สรุปข่าว
- Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในงานประชุมของ Ripple ว่าคริปโตอาจเป็นเครื่องมือช่วยรักษาความเป็นเจ้าตลาดของดอลลาร์สหรัฐฯ
- เขาระบุว่าการดำเนินการผ่าน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และ CFTC อาจช่วยเติมช่องว่างที่เกิดจากการที่ร่างกฎหมาย Clarity Act ไม่ผ่าน พร้อมช่วยลดปัญหาการปิดบัญชีธนาคารของธุรกิจคริปโต (debanking)
- ยังไม่มีกฎหรือมาตรการที่เป็นรูปธรรมออกมา ต้องจับตาท่าทีของ SEC และ CFTC ต่อจากนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ท่าทีของรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่มองคริปโตเป็นประโยชน์ต่อดอลลาร์ ส่งสัญญาณว่านโยบายฝั่งรัฐบาลยังเป็นมิตรกับอุตสาหกรรม แต่เป็นเพียงถ้อยแถลงในงานประชุม ยังไม่มีกฎเกณฑ์จริง ผลต่อราคาจึงเป็นบวกเล็กน้อยเท่านั้น
ตามรายงานจาก CoinDesk Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในงานประชุมของ Ripple เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่าคริปโตอาจเป็นเครื่องมือใหม่ของสหรัฐฯ ในการรักษาสถานะเจ้าตลาดของเงินดอลลาร์ เขาระบุว่าการดำเนินการของ SEC และ CFTC สามารถช่วยเติมช่องว่างที่เกิดจากความล้มเหลวของ Clarity Act ได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยแก้ปัญหาการที่ธนาคารปิดบัญชีธุรกิจคริปโตโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ราคา XRP ซึ่งเป็นเหรียญที่เกี่ยวข้องกับ Ripple ซื้อขายอยู่ที่ $1.32 เพิ่มขึ้น 2.4% ในรอบ 24 ชั่วโมง
คริปโตกับการรักษาความเป็นเจ้าตลาดของดอลลาร์
แนวคิดหลักของ Bessent คือการมองคริปโตโดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวข้องกับดอลลาร์ ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยขยายอิทธิพลของสกุลเงินสหรัฐฯ ไปสู่ระบบการเงินยุคใหม่ ไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องกำจัด มุมมองนี้สอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลที่ผ่านมาซึ่งให้ความสำคัญกับสเตเบิลคอยน์ที่อิงกับดอลลาร์
การพูดในงานของ Ripple ยังเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลพร้อมคุยกับภาคอุตสาหกรรมโดยตรง แต่เนื้อหาที่ออกมาเป็นเพียงกรอบแนวคิด ไม่ได้ระบุกฎเกณฑ์หรือกรอบเวลาที่ชัดเจน
SEC และ CFTC เติมช่องว่างหลัง Clarity Act ล้มเหลว
Bessent ยอมรับว่า Clarity Act ซึ่งตั้งใจวางกรอบกำกับดูแลคริปโตทั้งระบบไม่ผ่านสภาตามที่หวัง เขาจึงชี้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC และ CFTC สามารถใช้อำนาจที่มีอยู่ออกแนวทางหรือกฎเพื่อให้ตลาดมีความชัดเจนมากขึ้นได้
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า CLARITY Act สะดุดกลางวุฒิสภา และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา CEO ของ Ripple เคยหนุนรมว.คลังสหรัฐฯ ให้เร่งผลักดันกฎหมายนี้ การที่ Bessent หันมาพูดถึงทางเลือกผ่านหน่วยงานกำกับจึงสะท้อนว่ารัฐบาลเริ่มมองหาทางออกอื่น
ปัญหา debanking กับการกีดกันทางการเงิน
อีกประเด็นที่ Bessent หยิบขึ้นมาคือการลดปัญหา debanking หรือการที่ธนาคารปิดบัญชีหรือปฏิเสธให้บริการธุรกิจคริปโต ซึ่งเป็นข้อกังวลของอุตสาหกรรมมาโดยตลอด เขามองว่าการแก้ปัญหานี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้เล่นในระบบถูกกีดกันออกจากระบบการเงินหลัก
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีในเชิงทิศทางนโยบาย แต่ยังไม่ควรตีความเกินจริง เพราะเป็นแค่คำพูดในงานประชุมของบริษัทที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ยังไม่มีร่างกฎหรือคำสั่งจริงออกมา และ Clarity Act ที่ล้มไปแล้วก็แสดงให้เห็นว่าเส้นทางการเมืองไม่ง่าย สิ่งที่น่าจับตาคือ SEC และ CFTC จะออกแนวทางอะไรจริง ๆ ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า และธนาคารจะเปลี่ยนท่าทีต่อธุรกิจคริปโตหรือไม่ ถ้าสองอย่างนี้ขยับ ถึงจะเป็นแรงหนุนที่จับต้องได้
ที่มา: CoinDesk
ภาพจาก AI
