bitkub-banner

CZ ยืนยันเงินลูกค้าปลอดภัย การันตีชดเชยความเสียหายเต็มจำนวน หลัง Binance ถูกแฮก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • CZ ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance โพสต์ยอมรับว่า เงินราว 2,500 ถึง 3,300 ล้านดอลลาร์ที่ไหลออกจาก Hot Wallet ดูเหมือนเป็นการถูกแฮก พร้อมยืนยันว่าเงินของผู้ใช้ยังปลอดภัย
  • Binance ระงับการถอนชั่วคราว เพื่อตรวจสอบระบบ ด้าน Yi He ซึ่งเป็น Co-CEO ประกาศว่า จะรับผิดชอบและชดเชยความเสียหายทั้งหมด
  • Tether และ Circle อายัดสเตเบิลคอยน์รวมกันกว่า 2,300 ล้านดอลลาร์ ทั้ง USDT และ USDC

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bearish

ข่าวการระงับการถอนของแพลตฟอร์มเทรดอันดับหนึ่งของโลกสร้างแรงกดดันเชิงลบต่อตลาดในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ปรับตัวลดลงทันที อย่างไรก็ตาม ความตื่นตระหนกถูกบรรเทาลงได้บางส่วน หลังมีข้อมูลยืนยันว่าสินทรัพย์ส่วนใหญ่ถูกอายัดไว้ได้ทันท่วงที พร้อมคำมั่นสัญญาเรื่องมาตรการชดเชยที่ชัดเจน ทำให้ทิศทางและความเชื่อมั่นของตลาดในระยะกลางขึ้นอยู่กับความโปร่งใสของรายงานผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการที่ Binance เตรียมเปิดเผยต่อไป

Changpeng Zhao (CZ) ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ได้ออกมาโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ยอดเงินจำนวนมหาศาลมูลค่าราว 2,500 ถึง 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ไหลออกจากกระเป๋าเงิน Hot Wallet ของ Binance ดูเหมือนจะเป็นเหตุการณ์ถูกแฮกหรือถูกโจมตีระบบจริง ซึ่งข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาเหรียญคริปโตในตลาดร่วงลงอย่างรวดเร็ว 

อย่างไรก็ตาม CZ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “เงินของผู้ใช้งานยังคงปลอดภัย” พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณ Tether และ Circle ที่เข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ด้วยการระงับธุรกรรมกระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ แม้ CZ จะก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 และไม่ได้บริหารงานโดยตรงแล้ว แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เขายืนยันว่า หากมีเงินของผู้ใช้ได้รับผลกระทบจะได้รับการชดเชยอย่างครบถ้วนแน่นอน

ท่าทีของ Binance สั่งระงับการถอนชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ ยืนยันเงินทุนปลอดภัย (SAFU)

ทางด้าน Binance แสดงท่าทีที่ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเบื้องต้นได้ออกแถลงการณ์ว่า ทีมความปลอดภัยกำลังเร่งตรวจสอบรายงานความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ซึ่งในตอนแรกยังไม่ได้ยืนยันว่า ระบบถูกเจาะ หรือมีเงินของผู้ใช้ได้รับผลกระทบหรือไม่ พร้อมเตือนให้นักลงทุนระวังลิงก์ปลอมและข้อความหลอกลวงที่อาจฉวยโอกาสในช่วงเวลาดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา Binance ได้ออกประกาศอัปเดตเพื่อสร้างความมั่นใจ โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่า เงินทุนของผู้ใช้งานทุกคนยังคงปลอดภัย 100% เพียงแต่มีความจำเป็นต้องระงับบริการถอนเงินเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ทีมงานตรวจสอบระบบความปลอดภัยทั้งหมดอย่างละเอียดรอบคอบ

ขณะที่ Yi He ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-CEO) ของ Binance ได้โพสต์ยืนยันว่า “เงินของผู้ใช้ทุกคนปลอดภัย“ พร้อมทั้งระบุว่า Binance จะรับผิดชอบและชดเชยความเสียหายทั้งหมดจากการถูกแฮ็ก โดยจะเผยแพร่รายงานสรุปผลการตรวจสอบโดยละเอียด หลังจากกระบวนการสืบสวนเสร็จสิ้น ให้ติดตามข้อมูลอัปเดตจากช่องทางทางการของ Binance เท่านั้น

Tether และ Circle จับมืออายัดสเตเบิลคอยน์รวมกว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์

หลังเกิดเหตุการณ์ ทั้งสองผู้ให้บริการสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดย Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการระงับการทำธุรกรรมของเหรียญ USDT มูลค่ามากกว่า 1.567 พันล้านดอลลาร์ ซึ่ง CZ ได้แชร์โพสต์พร้อมยกย่องว่า การอายัดครั้งนี้ช่วยชีวิตอุตสาหกรรมไว้ได้อย่างแท้จริง 

ขณะเดียวกัน Jeremy Allaire ซีอีโอของ Circle ระบุว่าได้ร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่ออายัดเหรียญ USDC มูลค่ากว่า 800 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดรวมสเตเบิลคอยน์ที่ถูกระงับไว้สูงเกิน 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


มุมมองผู้เขียน : ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่เสถียรภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งหากสามารถเปิดระบบถอนเงิน พร้อมรายงานผลการตรวจสอบที่โปร่งใส ตลาดก็มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่หากกระบวนการล่าช้าและยืดเยื้อ ก็อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกจากแพลตฟอร์มไปยังคู่แข่งอย่างต่อเนื่องในระยะยาว