bitkub-banner

ทุบไม่ลง Bitcoin ดีดเหนือ $82,000 สวนเงินเฟ้อ กูรูเผยแนวโน้มสัปดาห์หน้า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ฟื้นตัวขึ้นเหนือ $82,000 ราคาพุ่งขึ้นกว่า 2% กลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ $82,465 หลังสัปดาห์ก่อนร่วงหลุด $80,000 ชั่วคราว
  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ เข้ามากดดันตลาด แต่ตลาดยังให้น้ำหนักกับโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม
  • นักวิเคราะห์จาก bitbank มองว่า ตลาดอาจแกว่งตัวในกรอบ $80,000- $85,000 โดยต้องติดตามแรงหนุนจากตลาด Options ของ Bitcoin หลังสัญญาหมดอายุ

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ช่วงเช้าวันนี้ Bitcoin ปรับตัวขึ้นกว่า 2% กลับมาอยู่ที่ $82,465 หลังสัปดาห์ก่อนร่วงต่ำกว่า $80,000 จากแรงกดดันของเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยตัวเลข CPI เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 3.7% สูงกว่าคาดที่ 3.6% ขณะที่ตัวเลข PPI ก็ออกมาสูงกว่าคาดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังประเมินโอกาสราว 70% ที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม ด้านนักวิเคราะห์จาก bitbank มองว่า Bitcoin มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ $80,000-$85,000โดยต้องจับตาแรงหนุนจากตลาด Options หากราคาหลุด $80,000 อย่างชัดเจน อาจเสี่ยงปรับฐานลงไปที่ $75,000

เปิดตลาดเอเชียเช้าวันนี้ Bitcoin เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง โดยราคาปรับตัวขึ้นกว่า 2% กลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ $82,465 หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาเผชิญแรงเทขายจนราคาหลุดระดับ $80,000 ลงไปชั่วคราว ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

กราฟ Bitcoin ไทม์เฟรม 1 ชั่วโมง ที่มา: TradingView

แม้ตัวเลขเงินเฟ้อทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ จะออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่ Bitcoin ยังสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ ทำให้แนวรับบริเวณ $80,000 กลายเป็นระดับราคาสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในสัปดาห์นี้

ด้าน Tomoya Hasegawa นักวิเคราะห์จาก bitbank กระดานเทรดคริปโตชั้นนำของญี่ปุ่น ได้เผยบทวิเคราะห์ตลาดประจำสัปดาห์ โดยประเมินว่า ทิศทางของ Bitcoin ในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ย Fed และแรงหนุนจากตลาดสัญญา Options เป็นหลัก

Hasegawa ระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin เผชิญแรงขายจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลง ก่อนจะถูกกดดันเพิ่มเติมจากตัวเลข CPI เดือนกันยายนที่เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 3.6% ขณะที่ตัวเลข PPI ก็ออกมาสูงกว่าคาดเช่นกัน ส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงไปแตะประมาณ $79,175

อย่างไรก็ตาม ราคาเริ่มฟื้นตัวหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาปรับตัวขึ้น ขณะที่ตลาดสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยยังประเมินโอกาสราว 70% ที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุม FOMC เดือนตุลาคม แสดงให้เห็นว่า ตลาดยังให้น้ำหนักกับการคงดอกเบี้ยมากกว่าการปรับขึ้น แม้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

Hasegawa ระบุว่า อีกปัจจัยที่ต้องจับตาคือ สถานะคงค้าง (Open Interest) ของสัญญา Bitcoin Options หลังสัญญาหมดอายุเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม หากสถานะยังคงกระจุกตัวบริเวณราคา $80,000 และกลไกที่เรียกว่า  “Positive Gamma” ของดีลเลอร์ยังช่วยลดความผันผวน ระดับดังกล่าวก็มีโอกาสทำหน้าที่เป็นแนวรับให้ Bitcoin ต่อไป

Open Interest ของ Bitcoin Options บนแพลตฟอร์ม Deribit แยกตามราคาใช้สิทธิ ณ วันที่ 16 ตุลาคม ที่มา:Glassnode

ในทางกลับกัน หากแรงหนุนจากตลาด Options ลดลง พร้อมกับความคาดหวังต่อการคงดอกเบี้ยของ Fed ที่อ่อนตัวลง Bitcoin อาจกลับไปทดสอบแนวรับ $80,000 อีกครั้ง หากราคาหลุดระดับนี้อย่างชัดเจน ก็มีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลงไปบริเวณ $75,000

เมื่อมองในภาพรวม Hasegawa สรุปว่า Bitcoin มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ $80,000-$85,000 ในระยะสั้น เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่มาผลักดันราคาให้ปรับตัวขึ้นต่อ นักลงทุนจึงควรจับตาว่า แนวรับ $80,000 จะยังแข็งแกร่งเพียงใด หลังตลาดผ่านช่วงหมดอายุของสัญญา Options ไปแล้ว

ที่มา:coinpost


มุมมองผู้เขียน: การฟื้นตัวของ Bitcoin รอบนี้ยังต้องรอดูว่า ราคาจะสามารถรักษาระดับเหนือ $80,000 ได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ เพราะถึงแม้ตลาดจะยังคงคาดหวังว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยดอกเบี้ย แต่ตัวเลจเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยง