bitkub-banner

Trezor เตือนด่วน พบรายงานฝังอุปกรณ์โจรกรรมใน Safe 5 จากร้าน CryptoBilis แนะลูกค้าย้ายเงินทันที

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Trezor ผู้ผลิต Hardware Wallet ชื่อดัง ออกประกาศเตือนลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์จากร้าน CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 หลังได้รับรายงานว่าพบแผงวงจรแปลกปลอมซ่อนอยู่ภายใน Trezor Safe 5 ซึ่งอาจดักอ่าน Recovery Seed และส่งข้อมูลออกผ่านเครือข่ายมือถือ
  • รายงานดังกล่าวมาจากลูกค้าในอินโดนีเซียที่ซื้ออุปกรณ์ผ่านร้าน CryptoBilis บนแพลตฟอร์ม Tokopedia โดย Trezor ระบุว่าข้อมูลและหลักฐานเบื้องต้นมีความน่าเชื่อถือ แต่ยังไม่ได้รับเครื่องจริงมาตรวจสอบในห้องแล็บ และยังไม่มีรายงานลูกค้าสูญเสียเงิน
  • Trezor แนะนำให้ผู้ที่ใช้อุปกรณ์จากร้านดังกล่าวย้ายสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าเงินใหม่ที่สร้าง Recovery Seed ใหม่ทันที ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้ใช้งานห้ามตั้งค่าเครื่อง และห้ามนำ Recovery Seed เดิมไปกรอกในอุปกรณ์ดังกล่าว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลต่อกลไกพื้นฐานหรืออุปทานของ Bitcoin และ Ethereum โดยตรง แต่มีโอกาสกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อผู้ผลิต Hardware Wallet และความปลอดภัยของการเก็บสินทรัพย์แบบ Self-custody ในระยะสั้น หากมีการยืนยันว่าพบอุปกรณ์ดัดแปลงจริงหรือเกิดความเสียหายเพิ่มเติม อาจทำให้ผู้ใช้งานระมัดระวังการซื้อ Hardware Wallet มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่ากรณีนี้ส่งผลกระทบต่อระบบของ Trezor ทั้งหมด

Trezor บริษัทผู้ผลิต Hardware Wallet สำหรับจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล ออกประกาศเตือนผู้ใช้งานเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2026 หลังได้รับรายงานผ่านโครงการ Responsible Disclosure จากลูกค้าในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งระบุว่าพบแผงวงจรเพิ่มเติมซ่อนอยู่ภายในอุปกรณ์ Trezor Safe 5 ที่ซื้อจากร้าน CryptoBilis ผ่านแพลตฟอร์ม Tokopedia เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

จากคำอธิบายและหลักฐานภาพถ่ายที่ลูกค้าส่งให้บริษัท แผงวงจรดังกล่าวถูกติดตั้งอยู่ระหว่างเมนบอร์ดหลักกับหน้าจอของอุปกรณ์ พร้อมโมดูลสื่อสารผ่านเครือข่ายมือถือและเสาอากาศ ซึ่งอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถดักอ่านข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอ รวมถึง Recovery Seed หรือชุดคำกู้คืนกระเป๋าเงินของผู้ใช้งาน และส่งข้อมูลออกไปยังภายนอกผ่านเครือข่ายมือถือเมื่ออุปกรณ์ถูกเสียบใช้งาน

Trezor ระบุว่าหลังตรวจสอบคำอธิบาย ภาพถ่าย และสัมภาษณ์ลูกค้าผ่านวิดีโอแล้ว บริษัทมองว่ารายงานดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะต้องแจ้งเตือนผู้ใช้งานทันที แม้จะยังไม่ได้รับอุปกรณ์จริงเพื่อส่งตรวจสอบในห้องแล็บก็ตาม

บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า ณ วันที่ออกประกาศ ยังไม่มีลูกค้ารายใดแจ้งว่าสูญเสียสินทรัพย์จากเหตุการณ์นี้ โดยลูกค้าที่พบอุปกรณ์ดังกล่าวได้ย้ายสินทรัพย์ออกไปก่อนแล้ว

ใครได้รับผลกระทบ และต้องทำอย่างไร?

Trezor ระบุว่าคำเตือนนี้ครอบคลุมผู้ที่ซื้อ Hardware Wallet ทุกรุ่นจากร้าน CryptoBilis ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 เป็นต้นไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะรุ่น Safe 5 ที่มีรายงานปัญหาเท่านั้น

ผู้ใช้งานที่เข้าข่ายควรดำเนินการดังนี้

1. สำหรับผู้ที่ตั้งค่าและใช้งานอุปกรณ์ไปแล้ว

  • สร้างกระเป๋าเงินใหม่บนอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้ พร้อมสร้าง Recovery Seed ชุดใหม่ทั้งหมด
  • ย้ายสินทรัพย์จากกระเป๋าเงินเดิมไปยังกระเป๋าเงินใหม่โดยเร็ว
  • ห้ามนำ Recovery Seed ชุดเดิมไปกู้คืนบน Hardware Wallet เครื่องใหม่ เพราะหากชุดคำกู้คืนเดิมถูกเปิดเผย ผู้ไม่หวังดีก็ยังสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ได้
  • เก็บอุปกรณ์ที่ซื้อจาก CryptoBilis ไว้ และติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Trezor เพื่อขอรับอุปกรณ์ทดแทน

2. สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ตั้งค่าอุปกรณ์

  • ห้ามเปิดใช้งานหรือตั้งค่าอุปกรณ์ดังกล่าว
  • ห้ามกรอก Recovery Seed ของกระเป๋าเงินเดิมลงในเครื่อง
  • เก็บอุปกรณ์และหลักฐานการซื้อไว้ พร้อมติดต่อ Trezor Support

3. สำหรับผู้ที่ยังไม่มี Hardware Wallet เครื่องใหม่

Trezor แนะนำให้ย้ายสินทรัพย์ไปยังกระเป๋าเงิน Software Wallet ที่เชื่อถือได้ หรือแพลตฟอร์มซื้อขายที่ผู้ใช้งานคุ้นเคยเป็นการชั่วคราว โดยต้องตรวจสอบที่อยู่ปลายทางให้ครบถ้วนก่อนโอน

นอกจากนี้ Trezor ยังเตือนว่า ฝ่ายสนับสนุนของบริษัทจะไม่มีวันขอ Recovery Seed, PIN หรือข้อมูลลับของกระเป๋าเงินจากลูกค้า ดังนั้นผู้ใช้งานควรระวังอีเมล โทรศัพท์ หรือข้อความปลอมที่อ้างว่ามาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับเคส Ledger ถูกฝังอุปกรณ์โจรกรรมก่อนหน้านี้

สิ่งที่ทำให้กรณีนี้น่ากังวลมากขึ้นคือ CryptoBilis เคยมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดัดแปลง Hardware Wallet ของ Ledger มาก่อน โดยมีรายงานว่าอุปกรณ์บางเครื่องถูกติดตั้งแผงวงจรแปลกปลอมที่สามารถขโมย Recovery Seed ของผู้ใช้งานได้เช่นกัน

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว Trezor ได้ถอด CryptoBilis ออกจากรายชื่อตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2026 พร้อมเริ่มตรวจสอบอุปกรณ์ที่ลูกค้าส่งคืนมา

บริษัทระบุว่าจนถึงขณะนี้ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ได้รับคืนมาแล้ว 4 เครื่อง และยังไม่พบหลักฐานการดัดแปลง อย่างไรก็ตาม รายงานใหม่เกี่ยวกับ Safe 5 ที่ได้รับเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ทำให้บริษัทตัดสินใจออกคำเตือนครอบคลุมสินค้าทุกรุ่นที่ซื้อจากร้านดังกล่าวตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา

เคสนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ Hardware Wallet จะถูกออกแบบมาเพื่อปกป้อง Private Key และ Recovery Seed แต่หากอุปกรณ์ถูกดัดแปลงหลังออกจากโรงงานในระหว่างการจัดเก็บหรือจัดจำหน่าย ระบบรักษาความปลอดภัยของตัวเครื่องก็อาจไม่สามารถป้องกันผู้ใช้งานจากความเสี่ยงดังกล่าวได้


ผู้เขียนมองว่า เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ถือครองคริปโต เพราะความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงแหล่งที่มาของสินค้าและกระบวนการจัดจำหน่ายด้วย แม้ Trezor จะยังไม่ยืนยันผลการตรวจสอบทางเทคนิค แต่การที่บริษัทออกคำเตือนให้ลูกค้าย้ายสินทรัพย์ทันทีแสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงนี้ไม่ควรถูกมองข้าม สำหรับผู้ที่ถือคริปโตจำนวนมาก การซื้อ Hardware Wallet จากผู้ผลิตโดยตรงหรือตัวแทนจำหน่ายที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้จึงเป็นเรื่องสำคัญ และที่สำคัญที่สุดคือ Recovery Seed ต้องเป็นความลับที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ แม้แต่ผู้ผลิตอุปกรณ์เองก็ตาม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง