bitkub-banner

จีนยื่นเรื่องยึด Bitcoin 61,800 BTC ที่พัวพันคดีฉ้อโกง มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อัยการจีนยื่นเรื่องต่อศาลเมืองเทียนจิน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เพื่อขอริบ Bitcoin มากกว่า 61,800 BTC เป็นของกลาง จากคดีฉ้อโกงและแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ของ Qian Zhimin
  • ผู้เสียหายมีเวลา 6 เดือนในการยื่นยืนยันสิทธิ์ขอรับเงินคืน และคนที่ยื่นไม่ทัน ยังขอรับจากสินทรัพย์ที่ยึดได้ ในภายหลัง
  • ศาลสูงสหราชอาณาจักรตัดสินให้ใช้กฎหมายจีน พิจารณาสิทธิ์ผู้เสียหาย ทีมทนายบางส่วนเตรียมยื่นอุทธรณ์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

การยึดทรัพย์และคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายเป็นกระบวนการทางกฎหมาย แต่ไม่ได้บอกว่า Bitcoin จำนวนมากนี้จะถูกนำไปขายในตลาด ผลต่อราคาระยะสั้นจึงน่าจะจำกัด แต่ตลาดอาจต้องจับตาความเสี่ยงเรื่องแรงขายในอนาคต หากมีการเทขายเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย

สำนักข่าว The Paper ของจีนรายงานว่า อัยการจีนได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอริบทรัพย์สินเป็น Bitcoin จำนวนมากกว่า 61,800 BTC ซึ่งเงินจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงประชาชนและแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ ที่สร้างความเสียหายรวมมูลค่ามหาศาลกว่า 4 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยราว 2 แสนล้านบาท 

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นมาจาก Qian Zhimin ผู้บริหารบริษัท Tianjin Lantian Gree ที่ร่วมกันหลอกขายผลิตภัณฑ์ลงทุน โดยไม่มีใบอนุญาตในจีน ช่วงปี 2014 ถึง 2017 พร้อมสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนสูง ส่งผลให้มีผู้หลงเชื่อกว่า 102,000 ราย มูลค่าความเสียหายเกือบ 2 หมื่นล้านหยวน 

โดยเงินทั้งหมดถูกนำไปหมุนจ่ายนักลงทุนรายเก่า และนำไปกว้านซื้อสินทรัพย์ ทั้ง Bitcoin, อสังหาริมทรัพย์, รถหรู และอัญมณี ก่อนที่ Qian Zhiminจะหลบหนีไปกบดานที่สหราชอาณาจักรในปี 2017 

ซึ่งต่อมาทางการอังกฤษสามารถติดตามยึดทรัพย์สินไว้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคริปโทเคอร์เรนซีหลากหลายสกุล (Bitcoin, BCH, BCG, BSV, XRP, DOGE) เงินสด ตลอดจนเครื่องประดับมูลค่ามหาศาล

ความเคลื่อนไหวของศาลจีน คำตัดสินของศาลอังกฤษ และขั้นตอนการเยียวยาผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ศาลในเมืองเทียนจินของจีน ได้รับเรื่องจากอัยการเพื่อขอริบ Bitcoin กว่า 61,000 BTC ดังกล่าวเป็นของกลาง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เสียหาย ยื่นเรื่องยืนยันสิทธิ์ เพื่อขอรับเงินคืน ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยผู้ที่ยื่นยืนยันสิทธิ์ไม่ทันในรอบนี้ ก็ยังสามารถขอรับเงินคืนจากสินทรัพย์ที่ยึดมาได้ในภายหลัง

ความเคลื่อนไหวนี้ เกิดขึ้นต่อเนื่องจากกรณีที่ศาลสูงของสหราชอาณาจักรพิพากษาให้ใช้ “กฎหมายจีน” ในการพิจารณาสิทธิ์ของผู้เสียหาย ซึ่งหมายความว่า จะต้องประเมินสิทธิ์ตามข้อกฎหมายของจีน แต่ไม่ได้แปลว่าผู้เสียหายจะหมดสิทธิ์ได้รับเงินคืน โดยทีมทนายของผู้เสียหายบางส่วนกำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป 

ทั้งนี้ คดีนี้นับเป็นหนึ่งในคดีฉ้อโกงคริปโทฯ ครั้งใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งมูลค่าของ Bitcoin ที่ถูกยึดไว้ในปัจจุบันได้พุ่งสูงขึ้นกว่าช่วงที่เกิดเรื่องแรกๆ อย่างมหาศาล

ที่มา : coindesk


มุมมองผู้เขียน : คดีนี้ยังอีกยาว ทั้งการอุทธรณ์และกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ของผู้เสียหายกว่า 100,000 ราย ที่น่าจับตาที่สุดคือ สุดท้ายแล้ว Bitcoin จำนวนมหาศาลนี้จะถูกจัดการอย่างไร หากมีการเทขายเพื่อเยียวยาผู้เสียหาย ก็อาจเป็นแรงกดดันต่อตลาดได้ แต่ถ้าถูกถือไว้หรือแปลงเป็นเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผลกระทบก็คงไม่รุนแรงนัก