bitkub-banner

Ethereum ดีดกลับ 1% แตะ $2,340 แต่ปริมาณซื้อขายยังต่ำกว่าช่วงเทขาย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Ethereum (ETH) ดีดตัวขึ้น 1.0% แตะ $2,340.96 ในวันที่ 25 ต.ค. 2569 หลังทดสอบจุดต่ำสุดรายวันที่ $2,286.76
  • ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 9.62 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าช่วง 14 ถึง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ของการเทขายต้นเดือน ต.ค. อย่างชัดเจน
  • แม้ราคาขึ้นระยะสั้น แต่ภาพใหญ่ยังเป็นขาลง และราคายังติดลบ 1.8% ในรอบ 24 ชั่วโมง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การดีดตัวรอบนี้เป็นสัญญาณบวกระยะสั้น เพราะราคากลับขึ้นมาจากจุดต่ำสุดรายวัน แต่ปริมาณซื้อขายยังไม่สูงพอจะยืนยันว่าแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างจริงจัง ภาพรวมจึงยังต้องติดตามต่อ

ราคา Ethereum ดีดตัวขึ้น 1.0% แตะ $2,340.96 ในวันที่ 25 ต.ค. 2569 หลังแกว่งตัวระหว่าง $2,286.76 ถึง $2,386.37 ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แม้การเคลื่อนไหวล่าสุดเป็นบวก แต่ราคายังติดลบ 1.8% เมื่อเทียบกับเมื่อวาน ปริมาณซื้อขายรวมอยู่ที่ 9.62 พันล้านดอลลาร์ และมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.86 แสนล้านดอลลาร์

ข้อสังเกตที่ระบบติดตามราคาจับได้คือเรื่องปริมาณ ตัวเลข 9.62 พันล้านดอลลาร์ต่อวันถือว่าเบาบางเมื่อเทียบกับช่วงเทขายรอบต้นเดือน ต.ค. ที่ปริมาณซื้อขายอยู่ระหว่าง 14 ถึง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อวัน ในมุมนักข่าว นี่คือเบาะแสที่น่าสนใจกว่าตัวเลขราคาเสียอีก

สัญญาณจากปริมาณซื้อขายที่ผิดจังหวะ

ความผิดปกติรอบนี้ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณซื้อขายสูงเกินปกติ แต่อยู่ที่ปริมาณต่ำในจังหวะที่ราคาเพิ่งทดสอบจุดต่ำสุดรายวัน เมื่อเทียบกับช่วงเทขายต้นเดือน ต.ค. ที่ราคาร่วงจากราว $2,700 ลงมาที่ $2,473 ในวันที่ 8 ถึง 9 ต.ค. พร้อมปริมาณซื้อขายหนาแน่น ตอนนี้ปริมาณหายไปราว 30% ถึง 50% ของระดับเดิม

โดยทั่วไป การที่ราคาลดลงต่อเนื่องแต่ปริมาณซื้อขายลดลงตามกัน มักถูกตีความว่าแรงเทขายเริ่มเบาลง ไม่ใช่การเทขายแบบตื่นตระหนก ข้อมูลจากระบบวิเคราะห์ของเราก็สอดคล้องกัน คือภาพรวมเป็นการไหลลงช้า ๆ มากกว่าการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ปริมาณต่ำก็แปลได้อีกด้านว่าผู้ซื้อยังไม่กล้าเข้ามาเช่นกัน

แท่งเทียน 4 ชั่วโมงล่าสุดของวันที่ 24 ต.ค. เวลา 23:00 น. ตามเวลาไทย (16:00 UTC) ทำจุดต่ำสุดที่ $2,287 และปิดที่ $2,305 ซึ่งเป็นการหลุดโซน $2,330 ถึง $2,385 ที่ราคาเคยยืนได้หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา การที่ราคาดีดกลับขึ้นมาที่ $2,340 จึงเป็นการกลับเข้าโซนเดิมอีกครั้ง

เปรียบเทียบกับช่วงที่ปริมาณซื้อขายพุ่งในอดีต

เมื่อมองย้อนกลับไป ปริมาณซื้อขายที่ผิดปกติของ ETH ในรอบปีนี้มีอยู่สองช่วงใหญ่ ช่วงแรกคือการร่วงลงสู่จุดต่ำสุดราว $1,566 ถึง $1,569 ในเดือน มิ.ย. 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเทขายรุนแรง ช่วงที่สองคือการพุ่งขึ้นราว 30% ภายในหนึ่งสัปดาห์ไปที่ราว $2,500 ในเดือน ส.ค. ก่อนไปแตะ $2,775 ในสัปดาห์ที่ 38

ทั้งสองช่วงมีลักษณะร่วมกันคือปริมาณซื้อขายสูงเป็นพิเศษ และเป็นช่วงที่ราคากลับทิศชัดเจน ต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ปริมาณเบาบาง ในช่วง 4 สัปดาห์หลังสุด ETH ทำจุดสูงสุดรายสัปดาห์ต่ำลงต่อเนื่องและปิดต่ำลงต่อเนื่อง จาก 2,696 เป็น 2,687, 2,504, 2,400 และล่าสุด 2,330 โดยไม่มีปริมาณซื้อขายมาช่วยยืนยันการกลับตัวแต่อย่างใด

ข้อมูลในอดีตบอกได้เพียงว่าราคาเคยเปลี่ยนทิศหลังปริมาณพุ่งผิดปกติ แต่ไม่ได้บอกว่าปริมาณต่ำจะนำไปสู่อะไร จึงไม่ควรตีความเกินข้อเท็จจริงว่าการดีดรอบนี้จะต่อเนื่องหรือไม่

เงินใหญ่กำลังทำอะไรอยู่ อ่านจากรูปแบบปริมาณ

คำถามที่นักวิเคราะห์มักตั้งเมื่อเห็นปริมาณลักษณะนี้คือ เงินใหญ่กำลังสะสมหรือกำลังทยอยขายออก ซึ่งข้อมูลราคากับปริมาณอย่างเดียวตอบไม่ได้ชัดเจน เพราะหากมีการสะสม มักต้องเห็นปริมาณเพิ่มขึ้นตอนราคาขึ้น และปริมาณลดลงตอนราคาย่อ แต่ตอนนี้ปริมาณโดยรวมต่ำทั้งสองฝั่ง

สิ่งที่พอบอกได้คือรูปแบบนี้เข้ากับตลาดที่ผู้เล่นรายใหญ่ยังรอดูสถานการณ์ ไม่ได้เร่งเทขายและไม่ได้เร่งช้อนซื้อ ราคาที่แกว่งตัว 1% ถึง 3% ในกรอบ $2,300 ถึง $2,450 จึงเป็นเพียงความผันผวนปกติ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เว้นแต่ราคาจะผ่านระดับสำคัญทางจิตวิทยาอย่าง $2,000 หรือ $2,500 ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้น

ในด้านภาพใหญ่ ETH ยังอยู่ในขาลงระยะยาวนับจากจุดสูงสุดใกล้ $4,159 เมื่อปลายเดือน ต.ค. 2568 โดยราคาลดลงมากกว่า 40% และขาลงระยะกลางเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 38 ปัจจัยมหภาคอย่างทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และกระแสเงินไหลเข้าออกกองทุน ETF คริปโตยังเป็นตัวแปรที่ตลาดจับตา แต่ผมไม่มีข้อมูลยืนยันว่าปัจจัยใดเป็นตัวกระตุ้นการดีดรอบนี้โดยตรง


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการดีดตัว 1% รอบนี้ยังเป็นแค่เสียงเบา ๆ ในตลาดที่เงียบ สิ่งที่ผมสนใจมากกว่าราคาคือปริมาณซื้อขายที่หายไปเกือบครึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเทขายต้นเดือน มันเหมือนเบาะแสว่าตลาดกำลังเหนื่อยและรอจังหวะ ไม่ใช่ตลาดที่เปลี่ยนใจ

ผมคิดว่าจุดที่ควรจับตาคือปริมาณซื้อขายในวันที่ราคาเคลื่อนไหวแรง ถ้าราคาขยับขึ้นพร้อมปริมาณที่เพิ่มขึ้นชัดเจน นั่นจะเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือกว่าการดีดตัวเงียบ ๆ แบบนี้ และอีกเรื่องที่ควรดูคือการปิดรายสัปดาห์ว่ายังทำจุดสูงสุดต่ำลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ห้าหรือไม่ ซึ่งจะบอกได้ว่าขาลงระยะกลางยังอยู่หรือเริ่มเปลี่ยนแปลง

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI