งผลต่อ Bitcoin อย่างไร?

สำหรับตลาดการเงิน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอสามารถส่งผลได้สองด้าน ด้านหนึ่ง หากประชาชนลดการใช้จ่ายมากขึ้น เศรษฐกิจอาจชะลอตัวและเพิ่มความเสี่ยงที่นักลงทุนจะหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง

แต่อีกด้านหนึ่ง หากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอทำให้ Fed มีเหตุผลมากขึ้นในการลดดอกเบี้ย ก็อาจช่วยสนับสนุนสินทรัพย์อย่าง Bitcoin ได้ อย่างไรก็ตาม หากเงินเฟ้อยังคงสูง Fed อาจไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้มากตามที่ตลาดคาดหวัง

ดังนั้น ดัชนีความเชื่อมั่นเพียงตัวเดียวจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่า Bitcoin จะปรับตัวขึ้นหรือลง โดยนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามข้อมูลเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และถ้อยแถลงของ Fed ควบคู่กันไปด้วย


ผู้เขียนมองว่า ตัวเลข 44.7 จุดเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ เพราะสะท้อนว่าผู้บริโภคกำลังรู้สึกถึงแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก แต่สำหรับ Bitcoin ผลกระทบยังมีสองด้าน หาก Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยมากขึ้นก็อาจช่วยหนุนราคา ทว่าหากเงินเฟ้อยังเหนียวแน่นและเศรษฐกิจชะลอตัวจนกระทบความต้องการลงทุน ตลาดคริปโตก็อาจเผชิญแรงกดดันต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง