สรุปข่าว
- คลังสำรอง Bitcoin ของเอลซัลวาดอร์ทะลุ 7,807 BTC ณ วันที่ 16 ตุลาคม มูลค่าราว 640–650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ราคาประมาณ $82,000 ต่อ BTC
- ตัวเลขเพิ่มขึ้นกว่า 1,700 BTC จากช่วงต้นปี 2025 ทั้งที่เพิ่งรับเงินกู้ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก IMF ซึ่งมีเงื่อนไขให้จำกัดการสะสมคริปโท
- IMF ชี้แจงว่า เหรียญ Bitcoin ส่วนที่เพิ่มมาจากเงินบริจาคของภาคเอกชน ไม่ใช่งบประมาณรัฐ แต่ความเสี่ยงต่อการทบทวนสัญญาเงินกู้ยังอยู่
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ปริมาณ Bitcoin ที่เอลซัลวาดอร์ซื้อเพิ่มวันละ 1 BTC เล็กน้อยเกินกว่าจะขยับราคาตลาดได้ และเป็นแผนที่ตลาดรับรู้มานานแล้ว ข่าวนี้จึงช่วยตอกย้ำภาพของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองของรัฐได้บ้าง แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยที่เปลี่ยนทิศทางราคา
คลังสำรอง Bitcoin ของประเทศเอลซัลวาดอร์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนพุ่งทะลุ 7,807 BTC ณ วันที่ 16 ตุลาคม คิดเป็นมูลค่าสูงถึงราว 640–650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคำนวณที่ระดับราคาประมาณ $82,000 ต่อ BTC

ที่มาภาพ : bitcoin office
ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นหลังจากที่เอลซัลวาดอร์ได้ลงนามในข้อตกลงกู้ยืมเงินมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เอลซัลวาดอร์จะต้องจำกัดการสะสมคริปโทเคอร์เรนซีดังกล่าว
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นโปรแกรมของ IMF เมื่อต้นปี 2025 คลังสำรอง Bitcoin ของเอลซัลวาดอร์มี Bitcoin อยู่ราว 6,070 BTC นั่นหมายความว่า รัฐบาลเอลซัลวาดอร์สามารถสะสมเหรียญ Bitcoin เพิ่มขึ้นมาได้มากกว่า 1,700 BTC ซึ่งเป็นไปตามแผนการทยอยกว้านซื้อสะสมวันละ 1 BTC ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายน 2021
โดยประชาชนทั่วโลกสามารถเข้าไปตรวจสอบความโปร่งใสของยอดถือครอง Bitcoin นี้ได้ด้วยตนเอง ผ่านเลขที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet address) ที่เปิดเผยโดยสำนักงาน Bitcoin แห่งชาติ
ข้อตกลงกับ IMF และคำอธิบายเรื่องที่มาของเหรียญที่เพิ่มขึ้น
ข้อตกลงเงินกู้ (Extended Fund Facility) ของ IMF ครั้งนี้ มาพร้อมกับเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อ คือ การห้ามนำงบประมาณแผ่นดินไปซื้อ Bitcoin และการบีบให้เอลซัลวาดอร์ยกเลิกสถานะของ Bitcoin ในการเป็นสกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลยอมปฏิบัติตาม เพื่อแลกกับการรับเงินกู้ช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเงื่อนไขดังกล่าว แต่คลังสำรอง Bitcoin ของประเทศก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทาง IMF ต้องออกมาชี้แจงว่า เหรียญที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลังนี้ มาจาก “เงินบริจาคของภาคเอกชน” ไม่ใช่การนำเงินงบประมาณรัฐไปแอบกว้านซื้อแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลของประธานาธิบดี Nayib Bukele ก็ยังคงเดินหน้าชูนโยบายเก็บสะสม Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ของชาติต่อไป
ความเสี่ยงและความท้าทายในอนาคตต่อสถานะทางการเงินของประเทศ
ในมุมมองของการเงินการคลังระหว่างประเทศ การที่เอลซัลวาดอร์ยังคงสะสม Bitcoin ควบคู่ไปกับโปรแกรมเงินกู้ของ IMF ได้ในปัจจุบัน เป็นเพราะ IMF มองว่าเหรียญที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากภาคเอกชนบริจาคให้
แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงคือ สถานการณ์นี้จะประคับประคองไปได้นานแค่ไหน เพราะหากในอนาคต IMF ตรวจพบว่า มีการแอบใช้นโยบายการเงินหรือทรัพยากรของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็อาจกลายเป็นชนวนความขัดแย้งในการทบทวนสัญญาเงินกู้รอบถัดไปทันที
นอกจากนี้ มูลค่าคลังสำรองที่คำนวณบนราคา BTC ที่ $82,000 ก็ยังต้องเผชิญกับความผันผวนที่รุนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่ IMF แสดงความกังวลต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศเอลซัลวาดอร์มาโดยตลอด
ที่มา : tradingview
มุมมองผู้เขียน : ตัวเลขถือครอง Bitcoin ล่าสุดที่ 7,807 BTC เป็นหลักฐานชัดเจนว่า แม้เอลซัลวาดอร์จะยอมยกเลิกสถานะของ Bitcoin ในการเป็นสกุลเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เพื่อแลกกับการเข้าถึงเงินกู้ก้อนใหญ่ แต่ยังคงเดินหน้า ยึดมั่นในการถือครองคลังสำรอง Bitcoin ของชาติตามเป้าหมายเดิมอย่างแน่วแน่

