สรุปข่าว
- Next Technology Holding บริษัทจดทะเบียนใน Nasdaq อนุมัติให้ขายหรือกู้ยืมโดยใช้ Bitcoin ที่ถือครองอยู่ 5,833 BTC เป็นหลักประกัน มูลค่าราว $450 ล้าน
- บริษัทอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยของกระดานเทรดและความเสี่ยงจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม แม้ระบุว่าไม่มีเหรียญใดถูกเก็บไว้ที่ Binance
- เป็นเพียงการอนุมัติให้ดำเนินการได้ ยังไม่ใช่การขายจริง ต้องติดตามว่าบริษัทจะลงมือขายเมื่อใดและในปริมาณเท่าไร
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การที่ผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทางขายเป็นแรงกดดันด้านจิตวิทยาและอาจเพิ่มอุปทานในตลาด แต่มูลค่า $450 ล้านถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับปริมาณซื้อขายรายวัน และยังเป็นเพียงการอนุมัติ ผลกระทบจึงอยู่ในระดับปานกลาง
Next Technology Holding บริษัทที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ได้อนุมัติให้ขาย Bitcoin หรือนำไปกู้ยืมโดยใช้เป็นหลักประกัน จากเหรียญที่ถือครองอยู่ 5,833 BTC คิดเป็นมูลค่าราว $450 ล้าน ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 31 ต.ค. บริษัทระบุว่าเหตุผลหลักคือความกังวลด้านความปลอดภัยของกระดานเทรด และความเสี่ยงจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าเหรียญทั้งหมดไม่ได้เก็บไว้ที่ Binance ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $77,459
เหตุผลที่บริษัทอ้างและข้อสังเกต
ความกังวลเรื่องกระดานเทรดเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดยังตื่นตัวกับเหตุการณ์ Binance ถูกแฮก แต่ประเด็นที่น่าสังเกตคือบริษัทเองระบุว่าไม่ได้เก็บเหรียญไว้ที่ Binance เหตุผลด้านความปลอดภัยของกระดานเทรดจึงไม่ได้เชื่อมโยงกับทรัพย์สินของบริษัทโดยตรง
ส่วนความเสี่ยงจากควอนตัมเป็นประเด็นระยะยาวที่ถูกพูดถึงในวงการมาสักพัก คือการที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคตอาจถอดรหัสกุญแจเข้ารหัสที่ใช้ปกป้องกระเป๋า Bitcoin ได้ แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าภัยนี้จะเกิดขึ้นจริงในเวลาอันใกล้
ผลต่อตลาดและบริบทช่วงนี้
ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางตลาดที่อ่อนไหว ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ตลาดโลกเลือดสาด สินทรัพย์ทั่วโลกสูญมูลค่ากว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ใน 1 วัน Bitcoin ร่วงหลุด $78,000 และ Bitcoin ร่วงกว่า 5% หลุด $77,000 ฉุด Altcoin และ DeFi ร่วงตาม ในภาวะเช่นนี้ ข่าวผู้ถือรายใหญ่เปิดทางขายจึงอาจกดดันความรู้สึกของนักลงทุนเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม การอนุมัติให้ขายไม่เท่ากับการขายจริง และบริษัทยังเปิดทางให้ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืมแทนการขายได้ด้วย ซึ่งหากเลือกทางนี้ อุปทานที่ไหลเข้าตลาดก็จะน้อยลง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุผลที่บริษัทให้มาค่อนข้างขัดกันเอง ถ้าเหรียญไม่ได้อยู่ที่ Binance เลย การอ้างความเสี่ยงของกระดานเทรดก็ฟังไม่ค่อยขึ้น ส่วนเรื่องควอนตัมก็เป็นความเสี่ยงระยะยาวมากกว่าเหตุผลที่ต้องรีบขายตอนนี้ น่าจะมีเรื่องการบริหารเงินสดหรือสภาพคล่องของบริษัทอยู่เบื้องหลังด้วย สิ่งที่น่าติดตามคือบริษัทจะขายจริงหรือเลือกกู้ยืมแทน และถ้าขายจริงจะทยอยขายหรือขายรวดเดียว เพราะมูลค่า $450 ล้านไม่ใช่ตัวเลขที่ใหญ่พอจะเปลี่ยนทิศทางตลาด แต่ในช่วงที่ตลาดกำลังอ่อนแอ ข่าวแบบนี้ก็ทำให้ความมั่นใจสั่นคลอนได้ง่าย
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI

