สรุปข่าว
- Vetle Lunde หัวหน้านักวิจัยจาก K33 Research ประเมินว่า Binance อาจสูญเสียต้นทุนจากค่าปรับและเหตุการณ์แฮก เทียบเท่ากับกำไร 5 ปี
- ยอดรวมค่าปรับระดับพันล้านดอลลาร์คิดเป็นกว่า 56% ของกำไรก่อนหักภาษีในช่วงปี 2021-2025
- มูลค่าสินทรัพย์ที่ติดตามได้ของ Binance ลดลงกว่า 11% หลังเหตุการณ์แฮกและการถอนเงิน เปิดทางให้คู่แข่งมีเงินไหลเข้าเพิ่มขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
รายงานจาก K33 Research ระบุว่า Binance อาจสูญเสียรายได้เทียบเท่ากำไรครึ่งหนึ่งของ 5 ปี จากภาระค่าปรับและเหตุการณ์ถูกแฮกซึ่งรวมกันราว 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์ ประกอบกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลง ขณะที่คู่แข่งกลับมีเงินไหลเข้ามากขึ้น ส่งผลให้ความท้าทายในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดคริปโทฯ กลายเป็นเรื่องท้าทายมากยิ่งขึ้น
คำว่าต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ สำหรับบริษัททั่วไปแล้วอาจหมายถึงค่าพนักงาน ค่าเช่า ค่าการตลาด แต่สำหรับบริษัทคริปโทฯ แล้ว คำๆ นี้อาจรวมไปถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการแฮกและค่าปรับจากหน่วยงานรัฐ ซึ่งรายงานล่าสุดได้ชี้ว่า Binance อาจเสียต้นทุนเหล่านี้เป็นจำนวนเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของกำไร 5 ปีเลยทีเดียว
Vetle Lunde หัวหน้านักวิจัยจาก K33 Research ซึ่งเป็นฝ่ายวิจัยของ K33 โบรกเกอร์สินทรัพย์ดิจิทัลสัญชาตินอร์เวย์ ได้ประเมินโดยคำนวณแบบคร่าวๆ ว่า “กำไรก่อนหักภาษีของ Binance ในช่วงปี 2021–2025 อาจสูงถึง 1.92 หมื่นล้านดอลลาร์” ขณะที่ยอดรวมภาระค่าใช้จ่ายของ Binance ทั้งจากค่าปรับและความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการถูกแฮกได้พุ่งสูงถึงประมาณ 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์

Lunde กล่าวต่อไปว่าเงินทุนค่อนข้างจะปลอดภัยระดับ SAFU แน่นอน และการเป็นคาสิโนชั้นนำนั้นสร้างกำไรได้อย่างมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ
ที่มาของตัวเลข
การประเมินของ Lunde ไม่ได้รวมผลประกอบการของ Binance ในปี 2026 และปีก่อนหน้าปี 2021 ทั้งหมด สำหรับบริบทเพิ่มเติม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า ในระหว่างเดือนสิงหาคม 2017 ถึงเดือนตุลาคม 2022 ผู้ใช้ในสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียวได้สร้างกำไรให้กับ Binance มากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ ทว่าตลอดระยะเวลา 9 ปีของการก่อตั้ง Binance ก็ไม่เคยเปิดเผยงบการเงินรวมที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มบริษัทเลย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับค่าปรับและการถูกแฮกกลับมีความโปร่งใสมากกว่า โดยในปี 2023 Binance ยินยอมจ่ายเงิน 4.32 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประนีประนอมยอมความในคดีอาญากับทางสหรัฐฯ
ด้าน Changpeng Zhao (CZ) ผู้ร่วมก่อตั้งก็ได้ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว และต่อมาต้องจำคุกในสหรัฐฯ เป็นเวลาสองสามเดือน ขณะที่หน่วยงานท้องถิ่นของ Binance ได้รับโทษปรับประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ในประเทศอื่นๆ ซึ่งมีตั้งแต่โทษปรับ 6.9 ล้านดอลลาร์ในออสเตรเลียในปีนี้ ไปจนถึงโทษปรับ 750,000 ดอลลาร์ในตุรกีเมื่อปี 2021 ส่งผลให้ยอดรวมค่าปรับที่รับรู้ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 4.34 พันล้านดอลลาร์
ในขณะเดียวกัน นอกจากเงิน 6.34 พันล้านดอลลาร์ที่ Binance สำรองไว้หลังเหตุการณ์แฮกในเดือนตุลาคมนี้แล้ว ทางกระดานเทรดยังเคยสูญเสีย 7,000 BTC ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 41 ล้านดอลลาร์ในขณะนั้น จากการถูกแฮกในปี 2019 โดย Binance ได้ชดเชยความสูญเสียดังกล่าวผ่านกองทุนฉุกเฉิน SAFU
เมื่อรวมเหตุการณ์แฮกดังกล่าวแล้ว คิดเป็นเงินทุนของบริษัทประมาณ 6.38 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าต่อมาบริษัทจะสามารถเรียกคืนเงินส่วนใหญ่ที่ถูกอายัดไว้จากผู้ออก Stablecoin และกระดานเทรดอื่นๆ กลับคืนมาได้ก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ “ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ” ของกระดานเทรดแห่งนี้ในปัจจุบันจึงอยู่ที่ประมาณ 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งหากการประเมินของ Lunde ถูกต้อง ตัวเลขนี้จะเท่ากับประมาณ 56% ของกำไรก่อนหักภาษีของ Binance สำหรับปี 2021–2025
และเมื่อพิจารณาจากผลประกอบการของ Binance ในปี 2026 รวมถึงปีก่อนปี 2021 ค่าปรับและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการถูกแฮกอาจคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของกำไรทั้งหมดตลอดอายุการดำเนินงานของบริษัท
งบที่ลดลงอาจขัดขวางการขยายตัวของ Binance
แม้ว่าในปัจจุบัน Binance จะระบุชัดว่าพวกเขาได้ชดเชยสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 95% ในขณะที่การถอนเงินได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ แต่ถึงกระนั้นยักษ์ใหญ่แห่งวงการคริปโทฯ ก็ต้องเผชิญกับบททดสอบใหม่เพื่อจัดการกับภาวะวิกฤตซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการขยายธุรกิจในอนาคตในยามที่เงินสำรองร่อยหรอ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่มีการเปิดให้ฝากถอนหลังการแฮก มูลค่าสินทรัพย์ที่ติดตามได้ของ Binance ได้ลดลงมากกว่า 11% มาอยู่ที่ประมาณ 1.283 แสนล้านดอลลาร์ การลดลงดังกล่าวสอดคล้องกับราคาสินทรัพย์คริปโตที่ร่วงลงและเงินทุนที่ถูกโจรขโมยไป
กลับกันคู่แข่งอย่าง Coinbase, Kraken และ OKX กลับมีเงินไหลเข้ามากยิ่งขึ้นส่งผลทำให้ตำแหน่งอันดับหนึ่งของวงการเริ่มสั่นคลอน และถ้าหากตลาดกำลังมุ่งหน้าสู่ขาลงต่อมากกว่าขาขึ้น การพยายามกลับมาสู่สถานะดังเดิมของ Binance อาจทำได้ยากและใช้เวลานานยิ่งขึ้น
ที่มา: Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน : ภาระค่าปรับก้อนโตและความเสียหายจากการถูกแฮกไม่เพียงแต่กระทบต่อเงินสำรองของ Binance เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้แพลตฟอร์มคู่แข่งแย่งส่วนแบ่งตลาดในยามที่สถานการณ์ตลาดคริปโตยังคงมีความไม่แน่นอน

