สรุปข่าว
- ปริมาณ ETH ที่ถูก Stake ทะลุกว่า 1 ใน 3 ของอุปทานทั้งหมด ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 36%
- Cointelegraph ชี้ว่าผู้ถือไม่ได้เทขาย แต่เลือกล็อกเหรียญไว้ในระบบ Staking แทน
- ราคา Ethereum ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ $2,314 ต้องจับตาว่าสัดส่วน Staking จะขยับขึ้นต่อหรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
เมื่อ ETH ถูกล็อกไว้ใน Staking มากขึ้น เหรียญที่พร้อมขายในตลาดก็ลดลง แรงขายที่อาจเกิดขึ้นจึงมีน้อยลงตามไปด้วย และสะท้อนว่าผู้ถือมั่นใจในระยะยาว แต่ผลต่อราคาจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ปัจจัยที่ดันราคาได้ทันที
เมื่อเวลา 00:37 น. ของวันที่ 25 ต.ค. ตามรายงานจาก Cointelegraph ปริมาณ Ethereum ที่ถูก Stake ในเครือข่ายทะลุกว่า 1 ใน 3 ของอุปทานทั้งหมดแล้ว โดยตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 36% ของอุปทาน ถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ Cointelegraph ระบุว่าผู้ถือ ETH ไม่ได้เทขาย แต่เลือกล็อกเหรียญไว้ในระบบ Staking แทน ขณะที่ราคา Ethereum ในตอนนี้ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $2,314

ล็อกเหรียญมากขึ้น แรงขายในตลาดก็น้อยลง
การ Stake คือการนำ ETH ไปล็อกไว้ในเครือข่ายเพื่อช่วยตรวจสอบธุรกรรม โดยผู้ถือจะได้รับผลตอบแทนเป็นการตอบแทน เหรียญที่ถูกล็อกไว้จึงไม่ได้หมุนเวียนในตลาดตลอดช่วงที่ Stake อยู่ เมื่อสัดส่วนนี้สูงถึง 36% ของอุปทาน เหรียญที่พร้อมซื้อขายจริงในตลาดจึงเหลือน้อยลงกว่าเดิม
ข้อมูลนี้สะท้อนพฤติกรรมของผู้ถือที่เลือกถือยาวมากกว่าขายทำกำไรระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 36% ที่รายงานมาเป็นการสรุปจากแหล่งข่าวเพียงรายเดียว ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากแหล่งออนไชน์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวเลขอีกครั้ง
แนวโน้มสถาบันสะสม ETH ต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Interactive Brokers เปิดให้ลูกค้า Stake ETH ผ่าน ZeroHash ซึ่งเป็นอีกสัญญาณว่าช่องทางการ Stake กำลังขยายไปสู่ผู้ใช้กลุ่มใหญ่ขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า BitMine ถือครองรวมกว่า 5.8 ล้าน ETH ใกล้ครบ 5% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งแสดงถึงแรงสะสมจากฝั่งสถาบันที่ดึง ETH ออกจากตลาดอีกทางหนึ่ง
ในด้านราคา Ethereum ยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยตอนนี้อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของช่วงที่ผ่านมาราว 2% ซึ่งสอดคล้องกับที่ Siam Blockchain เคยรายงานว่า Ethereum ร่วงหลุดแนวรับ $2,350 ออกจากกรอบ Sideway ทำให้ตัวเลข Staking ที่สูงขึ้นยังไม่ถูกสะท้อนเป็นราคาอย่างชัดเจนในตอนนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 36% เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ เพราะมันบอกว่าคนถือ ETH จำนวนมากไม่ได้คิดจะขายเร็ว ๆ นี้ แต่ก็อย่าเพิ่งมองว่าราคาจะพุ่งทันที เพราะเหรียญที่ล็อกไว้ไม่ได้หมายความว่าจะมีแรงซื้อใหม่เข้ามา ถ้าตลาดโดยรวมยังอ่อนแรง ราคาก็ยังขยับในกรอบเดิมได้อีกนาน สิ่งที่ควรจับตาคือสัดส่วน Staking จะไต่ขึ้นต่อหรือเริ่มชะลอ และมีเหรียญไหลเข้าออกจากกระดานเทรดมากน้อยแค่ไหน ถ้าอุปทานในตลาดบางลงพร้อมกับมีแรงซื้อเข้ามาเสริม ตอนนั้นผลต่อราคาถึงจะเห็นชัดขึ้น
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI
