สรุปข่าว
- Bitcoin กำลังเผชิญภาวะถูกบีบจากทั้งสองฝั่ง โดยมีแนวรับสำคัญที่ระดับ $80,000 และแรงขายหนาแน่นที่ระดับต้นทุน $88,000
- การปรับฐานในรอบนี้ถือว่าตื้นกว่าในอดีต เนื่องจากแรงขายขาดทุนและการขายของนักลงทุนระยะยาวลดลงอย่างมาก
- ตลาดระยะสั้นยังคงต้องระมัดระวังแรงกดดันจากกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน Spot ETF และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาค
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
รายงานประจำสัปดาห์จาก Glassnode ระบุว่าตลาด Bitcoin กำลังเผชิญกับสภาวะถูกบีบระหว่างแนวรับสำคัญที่ $80,000 และแรงขายสะสมที่ระดับต้นทุน $88,000 ขึ้นไป แม้การปรับฐานในรอบนี้จะมีความรุนแรงน้อยกว่าในอดีตและโครงสร้างตลาดระยะยาวดูแข็งแกร่งจากการที่ราคาไม่หลุดต้นทุนที่แท้จริง แต่ตลาดในระยะสั้นก็ยังคงมีความเปราะบางจากแรงขายของ Spot ETF และปัจจัยกดดันด้านมหภาค
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน Glassnode ได้เผยแพร่รายงานประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 14 ต.ค. โดยระบุว่าสภาพตลาดของ Bitcoin ในขณะนี้กำลัง “ถูกบีบจากทั้งสองฝั่งไม่สามารถขยับได้” เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงขายอย่างหนักด้านบน และแนวรับที่หนาแน่นด้านล่าง
Bitcoin ขยับไม่ได้
อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ Glassnode เปิดเผยว่า ราคาต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วง 6-12 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ $88,000 ส่วนผู้ที่ซื้อมาในช่วง 1-2 ปีก่อน มีต้นทุนอยู่ที่ $100,000 ส่งผลทำให้ราคาไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างมั่นคง เพราะนักลงทุนตัดสินใจเทขายออกทุกครั้งที่มีการกลับตัวจนกว่าราคาจะกลับไปยืนเหนือ $88,000
กลับกันที่ราคาด้านล่าง Glassnode เผยว่าต้นทุนที่แท้จริงของ Bitcoin ในขณะนี้มีมูลค่าราว $78,000 ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยของกองทุน ETFs อยู่ที่ราว $81,500 ส่วนคำสั่งซื้อขนาดใหญ่บน Binance ก็ได้กระจุกตัวที่ระดับ $80,000-$81,500 ทำให้ระดับราคา $80,000 เป็นจุดที่นักลงทุนต้องจับตา เนื่องจากจะกลายเป็นจุดชี้ชะตาของ Bitcoin ถัดจากนี้
หาก Bitcoin ไม่สามารถยืนหยัดเหนือ $80,000 ได้อีกต่อไปราคาก็มีความเสี่ยงรุนแรงที่จะถูกซ้ำเติมด้วยการล้างพอร์ต จนทำให้ราคาอาจลงไปอีกครั้ง โดย Glassnode มองว่าความเป็นไปได้ของการร่วงดิ่ง มีมากกว่าโอกาสที่ Bitcoin จะพุ่งทะยานเหนือ $88,000 ที่ต้องอาศัยความต้องการที่แท้จริงของนักลงทุน
ความหวังในความมืดมิด
การย่อตัวในครั้งนี้อาจไม่ได้น่ากลัวมากนักเพราะ Glassnode มองว่าตลาดขาลงในรอบปัจจุบันนั้น “ตื้น” กว่าครั้งไหนๆ ในอดีต ซึ่งเป็นผลมาจากแรงขายของนักลงทุนสายถือยาวได้ลดลงอย่างมาก เช่นเดียวกับการรับรู้ผลขาดทุนที่ลดลงมากว่า 85% นับตั้งแต่สถิติสูงสุดในวันที่ 12 ส.ค.
นอกจากนี้ สัดส่วนของเหรียญที่เปลี่ยนจากการขาดทุนเป็นกำไรยังส่งสัญญาณที่ดีขึ้น โดยในช่วงจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายน จำนวนเหรียญที่มีแนวโน้มขาดทุนมีสูงกว่าเหรียญที่มีกำไรถึง 12 เท่า แต่สถานการณ์ได้เริ่มพลิกกลับในช่วงปลายเดือนสิงหาคม และในปัจจุบันอัตราส่วนของเหรียญที่กำไรต่อเหรียญที่ขาดทุนได้ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4 เท่าตัว
ตัวเลขดังกล่าวแตกต่างจากตลาดขาลงในปี 2018 และ 2022 เป็นอย่างมากที่ราคา Bitcoin มักจะลดลงต่ำกว่าราคาต้นทุนถัวเฉลี่ยของตลาดเป็นเวลานานหลายเดือน แต่ในรอบนี้ ราคาปิดรายวันของ Bitcoin ไม่เคยร่วงลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวเลย แม้กระทั่งในช่วงจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน
Glassnode ระบุว่า การปรับฐานที่ไม่ลึกมากในรอบนี้ สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้เผชิญกับการขาดทุนที่รุนแรง และการที่ราคา ไม่เคยหลุด Realized Price รวมถึงยังคงยืนอยู่เหนือต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้นได้ ชี้ว่าตลาดอาจกำลังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม Glassnode เตือนว่ายังคงต้องระมัดระวังในระยะสั้น เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณเงินทุนไหลออกจากกองทุน Spot ETF ในสหรัฐฯ อีกครั้ง ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ประกอบกับการเลือกตั้งกลางเทอมที่ตลาดต่างจับตาถึงผลลัพธ์
สรุปแล้ว รายงานยังชี้ให้เห็นถึงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว โดยระบุว่าแรงขายขาดทุนส่วนใหญ่ได้เริ่มสงบลงแล้ว และการขายเพื่อทำกำไรยังคงมีสัดส่วนสูงกว่าการขายตัดขาดทุน รวมถึงราคาปิดรายวันของ Bitcoin ที่ยืนเหนือ Realized Price ได้ตลอดช่วงขาลงครั้งนี้ ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณสนับสนุนโครงสร้างตลาดที่แข็งแกร่ง
ที่มา : Coinpost
แนวโน้มผลกระทบ: สถานการณ์ของ Bitcoin กำลังอยู่ในจุดตัดสินใจสำคัญระหว่างการสร้างฐานเพื่อเตรียมฟื้นตัวในระยะยาวกับการเสี่ยงหลุดแนวรับ แม้ข้อมูลออนเชนจะสะท้อนว่าความตื่นตระหนกของนักลงทุนจะลดลงไปมาก แต่ทิศทางราคาในระยะสั้นยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกและกระแสเงินทุนไหลเข้าออกเป็นหลัก

