bitkub-banner

พอร์ตแตก 33 ล้านแต่ได้คืน 2 เท่า เปิดทริกเซียนเทรดกู้พอร์ตโดยไม่ถัวสักไม้ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นักเทรดคริปโทเคอร์เรนซีรายหนึ่งขาดทุนจากการเทรดสูงถึง 979,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 32.9 ล้านบาท) 
  • เขาได้รับโทเคน $PAPER ซึ่งเป็นรางวัลจากการเทรดขาดทุน และนำไปทำการ Staking เพื่อรับผลตอบแทน
  • สุดท้ายสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิมากกว่า 1.04 ล้านดอลลาร์ โดยที่ไม่ได้ทำการเปิดเทรดเพิ่มอีกเลย

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

นักเทรดคริปโทฯ รายหนึ่งพลิกวิกฤตจากการขาดทุนกว่า 33 ล้านบาท ให้กลายเป็นกำไรสุทธิกว่า 35 ล้านบาท ด้วยการใช้ประโยชน์จากระบบของแพลตฟอร์มเทรด ส่งผลทำให้โดยรวมแล้วนักเทรดรายนี้ใช้เวลาเพียง 9 วันในการลบล้างผลขาดทุนและทำกำไรอีกหนึ่งเท่าตัวโดยที่ไม่ต้องเปิดโพสิชันอีกเลยแม้แต่ไม้เดียว

เมื่อพูดถึงการหาเงินลงทุนคืนจากที่เสียไปในโลกคริปโทฯ นักลงทุนอาจมองว่าวิธีที่ดีที่สุดคือ การตั้งหลักเริ่มต้นใหม่ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำลง ขณะที่บางคนเลือกที่จะล้างแค้นและใช้เลเวอเรจที่หนักยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้คืนทุนได้ไว แต่นักเทรดรายหนึ่งกลับเลือกที่จะ “อยู่นิ่งๆ” แต่การอยู่นิ่งๆ กลับทำให้เขาทำกำไรไปได้มากกว่าที่เสียไปตอนแรก

อ้างอิงข้อมูลจาก Lookonchain แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของนักเทรดอัจฉริยะรายหนึ่งที่เทรดขาดทุน $979,000 หรือเท่ากับประมาณ 32,955,098 บาท แต่ต่อมานักเทรดรายนี้กลับสามารถทำให้พอร์ตโตขึ้น $2,020,153 ดอลลาร์ ทำให้สุดท้ายแล้วแทนที่จะขาดทุนเขากลับกำไรสุทธิมากกว่า $1.04 ล้านดอลลาร์

ขาดทุนแล้วจะมีกำไรได้อย่างไร

เบื้องหลังปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนแทบจะเป็นไปไม่ได้นี้ เกิดขึ้นจากกลไกของแพลตฟอร์ม Papertrade บนเครือข่าย Hyperliquid ซึ่งออกแบบระบบให้นักเทรดที่ขาดทุนได้รับโทเคน $PAPER กลับคืนมาในลักษณะคล้ายกับ Cashback โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ โทเคนดังกล่าวจะถูกแจกจ่ายให้เฉพาะคำสั่งซื้อขายที่ปิดโพซิชันด้วยตัวเลขขาดทุนเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ผู้ใช้งานไม่สามารถนำโทเคน $PAPER ไปเทขายในตลาดได้ทันที แต่ต้องนำไปวางค้ำประกันในระบบ (Staking) เพื่อรับส่วนแบ่งผลตอบแทนกลับมาเป็นเหรียญ Stablecoin อย่าง USDC ซึ่งผลตอบแทนจะปรับตัวสูงขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้ใช้งานรายอื่นเข้ามาเปิดโพซิชัเลเวอเรจแล้วเทรดขาดทุนในระบบอย่างต่อเนื่อง กลับกันหากปริมาณการซื้อขายชะลอตัวหรือยอดขาดทุนรวมในแพลตฟอร์มลดลง ผลตอบแทนจากการ Staking ก็จะลดลงตามไปด้วย

ข้อมูลบนบล็อกเชนระบุว่า เทรดเดอร์รายนี้เข้าทำธุรกรรมตั้งแต่วันแรกที่แพลตฟอร์มเปิดตัว โดยสร้างปริมาณการซื้อขายภายในวันเดียวสูงถึง 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงการใช้เลเวอเรจในระดับสูงและการเปิดโพซิชัขนาดใหญ่ ก่อนจะจบลงด้วยผลขาดทุนมหาศาล และหยุดทำการซื้อขายบนแพลตฟอร์มไปประมาณ 10 วันหลังจากนั้น

จากผลขาดทุนดังกล่าว ส่งผลให้เขาได้รับโทเคน $PAPER มาเป็นจำนวน 25 ล้านโทเคน จากนั้นจึงนำเหรียญทั้งหมดไป Staking เพื่อรับส่วนแบ่งจนสามารถกวาดผลตอบแทนในรูป USDC คิดเป็นมูลค่าสูงกว่าเงินต้นที่สูญเสียไปถึง 2 เท่าตัว และทยอยถอนเงินสดออกมาได้จริงแล้วกว่า 1.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลาเพียง 9 วัน 11 ชั่วโมง โดยยังมีสินทรัพย์คงค้างอยู่ในระบบ Staking อีกประมาณ 64,750 ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมการเก็งกำไรที่มีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่งและไม่ควรนำไปเป็นแบบอย่าง เนื่องจากการทำงานของระบบขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดจากผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาเทรดขาดทุนในแพลตฟอร์ม จึงไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่า หากมีผู้พยายามใช้กลยุทธ์ตั้งใจเทรดให้ขาดทุนเพื่อหวังผลตอบแทนจากการ Staking ในลักษณะเดียวกัน จะสามารถถอนทุนคืนได้คุ้มค่าเหมือนกับกรณีนี้


มุมมองผู้เขียน: การลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีในลักษณะดังกล่าวมีความเสี่ยงสูง ผู้ที่สนใจจึงควรยอมรับความเสี่ยงก่อนเริ่มการลงทุน