สรุปข่าว
- DeFiTracer เปรียบเทียบวิกฤต FTX ในปี 2022 กับเหตุแฮ็ก Binance มูลค่าราว 6,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ครั้งใหญ่อาจกลายเป็นจุดต่ำสุดของตลาดคริปโต
- หลังข่าว Binance ถูกแฮ็ก Bitcoin ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ตลาดเผชิญแรง Liquidation จาก position Futures มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์
- อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะยืนยันว่าเหตุการณ์นี้คือจุดต่ำสุดเพราะ Binance ยังไม่ได้เผชิญภาวะล้มละลายแบบ FTX และตลาดต้องรอดูความเชื่อมั่นหลังกลับมาเปิดถอนเงินอีกครั้ง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Neutral
ในระยะสั้น เหตุแฮ็ก Binance เพิ่มความกังวลเรื่องความปลอดภัยและความเชื่อมั่นในตลาด ส่งผลให้เกิดแรงขายและการล้างพอร์ตจำนวนมาก แต่หาก Binance สามารถชดเชยความเสียหายและกลับมาให้บริการถอนเงินได้ตามปกติ เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็นจุดที่ตลาดเริ่มคลายความกังวลได้ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคายังต้องอาศัยปัจจัยอื่นประกอบด้วย
ย้อนรอยปี 2022: FTX ล่ม ก่อน Bitcoin แตะจุดต่ำสุดของรอบ
โพสต์จากบัญชี DeFiTracer บนแพลตฟอร์ม X กำลังพูดถึงความเป็นไปได้ที่ตลาดคริปโตอาจกำลังเผชิญเหตุการณ์สำคัญซึ่งกลายเป็นจุดต่ำสุดของรอบตลาดโดยเปรียบเทียบการล่มสลายของ FTX ในปี 2022 กับเหตุแฮ็ก Binance ในปี 2026 พร้อมข้อความว่า ประวัติศาสตร์อาจไม่เกิดซ้ำแบบเดิม แต่มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน ขณะที่เหตุการณ์แฮ็ก Binance ซึ่งสร้างความเสียหายประมาณ 6,300 ล้านดอลลาร์ ได้กดดันตลาดคริปโตอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2022 ตลาดคริปโตเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ หลัง FTX หนึ่งในกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประสบปัญหาสภาพคล่องและไม่สามารถดำเนินการถอนเงินของลูกค้าได้ ก่อนยื่นขอล้มละลายเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2022
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วอุตสาหกรรม เนื่องจาก FTX เคยได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันและมีมูลค่าบริษัทสูงถึงประมาณ 32,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่ปัญหาการบริหารเงินและช่องโหว่ในงบดุลจะถูกเปิดเผย
ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างหนักในช่วงวิกฤตดังกล่าว ก่อนจะทำจุดต่ำสุดของตลาดขาลงรอบนั้นบริเวณ 15,500–15,700 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2022 ซึ่งภายหลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวในรอบถัดมา
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกว่าการล่มสลายของ FTX ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้ Bitcoin เข้าสู่จุดต่ำสุด เพราะตลาดอยู่ในช่วงขาลงมาตั้งแต่ต้นปี 2022 จากวิกฤต Terra/LUNA, Celsius และ Three Arrows Capital ก่อนหน้าแล้ว
ปี 2026: Binance ถูกแฮ็ก 6,300 ล้านดอลลาร์ สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่
สำหรับเหตุการณ์ในปี 2026 Binance เปิดเผยว่าระบบ Hot Wallet ของบริษัทถูกโจมตีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ส่งผลให้เกิดความเสียหายประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์ โดยการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้โจมตีอาจเข้าถึงระบบผ่านอุปกรณ์ของวิศวกร DevOps ที่ถูกเจาะ ก่อนใช้ช่องโหว่ในระบบประมวลผลการถอนเงินเพื่อส่งสินทรัพย์ออกไป
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Blockchain ระบุว่าเงินถูกเคลื่อนย้ายออกจาก wallet ของ Binance ผ่านหลายเครือข่าย ขณะที่ Tether, Circle และพันธมิตรสามารถอายัดสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องได้ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์ ส่วน Binance ระบุว่าจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดผ่านเงินทุนของบริษัทและกองทุน SAFU
Binance ยังระบุด้วยว่าการตรวจสอบพบจุดที่ถูกเจาะมากกว่าหนึ่งจุด และยังไม่พบหลักฐานว่า Private Key ของ wallet ถูกเปิดเผย โดยบริษัทกำลังเร่งแก้ไขระบบและทยอยกลับมาเปิดให้บริการถอนเงินหลังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย
ตลาดตอบสนองอย่างไรหลังเกิดเหตุ?
ผลกระทบจากข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก Reuters ระบุว่า Bitcoin ร่วงลงแตะ $77,646 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 6 สัปดาห์ ขณะที่ Ethereum ลงไปแตะ $2,238.76 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ส่วน BNB ปรับตัวลงมากกว่า 8% ในช่วง 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก CoinDesk ระบุว่ามูลค่าการถูกบังคับปิดสถานะในตลาด Futures พุ่งขึ้นไปถึงประมาณ 1,570 ล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนที่ใช้ Leverage ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความผันผวนในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม Binance ยืนยันว่าจะชดเชยความเสียหายให้กับลูกค้า และกำลังดำเนินการกู้คืนสินทรัพย์ที่ถูกขโมย รวมถึงประสานงานกับบริษัทวิเคราะห์ Blockchain และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนเหตุการณ์
ท้ายที่สุด แนวคิดที่ว่า FTX ล่มคือจุดต่ำสุดของปี 2022 เทียบกับการแฮ็ก Binance ที่อาจเป็นจุดต่ำสุดของปี 2026 เป็นการตั้งทฤษฎีที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ผู้เขียนมองว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงทดสอบความเชื่อมั่นครั้งสำคัญ โดยสิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวของราคา Bitcoin แต่รวมถึงความสามารถของ Binance ในการจัดการความเสียหายและการกลับมาเปิดถอนเงินอย่างเต็มรูปแบบด้วย
หากทุกอย่างคลี่คลายได้โดยไม่มีผลกระทบต่อผู้ใช้งานเพิ่มเติม เหตุการณ์ครั้งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด แต่หากเกิดปัญหาความเชื่อมั่นลุกลาม ก็มีโอกาสที่ตลาดจะต้องเผชิญแรงกดดันต่อไปอีกระยะหนึ่ง ประวัติศาสตร์อาจไม่ซ้ำรอยเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าครั้งนี้จะจบลงเหมือนครั้งก่อนเสมอไป
ที่มา : DeFiTracer, Binance, Reuters, CryptoQuant, Federal Reserve Bank of Chicago

