สรุปข่าว
- ตลาดการเงินทั่วโลกสูญเสียมูลค่ารวมกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงตลาดทองคำ เงิน และคริปโตเผชิญแรงเทขายพร้อมกัน
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญเสียมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดทองคำและเงินสูญมูลค่ารวมเกือบ 900,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดคริปโตสูญมูลค่าประมาณ 120,000 ล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของ Crypto Rover
- Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า $78,000 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับตลาดการเงินและเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของ Binance ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าหากแรงขายเริ่มคลี่คลาย ตลาดคริปโตอาจมีโอกาสฟื้นตัวได้แรงเช่นกัน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
การเทขายสินทรัพย์พร้อมกันหลายตลาดสะท้อนภาวะ Risk-off ที่นักลงทุนลดความเสี่ยงและถือครองสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงน้อยลง โดย Bitcoin ยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต อย่างไรก็ตาม หากแรงขายเริ่มชะลอตัวและสภาพคล่องกลับเข้าสู่ตลาด Bitcoin ก็มีโอกาสฟื้นตัวได้ แต่ยังต้องจับตาว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะกลับมาเร็วเพียงใด
Crypto Rover นักวิเคราะห์ตลาดคริปโต ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ จนทำให้สินทรัพย์หลายประเภทสูญเสียมูลค่าตลาดรวมกันมากกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว พร้อมเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็นเหตุการณ์ “Black Friday Crash”
ข้อมูลที่ Crypto Rover นำเสนอระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงประมาณ 1.25% ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นจีนลดลง 1.5% สูญมูลค่าประมาณ 260,000 ล้านดอลลาร์ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวลง 2.12% สูญมูลค่าประมาณ 165,000 ล้านดอลลาร์ และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 3.48% สูญมูลค่าประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ตลาดทองคำและเงินสูญเสียมูลค่ารวมกันเกือบ 900,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนตลาดคริปโตมีมูลค่าตลาดลดลงประมาณ 120,000 ล้านดอลลาร์
หุ้นเทคโนโลยีถูกเทขายหนัก นักลงทุนเริ่มกังวลการลงทุน AI
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ คือความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เปิดเผยแผนการใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าการลงทุนเหล่านี้จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่
รายงานจาก Reuters เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ระบุว่า ดัชนี Nasdaq 100 เผชิญความเสี่ยงสูญเสียมูลค่าตลาดมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ตลอดเดือนตุลาคม หลังนักลงทุนเริ่มประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ใหม่ โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่อย่าง Alphabet, Amazon และ Meta ที่เพิ่มงบลงทุนด้าน AI อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 30 ตุลาคมด้วยแรงขายอย่างหนัก โดยดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 2.84% ส่วน S&P 500 ลดลง 1.80% และ Dow Jones ลดลงประมาณ 1.09%
หุ้น Intel ยังร่วงลงเกือบ 29% หลังบริษัทเปิดเผยแนวโน้มผลประกอบการที่ต่ำกว่าความคาดหวังของนักวิเคราะห์ ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีและความคุ้มค่าของการลงทุน AI เพิ่มสูงขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มระมัดระวังมากขึ้นต่อบริษัทที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อแข่งขันในตลาด AI แม้ธุรกิจจะยังเติบโต แต่หากไม่สามารถเปลี่ยนการลงทุนให้กลายเป็นกระแสเงินสดและกำไรได้ตามที่ตลาดคาดหวัง ก็อาจทำให้ราคาหุ้นเผชิญแรงกดดันต่อไป
Bitcoin ร่วงหลุด $78,000 ตลาดคริปโตถูกซ้ำเติมจากวิกฤต Binance
ตลาดคริปโตเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดย Bitcoin ปรับตัวลดลงสู่ระดับประมาณ $77,646 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ Ethereum ลดลงไปอยู่บริเวณ $2,238.76 และ BNB ร่วงลงมากกว่า 8% ภายใน 24 ชั่วโมง ตามข้อมูลที่ Reuters รายงานเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม
นอกจากแรงขายจากตลาดการเงินโดยรวมแล้ว ตลาดคริปโตยังเผชิญแรงกดดันเฉพาะตัวจากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของ Binance ซึ่งมีรายงานว่าทรัพย์สินดิจิทัลได้รับผลกระทบประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์ และแพลตฟอร์มกำลังดำเนินการติดตามและระงับสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
Binance ระบุว่าจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับลูกค้า ขณะที่มีรายงานว่าสามารถระงับสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องได้มากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ตลาดยังคงจับตาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวมากน้อยเพียงใด
แรงขายยังส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมลดลงอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก CoinGlass ที่ถูกรายงานผ่านสื่อระบุว่า มูลค่าสถานะซื้อขายที่ถูกบังคับล้างพอร์ตในตลาดอนุพันธ์อยู่ในระดับสูง สะท้อนว่านักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจจำนวนมากกำลังเผชิญความเสียหายจากการปรับตัวลงของราคา
สถานการณ์นี้ทำให้ Bitcoin ไม่เพียงได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง แต่ยังต้องรับมือกับความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบซื้อขายคริปโตอีกด้วย
Crypto Rover มองตลาดคริปโตอาจฟื้นตัวแรงหลังแรงขายสิ้นสุด
แม้ Crypto Rover จะมองว่าตลาดกำลังเผชิญแรงเทขายครั้งใหญ่ แต่เขากลับมองว่าตลาดคริปโตอาจเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ฟื้นตัวได้โดดเด่นที่สุดเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย
เหตุผลสำคัญคือ แม้มูลค่าตลาดคริปโตจะมีขนาดเล็กกว่าตลาดหุ้นและตลาดสินทรัพย์ดั้งเดิมหลายเท่า แต่ตลาดคริปโตกลับมีความผันผวนสูงกว่า ทำให้การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนและความเชื่อมั่นสามารถส่งผลต่อราคาได้อย่างรวดเร็วทั้งในขาขึ้นและขาลง
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะตลาดยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากแรงขายของนักลงทุนที่ต้องการลดความเสี่ยง การล้างสถานะเลเวอเรจ และความเชื่อมั่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
ผู้เขียนมองว่า การสูญเสียมูลค่าตลาดกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์เป็นสัญญาณเตือนว่าความเสี่ยงกำลังเกิดขึ้นพร้อมกันในสินทรัพย์หลายประเภท ไม่ใช่ปัญหาที่จำกัดอยู่เฉพาะตลาดคริปโตเท่านั้น แม้ Bitcoin จะมีโอกาสฟื้นตัวได้แรงหากตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง แต่ในระยะสั้นยังไม่ควรรีบมองว่าแรงขายสิ้นสุดแล้ว นักลงทุนควรจับตาทิศทาง Nasdaq ความเชื่อมั่นต่อหุ้นเทคโนโลยี และสถานการณ์ Binance ควบคู่กันไป เพราะหากปัจจัยเหล่านี้ยังไม่คลี่คลาย Bitcoin ก็อาจเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Crypto Rover บน X — โพสต์ต้นทางเกี่ยวกับการสูญเสียมูลค่าตลาดทั่วโลกกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์
- Reuters — รายงาน Bitcoin และตลาดคริปโตปรับตัวลงหลังเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยของ Binance
- Associated Press — รายงานตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบหนักในวันที่ 30 ตุลาคม 2026
- Reuters — รายงานมูลค่าตลาด Nasdaq 100 ที่หายไปกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ตลอดเดือนตุลาคมจากความกังวลเรื่องการลงทุน AI
- The Guardian — รายงานแรงเทขายในตลาดหุ้นและผลกระทบจากเหตุการณ์ Binance

