สรุปข่าว
- ราคา Ethereum (ETH) ร่วง 1.6% หลุดมาที่ $2,315.63 ในวันที่ 26 ต.ค. โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาติดลบ 1.2% และแตะต่ำสุดที่ $2,293.20
- ราคาย่อตัวต่อเนื่องหลังหลุดกรอบสะสมตัว $2,670 ถึง $2,730 เมื่อ 8 ถึง 9 ต.ค. ปิดรายสัปดาห์ต่ำลงติดต่อกัน 5 สัปดาห์
- บทความนี้ตั้งคำถามว่ากลุ่มทุนใหญ่และเจ้ามือกำลังทำอะไรอยู่เบื้องหลัง โดยแนะนำข้อมูลบนเชนและการไหลของเงินที่ผู้อ่านควรติดตามจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
โครงสร้างราคาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวยังเป็นขาลง ราคาเด้งขึ้นแล้วเจอแรงขายทุกครั้ง และปริมาณซื้อขายลดลงพร้อมกับราคา สะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่กลับมา
ราคา Ethereum ร่วง 1.6% มาอยู่ที่ $2,315.63 ในวันที่ 26 ต.ค. 2569 โดยระหว่างวันแกว่งตัวระหว่าง $2,293.20 ถึง $2,359.75 และเมื่อเทียบ 24 ชั่วโมงติดลบ 1.2% มูลค่าตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 2.83 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 8.11 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลข 1.6% อาจดูไม่มาก แต่เมื่อมองภาพใหญ่ ETH ลดลงราว 16% จากจุดสูงเมื่อ 5 ต.ค. ที่ $2,726 และลดลงราว 17% จากจุดสูงเดือน ก.ย. ที่ $2,775 ราคาให้คืนกำไรจากการพุ่งขึ้นช่วงเดือน ส.ค. ไปแล้วราว 55% คำถามที่ตลาดสงสัยคือ ใครกำลังขาย ใครกำลังรับ และเงินไหลไปทางไหน
เจ้ามือกำลังทำอะไรอยู่ ร่องรอยบนเชนที่ต้องไล่ดู
เนื่องจากบทความนี้ไม่มีข้อมูลการโอนรายธุรกรรมหรือที่อยู่กระเป๋าที่ยืนยันได้ในมือ จึงขอไม่ระบุตัวเลขหรือชื่อกระเป๋าที่ตรวจสอบไม่ได้ สิ่งที่รายงานได้ชัดเจนคือพฤติกรรมของราคาที่เข้าข่ายการทยอยขายต่อเนื่อง ราคาเด้งขึ้นสั้น ๆ แล้วถูกขายกลับทุกครั้ง โดยจุดสูงล่าสุดอยู่ที่ราว $2,513 เมื่อ 21 ต.ค. ก่อนทำจุดต่ำใหม่ที่ $2,293 เมื่อ 26 ต.ค.
รูปแบบนี้ทำให้นักวิเคราะห์ออนเชนมักจับตาข้อมูลสาธารณะสามอย่าง คือการโอนก้อนใหญ่จากกระเป๋าเก็บระยะยาวเข้าเว็บกระดานเทรด การเปลี่ยนแปลงยอดถือครองของกระเป๋ากลุ่มใหญ่ และการเคลื่อนไหวของกระเป๋าองค์กรที่เปิดเผยตัวตน ผู้อ่านตรวจสอบได้เองผ่านเครื่องมือสำรวจบล็อกเชนและแพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชนที่เปิดให้ใช้งานทั่วไป
สัญญาณจากปริมาณซื้อขายที่ลดลง
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือปริมาณซื้อขายลดลงพร้อมกับราคาในช่วงห้าสัปดาห์ที่ผ่านมา ในมุมเจ้ามือ การขายท่ามกลางปริมาณบางเบาหมายถึงแรงรับน้อย ราคาจึงลื่นลงได้ง่ายแม้ขายไม่มาก ขณะเดียวกันก็อาจสะท้อนว่านักลงทุนรายใหญ่บางส่วนเลือกรอดูเงียบ ๆ มากกว่าเข้าซื้อ
วิเคราะห์การไหลของเงินเข้าออกเว็บกระดานเทรด
ข้อมูลการไหลเข้าออกของ ETH บนเว็บกระดานเทรดเป็นเครื่องมือที่ตลาดใช้อ่านเจตนาของรายใหญ่ หากเหรียญไหลเข้าเว็บกระดานเทรดสุทธิ มักตีความว่าเตรียมขาย แต่หากไหลออกสุทธิ มักตีความว่าย้ายไปเก็บระยะยาว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้ตีความได้หลายทาง เพราะการโอนเข้าอาจเป็นการวางหลักประกันหรือย้ายกระเป๋าภายในองค์กรเดียวกัน
อีกตัวชี้วัดที่ควรดูคู่กันคือการเคลื่อนไหวของสเตเบิลคอยน์บนเว็บกระดานเทรด เพราะเป็นกำลังซื้อสำรองของตลาด ถ้ายอดสเตเบิลคอยน์เพิ่มขึ้นขณะราคาร่วง แปลว่ามีเงินรอซื้ออยู่ข้างสนาม แต่ถ้ายอดไม่เพิ่มหรือไหลออก แปลว่าแรงซื้อยังไม่กลับมา ผู้เขียนยังไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้ ณ เวลาที่เขียน จึงขอให้ผู้อ่านเปรียบเทียบจากแหล่งข้อมูลออนเชนโดยตรง
ปัจจัยมหภาคที่ต้องจับตา
ตลาดคริปโตยังอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตัวเลขเงินเฟ้อ และกระแสเงินเข้าออกกองทุน ETF ของคริปโต ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ โดยบทความนี้ไม่ได้อ้างตัวเลขหรือเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงที่ยืนยันไม่ได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นการร่วงรอบนี้
พฤติกรรมเจ้ามือสะท้อนอะไรต่อนักลงทุนรายย่อย
สำหรับนักลงทุนรายย่อย สิ่งที่ควรเข้าใจคือราคาขาลงที่ปริมาณบางมักทำให้เกิดการเหวี่ยงแรง ราคาอาจดีดกลับสั้น ๆ แล้วถูกขายกลับ ซึ่งบางครั้งดึงให้คนเข้าซื้อตามแล้วติดอยู่กลางทาง ราคายังเคลื่อนอยู่ในกรอบ $2,290 ถึง $2,515 ที่ผู้เขียนมองว่าการขยับ 1 ถึง 3% ภายในกรอบนี้ยังเป็นความผันผวนปกติ มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางที่ชัดเจน
สิ่งที่ตลาดกำลังรอดูคือราคาจะหลุดจุดต่ำล่าสุดแล้วลงต่อ หรือกลับขึ้นไปยืนเหนือบริเวณ $2,515 ที่จะช่วยให้โครงสร้างราคาดีขึ้น ซึ่งทั้งสองกรณีเป็นข้อสังเกตเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การชี้นำให้ซื้อหรือขาย
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าหัวใจของรอบนี้ไม่ใช่ตัวเลข 1.6% แต่คือรูปแบบที่ราคาเด้งแล้วถูกขายกลับซ้ำ ๆ พร้อมปริมาณที่ลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ผมให้น้ำหนักมากกว่าความเคลื่อนไหวรายวัน
ผมอยากเตือนว่าอย่าด่วนสรุปว่ามีใครปั่นราคา เพราะข้อมูลสาธารณะที่ผมมีตอนนี้ยังไม่พอจะชี้ตัวใครได้ แต่สิ่งที่ควรทำคือไล่ดูข้อมูลออนเชนด้วยตัวเอง ทั้งการไหลเข้าออกเว็บกระดานเทรด ยอดสเตเบิลคอยน์ และการเคลื่อนไหวของกระเป๋าใหญ่ แล้วเทียบกันหลายแหล่ง ถ้าข้อมูลชี้ไปทางเดียวกันค่อยให้น้ำหนัก สิ่งที่ผมจับตาเป็นพิเศษคือปริมาณซื้อขายว่าจะกลับมาพร้อมแรงซื้อจริงหรือไม่ ใครที่ถืออยู่ก็อย่าลืมวางแผนความเสี่ยงของตัวเองให้ชัด
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

