สรุปข่าว
- Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale กล่าวถึง 3 โปรเจกต์คริปโตที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของ AI ได้แก่ DATA Network (DATA), USD.AI (CHIP) และ Pearl (PEARL)
- ทั้งสามโปรเจกต์เจาะตลาดคนละด้าน ตั้งแต่การจัดหาข้อมูลฝึก AI การปล่อยกู้เพื่อซื้อฮาร์ดแวร์ GPU ไปจนถึงการสร้างรายได้จากพลังประมวลผลสำหรับ AI และการขุดบล็อกเชน
- ผลตอบแทนของเหรียญทั้งสามแตกต่างกันมาก โดยข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคมจาก BeInCrypto ระบุว่า DATA ลดลงกว่า 42% ในรอบ 90 วัน ขณะที่ CHIP เพิ่มขึ้นเกือบ 48% และ PEARL พุ่งขึ้นกว่า 528% ในช่วงเดียวกัน แต่ยังมีความเสี่ยงด้านราคาและอุปทานโทเคน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish
การที่ Grayscale หันมาจับตาโปรเจกต์ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐาน AI อาจช่วยเพิ่มความสนใจของนักลงทุนต่อคริปโตกลุ่มนี้ โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่มีการใช้งานจริงและสามารถสร้างรายได้จากความต้องการด้านข้อมูลหรือพลังประมวลผลได้ อย่างไรก็ตาม การถูกกล่าวถึงไม่ได้หมายความว่า Grayscale รับประกันผลตอบแทนหรือแนะนำให้ซื้อเหรียญเหล่านี้ และราคาที่ปรับตัวขึ้นแรงแล้วก็อาจเผชิญแรงขายทำกำไรได้เช่นกัน
Grayscale จับตา 3 เหรียญที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของ AI
Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale กล่าวถึง DATA Network (DATA), USD.AI (CHIP) และ Pearl (PEARL) ในมุมมองเกี่ยวกับการบรรจบกันของเทคโนโลยี AI และบล็อกเชน โดยแต่ละโปรเจกต์พยายามตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรม AI ทั้งด้านข้อมูล, ฮาร์ดแวร์ และกำลังประมวลผล ตามรายงานของ BeInCrypto เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2026
แนวคิดนี้สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ Grayscale ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ซึ่งมองว่าบล็อกเชนมีบทบาทเพิ่มขึ้นในระบบนิเวศ AI ตั้งแต่การจัดหาทรัพยากร การให้บริการประมวลผล ไปจนถึงการประสานงานระหว่างผู้เข้าร่วมเครือข่ายแบบกระจายศูนย์
1. DATA Network (DATA) เดิมพันกับข้อมูลฝึก AI
DATA Network มุ่งสร้างระบบที่ผู้ใช้งานสามารถส่งภาพ วิดีโอ และเสียงที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ เพื่อนำไปให้สิทธิ์แก่นักพัฒนา AI สำหรับการฝึกโมเดล โดยผู้ให้ข้อมูลสามารถได้รับผลตอบแทนจากการมีส่วนร่วม
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม Sui Foundation ประกาศลงทุน 30 ล้านดอลลาร์ในเครือข่ายดังกล่าว พร้อมกับแผนย้ายระบบไปยังบล็อกเชน Sui โดยมีการวางแผนโอนโทเคนเดิมในอัตรา 1 ต่อ 1
อย่างไรก็ตาม ราคาของ DATA ยังเผชิญแรงกดดัน โดยข้อมูลจาก BeInCrypto ระบุว่า ณ เวลารายงาน ราคาอยู่ที่ประมาณ $0.15243 ลดลง 42.07% ในรอบ 90 วัน และลดลง 34.65% ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าการได้รับเงินสนับสนุนหรือมีแผนพัฒนาเครือข่ายไม่ได้ทำให้ราคาโทเคนปรับตัวขึ้นโดยอัตโนมัติ
2. USD.AI (CHIP) เปิดทางให้ธุรกิจ AI ระดมทุนซื้อ GPU
USD.AI พยายามแก้ปัญหาต้นทุนฮาร์ดแวร์ AI ที่สูง โดยเปิดให้บริษัทด้านการประมวลผลเข้าถึงเงินทุนผ่านระบบสินเชื่อบนบล็อกเชน ซึ่งใช้ฮาร์ดแวร์และรายได้ในอนาคตเป็นส่วนหนึ่งของหลักประกัน
ในเดือนสิงหาคม Bullish ประกาศวงเงินสนับสนุนทางการเงิน 100 ล้านดอลลาร์เพื่อรองรับสินเชื่อ GPU ของ USD.AI ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบคริปโตมาเชื่อมกับความต้องการฮาร์ดแวร์ในอุตสาหกรรม AI
สำหรับราคา CHIP ข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคมจาก BeInCrypto ระบุว่าอยู่ที่ประมาณ $0.04386 เพิ่มขึ้น 47.98% ในรอบ 90 วัน อย่างไรก็ตาม ราคายังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนเมษายนประมาณ 69% นักลงทุนจึงควรพิจารณาทั้งโอกาสทางธุรกิจและความผันผวนของราคาไปพร้อมกัน
3. Pearl (PEARL) ใช้พลังประมวลผลสร้างรายได้สองทาง
Pearl นำเสนอแนวคิดการใช้กำลังประมวลผลเพื่อรองรับงาน AI ควบคู่กับการขุดบล็อกเชน โดยผู้ให้บริการอาจได้รับรายได้จากการประมวลผล AI พร้อมกับรับโทเคนเป็นรางวัลจากการมีส่วนร่วมในเครือข่าย
ข้อมูลจาก BeInCrypto ระบุว่า PEARL มีราคาอยู่ที่ประมาณ $2.00 ณ เวลารายงาน เพิ่มขึ้น 528.24% ในรอบ 90 วัน แต่ปรับตัวลดลงประมาณ 19% จากระดับสูงสุด $2.46 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา
แม้ผลตอบแทนในช่วงดังกล่าวจะโดดเด่นที่สุดในบรรดาเหรียญทั้งสาม แต่ PEARL ยังมีความเสี่ยงด้านโทเคโนมิกส์ โดยมีการประเมินว่าโทเคนใหม่ราว 1.2 ล้านเหรียญอาจเข้าสู่ระบบหมุนเวียนต่อวัน ขณะที่มูลค่าตลาดแบบ Fully Diluted Valuation (FDV) อยู่ที่ประมาณ 4.2 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับมูลค่าตลาดหมุนเวียนราว 713 ล้านดอลลาร์
ช่องว่างระหว่างตัวเลขทั้งสองสะท้อนว่าอุปทานโทเคนในอนาคตอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะหากความต้องการซื้อไม่เติบโตทันกับจำนวนเหรียญที่เพิ่มขึ้น
AI Boom ไม่ได้หมายความว่าเหรียญทุกตัวจะเติบโตตาม
แม้ AI จะต้องการข้อมูลและกำลังประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การที่โปรเจกต์หนึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตไม่ได้รับประกันว่าโทเคนของโปรเจกต์นั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
Grayscale เคยระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 1 ตุลาคมว่า กลุ่มคริปโต AI ยังเป็นเซกเตอร์ที่มีมูลค่าตลาดเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มคริปโตอื่น ๆ โดยมีโอกาสเติบโตจากการนำบล็อกเชนมาใช้กับบริการ AI แบบกระจายศูนย์ แต่ความสำเร็จในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งานจริงและความสามารถในการแข่งขัน
สำหรับ DATA สิ่งที่ต้องติดตามคือการสร้างตลาดสำหรับข้อมูลที่ได้รับอนุญาตและความคืบหน้าการย้ายเครือข่าย ส่วน CHIP ต้องพิสูจน์ว่าระบบสินเชื่อฮาร์ดแวร์สามารถขยายตัวได้อย่างยั่งยืน ขณะที่ PEARL ต้องแสดงให้เห็นว่ารายได้จากงาน AI สามารถรองรับการเติบโตของเครือข่ายและอุปทานโทเคนได้
การจับตา DATA, CHIP และ PEARL ของ Grayscale สะท้อนว่าตลาดคริปโตกำลังมองหาโอกาสจากโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเติบโตของ AI มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลฝึกโมเดล การจัดหาเงินทุนซื้อ GPU หรือการสร้างรายได้จากกำลังประมวลผล
ในมุมผู้เขียน ทั้งสามโปรเจกต์มีแนวคิดที่น่าสนใจเพราะเชื่อมโยงกับความต้องการในโลกจริง แต่ระดับความเสี่ยงแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเหรียญที่ราคาพุ่งแรงและมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก นักลงทุนจึงควรดูทั้งการใช้งานจริง รายได้ ความสามารถในการแข่งขัน และโครงสร้างการปล่อยโทเคน ไม่ใช่ตัดสินใจจากคำว่า AI หรือชื่อของ Grayscale เพียงอย่างเดียว
ที่มา : Grayscale, Grayscale Artificial Intelligence, BeInCrypto:

