bitkub-banner

Ethereum ร่วง 4% หลุด $2,300 วอลุ่มพุ่งเกิน $1.2 หมื่นล้าน สูงกว่าสัปดาห์ก่อน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Ethereum ร่วง 4.0% มาอยู่ที่ $2,258.05 ในวันที่ 30 ต.ค. โดยใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาติดลบ 3.9% และราคาเคลื่อนไหวระหว่าง $2,292.94 ถึง $2,373.22 ก่อนหลุดลงมาต่ำกว่าช่วงดังกล่าว
  • มูลค่าการซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าช่วงสัปดาห์ก่อนที่วอลุ่มอยู่ราว 9-1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.76 แสนล้านดอลลาร์
  • ราคาหลุดกรอบแคบที่แกว่งตัวมาตลอดสัปดาห์ ต้องจับตาว่าวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นจะต่อเนื่องหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ราคาที่หลุดกรอบแกว่งตัวพร้อมวอลุ่มที่สูงขึ้น สะท้อนแรงขายที่หนักกว่าช่วงที่ผ่านมา และตอกย้ำแนวโน้มขาลงระดับกลางที่ราคาทำจุดสูงสุดและต่ำสุดต่ำลงเรื่อย ๆ

ราคา Ethereum (ETH) ร่วงลง 4.0% แตะ $2,258.05 ในวันที่ 30 ต.ค. 2569 โดยตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาราคาลดลง 3.9% จากจุดสูงสุด $2,373.22 และจุดต่ำสุดที่บันทึกได้ $2,292.94 ราคาปัจจุบันจึงอยู่ต่ำกว่าช่วงต่ำสุดของ 24 ชั่วโมงดังกล่าว สะท้อนว่าแรงขายเร่งตัวขึ้นในช่วงล่าสุด

มูลค่าการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์ และมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2.76 แสนล้านดอลลาร์ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังราคาแกว่งตัวในกรอบแคบ $2,293-$2,414 มาตลอดสัปดาห์ ภายใต้วอลุ่มที่ค่อย ๆ ลดลง

ตัวเลขชี้วัดสำคัญ วอลุ่มและโครงสร้างราคา

เมื่อเทียบกับข้อมูลที่ระบบติดตามตลาดของเราบันทึกไว้ วอลุ่ม 1.21 หมื่นล้านดอลลาร์ถือว่าสูงกว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งวอลุ่มอยู่ในช่วงประมาณ 9-1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาแกว่งตัวแคบ การที่วอลุ่มเพิ่มขึ้นพร้อมกับราคาที่หลุดกรอบ เป็นรูปแบบที่ตลาดมักตีความว่าการเคลื่อนไหวมีน้ำหนักมากกว่าการแกว่งตัวภายในกรอบตามปกติ

ในมุมโครงสร้างราคา ETH ซื้อขายต่ำกว่าระดับสูงสุดช่วงปลายเดือน ต.ค. 2568 ที่ราว $3,900 ประมาณ 42% และต่ำกว่าจุดสูงสุดล่าสุดที่ $2,775 ราว 19% ราคายังคงทำจุดปิดรายสัปดาห์ที่ต่ำลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่ $2,696, $2,687, $2,504, $2,400, $2,357 จนถึง $2,326 ซึ่งเป็นรูปแบบของแนวโน้มขาลงระดับกลางที่ยังไม่เปลี่ยนทิศ

ข้อมูลที่เรายังไม่มีในรอบนี้คืออัตราค่าจัดหาเงินทุน (funding rate) และสถานะคงค้างในตลาดฟิวเจอร์ (open interest) ของ ETH ในช่วงเวลาเดียวกัน จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าการร่วงครั้งนี้มีการล้างพอร์ตสถานะเลเวอเรจเข้ามาเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด

ข้อมูลเงินทุนและสถาบัน ที่ยังต้องรอยืนยัน

ข้อมูลกระแสเงินไหลเข้าออกกองทุน ETF ของ Ethereum การเคลื่อนไหวของกระเป๋าเจ้ามือ และปริมาณ ETH สำรองบนเว็บกระดานเทรด เป็นตัวชี้วัดที่ตลาดใช้ประเมินพฤติกรรมของกลุ่มทุนใหญ่ แต่ ณ เวลาที่เผยแพร่ ผู้เขียนยังไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้สำหรับวันนี้ จึงไม่ขอรายงานตัวเลขที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง

สิ่งที่พอยืนยันได้จากข้อมูลราคาและวอลุ่มคือ มูลค่าตลาด 2.76 แสนล้านดอลลาร์ลดลงตามราคา และวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ว่ามีผู้ร่วมตลาดเข้ามาทำรายการมากขึ้นในจังหวะที่ราคาหลุดกรอบ แต่ยังไม่อาจแยกได้ว่าเป็นแรงขายจากกลุ่มใด ผู้อ่านสามารถติดตามรายงานกระแสเงินทุนรายวันจากผู้ให้บริการข้อมูลออนเชนและผู้ออกกองทุน ETF โดยตรง

ในแง่ปัจจัยมหภาค ตลาดคริปโตยังอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ทยอยประกาศ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าปัจจัยใดเป็นตัวจุดชนวนการร่วงรอบนี้โดยเฉพาะ

เทียบการเคลื่อนไหวในอดีต กับสิ่งที่ข้อมูลบอกได้

การร่วงรายวันราว 4% ไม่ใช่เรื่องผิดปกติสำหรับ ETH ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ราคาเคยร่วงลงแตะ $1,569 ในสัปดาห์ที่ 22 ของปี 2569 ก่อนดีดกลับราว 29% ภายในสัปดาห์ที่ 33 เพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนว่าราคาเคยเคลื่อนไหวรุนแรงกว่านี้มากทั้งสองทิศทาง

ส่วนการเคลื่อนไหวในรอบนี้ ราคาไล่ลงมาแล้วราว 65% ของช่วงขาขึ้นระหว่างสัปดาห์ที่ 33 ถึงสัปดาห์ที่ 38 และกำลังเข้าใกล้โซนที่เคยเป็นจุดทะลุขึ้นเดิมแถว $2,250-$2,400 ประวัติศาสตร์ราคาบอกได้เพียงว่าการร่วงระดับนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่ผลลัพธ์ในแต่ละครั้งต่างกัน บางครั้งราคาพักฐานแล้วฟื้น บางครั้งไหลต่อ จึงไม่ควรใช้เป็นตัวชี้ทิศทางข้างหน้า


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดในรอบนี้คือวอลุ่ม ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ETH แกว่งตัวแคบและวอลุ่มค่อย ๆ หดลง ซึ่งเป็นลักษณะของตลาดที่รอจังหวะ พอราคาหลุดกรอบออกมาพร้อมวอลุ่มที่สูงขึ้น ก็เป็นสัญญาณว่าความเงียบก่อนหน้านี้ถูกทำลายแล้ว ซึ่งทิศทางที่ออกมาตรงกับโครงสร้างขาลงระดับกลางที่ยังอยู่

สิ่งที่ผมอยากให้จับตาต่อไปคือ วอลุ่มในวันถัด ๆ ไปว่ายังสูงต่อเนื่องหรือกลับมาแผ่วลง และข้อมูลกระแสเงินทุนจากกองทุน ETF กับเว็บกระดานเทรดที่จะช่วยบอกว่าแรงขายมาจากกลุ่มใด การดูเฉพาะราคาอย่างเดียวอาจทำให้ตีความผิด เพราะการร่วงวันเดียวไม่ได้ยืนยันว่าแนวโน้มเปลี่ยน แต่ก็ไม่ควรมองข้ามเมื่อมีวอลุ่มสนับสนุน

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI