bitkub-banner

Strive ของ Vivek Ramaswamy ทุ่ม $275 ล้าน ซื้อ Bitcoin เพิ่มกว่า 3,300 BTC

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Strive กองทุนลงทุนของ Vivek Ramaswamy ซื้อ Bitcoin 3,311 BTC มูลค่าประมาณ $275 ล้าน
  • ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $83,279 ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าที่รายงาน
  • ต้องจับตาว่า Strive จะเปิดเผยยอดถือครองรวมล่าสุดหรือไม่ และบริษัทอื่นจะซื้อตามหรือเปล่า

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การซื้อ 3,311 BTC เป็นแรงซื้อจริงจากสถาบัน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นของตลาด อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับขนาดตลาดโดยรวม ดีลนี้ยังไม่ใหญ่พอจะเปลี่ยนทิศทางราคาได้เพียงลำพัง

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. เวลา 19:38 น. ตามรายงานจาก Watcher.Guru ระบุว่า Strive กองทุนลงทุนที่เชื่อมโยงกับ Vivek Ramaswamy ซื้อ Bitcoin จำนวน 3,311 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ $275 ล้าน ปัจจุบัน Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $83,279 ซึ่งตัวเลขมูลค่าที่รายงานสอดคล้องกับราคาตลาดช่วงนี้ แหล่งข่าวยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น แหล่งเงินทุนที่ใช้ซื้อ หรือยอดถือครองรวมหลังการซื้อครั้งนี้

ภาพเหล่าของ Vivek Ramaswamy ผู้ก่อตั้งบริษัท Strive ที่ประกาศซื้อ Bitcoin มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์
ภาพเหล่าของ Vivek Ramaswamy ผู้ก่อตั้งบริษัท Strive ที่ประกาศซื้อ Bitcoin มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์ (ภาพจาก: @Watcher.Guru)

สะท้อนเทรนด์สถาบันสะสม Bitcoin

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเรื่องราวของ Strive มาแล้วหลายครั้ง เช่น Strive ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 2,500 BTC มูลค่า $185 ล้าน และ Strive เข้าซื้อ Semler Scientific พร้อม Bitcoin กว่า 10,900 BTC การซื้อรอบนี้จึงเป็นอีกหนึ่งข่าวในแนวทางสะสม Bitcoin ของกองทุนนี้

กลยุทธ์ถือ Bitcoin เป็นทรัพย์สินสำรองของบริษัทจดทะเบียนเป็นเทรนด์ที่เห็นได้ต่อเนื่องในตลาด อย่างไรก็ตาม ยังมีความเห็นที่ตั้งข้อสงสัยต่อโมเดลนี้ โดย Max Keiser ไม่เชื่อว่าบริษัทที่ถือ Bitcoin จะไม่เทขายหากเจอตลาดขาลง ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรติดตามต่อไป


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า การซื้อ 3,311 BTC รอบนี้เป็นสัญญาณบวกในแง่ความต่อเนื่องของแรงซื้อจากสถาบัน แต่ $275 ล้านยังเล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดตลาด Bitcoin จึงไม่อยากตีความว่านี่คือตัวเปลี่ยนเกม สิ่งที่น่าติดตามคือ Strive จะเปิดเผยยอดถือครองรวมหรือไม่ และบริษัทอื่นจะซื้อตามหรือเริ่มชะลอ เพราะถ้าแรงซื้อจากกลุ่มนี้แผ่วลงเมื่อไหร่ ก็อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันได้เหมือนกัน

ที่มา: @WatcherGuru

ภาพจาก AI