bitkub-banner

Moody’s เตือน ตลาดคริปโทฯ ร่วงอาจเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่มีโอกาสเกิดสูงที่สุด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Moody’s ประเมินว่าการล่มสลายของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีคือหนึ่งในความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงที่สุดในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า 
  • การเทขายหุ้น AI, สงครามอิหร่าน, ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตร และความผิดพลาดด้านนโยบาย Fed คือ 4 ปัจจัยเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายที่รุนแรง
  • การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 28 ตุลาคมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของตลาด โดยนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Moody’s ออกโรงเตือนว่าการดิ่งลงอย่างรุนแรงของตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นสูงที่สุดในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาเลเวอเรจและการเทขายในตลาดหุ้น แต่ถึงอย่างนั้นผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอาจจะยังจำกัดเมื่อเทียบกับความเสี่ยงใหญ่อื่นๆ 

Moody’s Analytics หน่วยงานวิจัยในเครือ Moody’s บริษัทการเงินระดับโลก เมื่อไม่นานมานี้ได้ระบุว่า เหตุการณ์ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีดิ่งลงอย่างรุนแรง ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วง 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า

บริษัทได้ทำการประเมินภัยคุกคามต่างๆ โดยอาศัยข้อมูลทางเศรษฐกิจ โมเดลการคาดการณ์ และการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ โดยที่คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นเพียงสองวันก่อนที่เฟดจะตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม ท่ามกลางภาวะที่นักลงทุนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางของตลาดการเงิน

ทำไม Moody’s จึงมองว่าวิกฤตคริปโทฯ เป็นความเสี่ยงสำคัญ

อ้างอิงข้อมูลจากตารางประเมินความเสี่ยง (Risk Matrix) ล่าสุด ซึ่งเผยแพร่โดย Mark Zandi หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขาได้ทำการเปรียบเทียบปัจจัยเสี่ยงที่มีโอกาสส่งผลกระทบ 27 ประการ ทั้งในด้านโอกาสที่จะเกิดขึ้นและระดับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ผลการวิเคราะห์พบว่า ความเสี่ยงจากการล่มสลายของตลาดคริปโทฯ นั้นจัดอยู่ในกลุ่มที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงเป็นอันดับต้นๆ ถึงกระนั้น Moody’s ก็มองว่าระดับความเสียหายที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้างยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างจำกัด

แม้ในตารางความเสี่ยงดังกล่าวจะไม่ได้ระบุตัวเลขความน่าจะเป็นของการร่วงลง หรือคาดการณ์ระดับราคาไว้อย่างเฉพาะเจาะจงก็ตาม อย่างไรก็ดี คำเตือนนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ต้นทุนการกู้ยืมซึ่งอยู่ในระดับสูงกำลังส่งผลกระทบและกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหนัก

ยิ่งไปกว่านั้น หากตลาดหุ้นเกิดการเทขายอย่างรุนแรงขึ้นอีก ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อราคาคริปโทฯ เพิ่มเติม ขณะเดียวกัน การใช้เลเวอเรจในสัดส่วนที่สูงก็มีความเสี่ยงที่จะเร่งให้เกิดการขาดทุนรุนแรงยิ่งขึ้นจากการถูกบังคับขาย หรือ Liquidations

4 ภัยคุกคามขนาดใหญ่กว่า ที่อาจสะเทือนตลาดการเงินโลก

Moody’s ได้ระบุถึงปัจจัยเสี่ยง 4 ประการที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ได้แก่ การเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI, การยกระดับความรุนแรงของสงครามอิหร่าน, ความผันผวนในตลาดพันธบัตร และความผิดพลาดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยภัยคุกคามเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในระดับที่รุนแรงกว่าวิกฤตในตลาดคริปโทฯ

ปัจจุบัน ตลาดพันธบัตรเริ่มส่งสัญญาณความตึงตัวให้เห็นแล้ว โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 5.31% ก่อนที่จะย่อตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.99% ในวันจันทร์

Zandi เชื่อว่าหากมีการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพิ่มเติมอีก ก็อาจยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก เขาจึงมองว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมสัปดาห์นี้ และอันที่จริงก็ไม่ควรปรับขึ้นด้วยเพราะเคยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนมาอยู่ที่ระดับ 3.75%–4% ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก CME FedWatch ชี้ว่า นักลงทุนในตลาดให้น้ำหนักเพียง 10.5% เท่านั้น ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคมนี้

สำหรับนักลงทุนในตลาดคริปโทฯ การตัดสินใจของเฟดในวันพุธนี้ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญ หากเฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก็อาจช่วยผ่อนคลายแรงกดดันได้ชั่วคราว ทว่าอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงร่วมกับแนวโน้มการใช้นโยบายเข้มงวดต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ก็ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ที่มา: Beincrypto


มุมมองผู้เขียน: สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโทยังคงมีความเปราะบางสูงและเชื่อมโยงกับภาวะมหภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักลงทุนจึงควรระมัดระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวอาจเป็นตัวกระตุ้นความผันผวนครั้งใหญ่ในสินทรัพย์เสี่ยงได้ตลอดเวลา