สรุปข่าว
- Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และ CIO ของ Maelstrom เปิดเผยว่า เขาปิดสถานะเก็งกำไรตามทิศทางตลาดของกองทุน Maelstrom ทั้งหมด พร้อมขายทำกำไรจาก Altcoin หลายรายการ
- Lookonchain รายงานธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขายสินทรัพย์รวมประมาณ 22.28 ล้านดอลลาร์ (ราว 700 กว่าล้านบาท) โดยมี Ethereum (ETH), Ethena (ENA) และ Uniswap (UNI) เป็นรายการหลัก
- Hayes ให้เหตุผลว่าความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ยังน่ากังวล จึงเลือกพักเงินไว้ก่อนและรอสัญญาณที่ชัดเจนก่อนกลับเข้าตลาด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
การที่ Hayes ปิดสถานะเก็งกำไรของ Maelstrom ทั้งหมดสะท้อนความระมัดระวังต่อทิศทางตลาด และอาจกดดันความเชื่อมั่นใน Altcoin ระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการตัดสินใจของกองทุนหนึ่งราย ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าตลาดคริปโตจะปรับตัวลงต่อ และข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ระบุว่าเขาขาย Bitcoin ทั้งหมดด้วย
Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Maelstrom เปิดเผยว่า เขาได้ปิดสถานะเก็งกำไรตามทิศทางตลาดของกองทุน พร้อมขายทำกำไรจาก Ethereum, Ethena, Uniswap และ Altcoin อื่น ๆ โดยกล่าวว่า “I dumped it all” หรือ “ผมเทขายทั้งหมดแล้ว”
ประเด็นสำคัญคือคำว่า “ทั้งหมด” ในบริบทนี้หมายถึง สถานะเก็งกำไรตามทิศทางตลาดของ Maelstrom ไม่ได้หมายความว่ากองทุนยุติการลงทุนทุกประเภท หรือ Hayes ขายสินทรัพย์ส่วนตัวทั้งหมด เพราะยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลที่ยืนยันเช่นนั้น
ข้อมูลจาก Lookonchain ระบุว่ามีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขายโทเคนรวมมูลค่าประมาณ 22.28 ล้านดอลลาร์ หรือราว 700 กว่าล้านบาท โดยตัวเลขนี้เป็นมูลค่าของสินทรัพย์ที่มีการรายงานว่าขาย ไม่ใช่กำไรสุทธิที่ Hayes ได้รับจากการทำธุรกรรม
รายการเหรียญที่ Maelstrom ขาย มูลค่ากว่า 22 ล้านดอลลาร์
ข้อมูลจาก Lookonchain ระบุรายการสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการขายดังนี้
- Ethereum (ETH): 6,400 ETH มูลค่าประมาณ 15.2 ล้านดอลลาร์
- Ethena (ENA): 14 ล้าน ENA มูลค่าประมาณ 2.76 ล้านดอลลาร์
- Uniswap (UNI): 323,000 UNI มูลค่าประมาณ 2.24 ล้านดอลลาร์
- Ether.fi (ETHFI): 1.89 ล้าน ETHFI มูลค่าประมาณ 1.23 ล้านดอลลาร์
- Aerodrome (AERO): 546,609 AERO มูลค่าประมาณ 398,000 ดอลลาร์
- Pendle (PENDLE): 120,000 PENDLE มูลค่าประมาณ 244,000 ดอลลาร์
- Zama (ZAMA): 3 ล้าน ZAMA มูลค่าประมาณ 214,000 ดอลลาร์
Ethereum คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 68% ของมูลค่ารวมที่รายงาน ทำให้เป็นรายการขายที่ใหญ่ที่สุดในครั้งนี้ โดยข้อมูล On-chain ยังแสดงการโอนสินทรัพย์ไปยังผู้ให้บริการซื้อขายนอกกระดาน (OTC) หลายราย อย่างไรก็ตาม การโอนไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันราคาดำเนินการจริงหรือกำไรสุทธิของทุกธุรกรรม
ทำไม Arthur Hayes ถึงเลือกถอยออกจากตลาด?
Hayes ระบุว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมมองว่าตลาดอาจจำเป็นต้องปรับตัวลงก่อนจึงจะฟื้นตัวได้ เขาจึงเลือกพักการลงทุนและรอสัญญาณที่ชัดเจนว่าความเสี่ยงเริ่มคลี่คลายก่อนกลับเข้าตลาดอีกครั้ง
การตัดสินใจนี้ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีที่น่าจับตา เพราะก่อนหน้านี้ Hayes เคยแสดงมุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin และ Ethereum รวมถึงเปิดเผยว่ากองทุนมีสถานะลงทุนในสินทรัพย์คริปโตหลายรายการ แต่ในครั้งนี้เขาเลือกล็อกกำไรและลดความเสี่ยงแทนการถือสถานะต่อ
อย่างไรก็ตาม การปิดสถานะครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า Hayes เปลี่ยนมุมมองระยะยาวต่อคริปโตอย่างถาวร เขาระบุว่าจะรอสัญญาณที่ชัดเจนก่อนกลับเข้าลงทุน แต่ไม่ได้กำหนดวันหรือระดับราคาที่จะกลับมาซื้อ
ผู้เขียนมองว่า ข่าวนี้สะท้อนว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์กำลังทำให้นักลงทุนบางรายเลือกถือเงินสดแทนการเสี่ยงใน Altcoin แม้แต่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Arthur Hayes ก็พร้อมปิดสถานะเมื่อมองว่าความเสี่ยงสูงเกินไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรเทขายตามทันที เพราะการตัดสินใจของ Maelstrom ไม่ได้สะท้อนมุมมองของตลาดทั้งหมด สิ่งที่ควรติดตามต่อคือทิศทาง Bitcoin, กระแสเงินทุน และแรงขายใน Altcoin ว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

