bitkub-banner

Bitcoin Option 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์จ่อหมดอายุศุกร์นี้ นักเทรดหวั่นราคาผันผวน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาด Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันจากการหมดอายุของสัญญาออปชันมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ 
  • อัตราส่วน Put/Call อยู่ที่ 0.53 และระดับ Max Pain ที่ 78,000 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าตลาดมีแนวโน้มมองขึ้นมากกว่ามองลง
  • ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2026 ตลาดต้องเผชิญปัจจัยท้าทาย เช่น ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และการประชุมเฟดในเดือนธันวาคม

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีและ Bitcoin กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญหลังการประชุม FOMC โดยต้องรับมือกับการหมดอายุของสัญญาออปชันมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันที่ 30 ตุลาคม ที่อาจทำให้ราคาผันผวน พร้อมทั้งเตรียมรับมือกับปัจจัยเสี่ยงในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2026 ทั้งการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ การประชุมเฟดเดือนธันวาคม และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงร้อนแรง

ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีและ Bitcoin กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศผลการประชุม FOMC ล่าสุด โดยการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยได้ช่วยขจัดความไม่แน่นอนระยะสั้นออกไป 

อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังเข้าสู่บททดสอบถัดไป นั่นคือการหมดอายุของสัญญาออปชันมูลค่าสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางราคาในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ

สัญญาออปชัน Bitcoin วันที่ 30 ต.ค.

สำหรับมูลค่าสัญญาออปชัน Bitcoin ในวันศุกร์สิ้นเดือนนี้จะมีมูลค่ารวมกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีสัดส่วน Put/Call Ratio อยู่ที่ราว 0.53 แสดงให้เห็นว่าสัญญา Call (มองขึ้น) มีจำนวนมากกว่าสัญญา Put (มองลง) อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงมุมมองที่เป็นบวกในตลาด

ปัจจุบันระดับราคา Max Pain หรือจุดเจ็บปวดสูงสุดของผู้ถือสัญญาออปชันจะอยู่ที่ระดับราคา $78,000 ซึ่งตามปกติแล้วราคาในตลาดมักถูกดึงเข้าหาตัวเลขดังกล่าวในช่วงเวลาใกล้หมดอายุแต่ในความเป็นจริง ราคาอาจปิดสูงกว่าหรือต่ำกว่าระดับดังกล่าว ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องและแรงซื้อขายในขณะนั้น

แนวโน้มหลังหมดอายุสัญญา

หาก Bitcoin สามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ และสามารถทนรับการป้องกันความเสี่ยงของรายใหญ่โดยไม่มีแรงขายรุนแรง ตลาดอาจมีโอกาสฟื้นตัวได้ต่อ เนื่องจากในตอนนี้ปัจจัยลบที่คอยกดดันตลาดได้ผ่านพ้นไปหมดแล้ว จนกว่าจะเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนที่ตลาดต้องเผชิญแรงกดดันใหม่ แต่หากไม่สามารถฟื้นตัวได้ ตุลาคมปีนี้ก็อาจเป็นอีกปีที่ Bitcoin จะปิดกราฟเดือนในแดนลบต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

ปัจจัยสำคัญ 2 เดือนสุดท้าย

อย่างไรก็ตามในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2026 Bitcoin ยังต้องเผชิญหน้ากับปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดโดยตรง ซึ่งเริ่มจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน

ปัจจุบันโพลหลายสำนักต่างมองว่ารีพับลิกันจะสูญเสียที่นั่งในสภาให้กับเดโมแครตในศึกนี้ ซึ่งอาจทำให้อำนาจในการร่างกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นไปได้ยากลำบากขึ้น เนื่องจากมีข้อพิพาทเรื่องผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐมาเกี่ยวข้อง เช่น ร่างกฎหมาย Clarity Act

ต่อมาในเดือนธันวาคมจะมีการประชุมส่งท้ายปีของเฟด โดยถึงแม้ว่าทางหน่วยงานจะยืนยันแล้วว่าพวกเขากำลังอยู่ในสภาวะ “รอและเฝ้ามอง” ความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขเศรษฐกิจในอนาคต แต่ความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปลายปีนี้ยังคงสูง และอาจทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโทฯ ถูกเทขายก่อนได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตามปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องจับตามอง เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีท่าทีจะคลี่คลายลงในปัจจุบัน ขณะเดียวกันราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นสูงก็ได้ทำให้โลกต้องประสบกับวิกฤตเงินเฟ้ออย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้สถานะของ Bitcoin ในตอนนี้อยู่ก้ำกึ่งระหว่าง สินทรัพย์ปลอดภัย และ สินทรัพย์เก็งกำไรความเสี่ยงสูง ไปพร้อมๆ กัน


มุมมองผู้เขียน: สถานการณ์ของ Bitcoin ในช่วงนี้มีความผันผวนสูงจากแรงกดดันรอบด้าน ทั้งการหมดอายุของสัญญาออปชันและทิศทางนโยบายการเงินของ Fed นักลงทุนจึงควรระมัดระวังความเสี่ยงและติดตามปัจจัยมหภาคอย่างใกล้ชิด