สรุปข่าว
- Chamath Palihapitiya นักลงทุนชื่อดังผู้เคยสนับสนุน Bitcoin อย่างเหนียวแน่น พลิกความเห็นกลับมาทำนายว่าราคาจะร่วงลงเหลือศูนย์ในที่สุด
- เขามองว่า Bitcoin มีเพดานจำกัด และต้องเผชิญปัญหาความเป็นส่วนตัวทางการเงิน และความเสี่ยงจากการที่ AI อาจเข้ามาคุกคามความปลอดภัย
- การกลับลำครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดการสนับสนุน Bitcoin ตลอดระยะเวลา 14 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นทางความคิดและการตัดสินใจตามสภาวะตลาด
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Chamath Palihapitiya นักลงทุนชื่อดังที่เคยยกย่อง Bitcoin เป็นดั่งทองคำ 2.0 และคาดการณ์ว่าราคาจะพุ่งไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ ได้พลิกมุมมองครั้งใหญ่โดยทำนายว่าราคาจะร่วงลงเหลือศูนย์แทน เนื่องจากข้อจำกัดหลายประการ ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นทางความคิดและการปรับพอร์ตตามสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป
Chamath Palihapitiya นักลงทุนชื่อดังผู้ที่เคยกล่าวชื่นชมว่า Bitcoin เป็นทองคำ 2.0 เป็นการทำประกันการเงิน และเคยทำนายว่าราคาจะทะยานไปถึง $1,000,000 ล่าสุดกลับพลิกความเห็น 360 องศาและกลับมากล่าวว่าท้ายที่สุดแล้วราคาจะร่วงลงไปเหลือ “ศูนย์” แทน
จากล้านสู่ศูนย์
Palihapitiya กล่าวว่าในมุมมองของเขา Bitcoin มีเพดานจำกัด หรือถึงทางตันแล้ว จากนั้นในอนาคตเครือข่ายจะต้องถูกเจาะจนทำให้มูลค่าร่วงลงเหลือศูนย์ในท้ายที่สุด ทว่า AI ไม่ใช่สาเหตุหลักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้บิตคอยน์ต้องถึงจุดจบ แต่ประกอบไปด้วยเหตุผล 3 ประการ ซึ่งประกอบไปด้วย:
- ความสามารถในการทดแทนกันได้ที่จำกัด
- ความเป็นส่วนตัวทางการเงินที่ไม่เพียงพอ
- ความเป็นไปได้ที่ระบบ AI คุกคามความปลอดภัยของเครือข่าย
เขาโต้แย้งว่าธนาคารกลางไม่พร้อมที่จะรับ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองเนื่องจากความโปร่งใสในการจดบันทึกธุรกรรมบนบล็อกเชน ซึ่งทำให้ไม่สามารถป้องกันความเป็นส่วนตัวได้ตามความต้องการของสถาบันระดับรัฐ และพอไม่มีผู้ซื้อรายใหญ่เขาจึงมองว่า Bitcoin มีเพดานขีดจำกัดในการเติบโต
ขณะเดียวกัน ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด Palihapitiya คาดว่ามิจฉาชีพจะใช้ AI ในการเจาะแนวป้องกันของเครือข่าย หรือพยายามเข้าชิงเหรียญของซาโตชิ แล้วทำการเปิดชอร์ตสินทรัพย์ก่อนประกาศให้โลกรู้เพื่อทำกำไรสองทางและทำให้ตลาดปั่นป่วน
ทั้งนี้ หลายคนมองว่า Bitcoin สามารถอัปเกรดตนเองให้สามารถต้านทานต่อภัยคุกคามของควอนตัมคอมพิวเตอร์ได้ แต่ Palihapitiya ไม่คิดเช่นนั้นโดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านแทบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะการกำกับดูแลเครือข่ายของ Bitcoin ต่างมีข้อพิพาทและการโต้เถียงไม่รู้จบ
อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนมุมมองของ Palihapitiya ในคราวนี้ถือเป็นการยุติการสนับสนุน Bitcoin ตลอดระยะเวลา 14 ปีของเขา (ตั้งแต่ปี 2012) ทว่า บิตคอยน์ก็ไม่ใช่สินทรัพย์เดียวที่เขาเปลี่ยนมุมมองจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยออกมาเชียร์หุ้น Tesla ว่าจะเติบโตหลายเท่าก่อนที่จะกลับลำและเทขายทิ้งทั้งหมด
ความยืดหยุ่นทางความคิด
Palihapitiya เคยเปิดเผยและปกป้องความยืดหยุ่นทางความคิดอย่างเปิดเผย โดยประกาศว่าเขา “ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนใจ” ซึ่งประวัติการลงทุนของเขาสะท้อนถึงปรัชญานั้น แม้ว่าการขายในขณะที่ยังคงมองบวกเกี่ยวกับอนาคตของสินทรัพย์จะไม่ใช่เรื่องที่ขัดแย้งกันเสมอไป เพราะความต้องการสภาพคล่อง การบริหารพอร์ตการลงทุน และสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ล้วนส่งผลต่อตัดสินใจเหล่านั้นได้ทั้งสิ้น
ถึงกระนั้น ความแตกต่างก็ยากที่จะมองข้าม นักลงทุนที่ครั้งหนึ่งเคยโปรโมต Bitcoin ว่าเป็นเครื่องมือป้องกันความไร้เสถียรภาพทางการเงิน บัดนี้กลับทำนายถึงการล่มสลายทางเทคโนโลยีของมัน แสดงให้เห็นว่าตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาโลกได้หมุนไปเร็วมากขนาดไหน
ที่มา Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน: การกลับลำของนักลงทุนระดับแถวหน้าสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางและความไม่แน่นอนในระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ความยืดหยุ่นทางความคิดจะเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลในการบริหารความเสี่ยง แต่คำเตือนนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดและมุมมองของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อคริปโตเคอร์เรนซี

