สรุปข่าว
- หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ สั่งการให้กระดานเทรดคริปโทเคอร์เรนซีเพิ่มสัดส่วนการเก็บสินทรัพย์ใน Cold Wallet
- แม้กฎหมายปัจจุบันจะกำหนดให้เก็บสินทรัพย์ลูกค้าใน Cold Storage อย่างน้อย 80% อยู่แล้ว แต่ศูนย์ซื้อขายรายใหญ่ต่างก็มีการจัดเก็บสูงกว่าเกณฑ์
- ทางการเกาหลีใต้เตรียมรักษาความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อป้องกันการละเมิดความปลอดภัยซ้ำ
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
กรรมการบริการทางการเงินของเกาหลีใต้ (FSC) ได้เรียกประชุมฉุกเฉินและเร่งรัดให้กระดานเทรดคริปโทฯ เพิ่มสัดส่วนการจัดเก็บสินทรัพย์ใน Cold Wallet ให้สูงขึ้นเป็น 99% พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและคุ้มครองผู้ใช้งานอย่างรัดกุม
หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของเกาหลีใต้ ล่าสุดได้เรียกร้องให้กระดานเทรดเพิ่มสัดส่วนการจัดเก็บสินทรัพย์ใน Cold Wallet พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมการเข้าถึงระบบภายในให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เพียงไม่กี่วันหลังจากเกิดเหตุการณ์แฮกเกอร์โจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์บน Binance
รายงานท้องถิ่นระบุว่า ตัวแทนจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงิน สถาบันความปลอดภัยทางการเงินแห่งเกาหลี สมาคมศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้เข้าร่วมการประชุม ตรวจเช็กความปลอดภัยฉุกเฉิน ซึ่งจัดขึ้นโดยคณะกรรมการบริการทางการเงิน (FSC) นำโดย ยู ยองจุน เจ้าหน้าที่นโยบายการเงินดิจิทัลของประเทศ
ในครั้งนี้ ทาง FSC ได้เร่งรัดให้ศูนย์ซื้อขายดำเนินมาตรการป้องกันในทันที ซึ่งรวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลใน Cold Wallet ให้เกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ขยับขึ้นไปเป็น 99% นอกเหนือจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลยังเรียกร้องให้มีการเฝ้าระวังการฝากและถอนเงินที่น่าสงสัยแบบเรียลไทม์อย่างต่อเนื่อง พร้อมการเพิ่มบุคลากรสำหรับรับมือเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนการจัดตั้งช่องทางการรายงานและประสานงานที่รวดเร็ว
ต้องเก็บเงินของลูกค้าให้ปลอดภัย
ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลของเกาหลีใต้กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้เก็บสินทรัพย์ลูกค้าใน Cold Storage อย่างน้อย 80% และฝากเงินสดของลูกค้าไว้กับธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังต้องทำประกันภัย เข้าร่วมโปรแกรมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หรือสำรองเงินทุนขั้นต่ำไว้ที่ 2.2 ล้านดอลลาร์สำหรับแพลตฟอร์มที่เปิดซื้อขายด้วยเงินวอน
อย่างไรก็ดี ข้อมูลเมื่อช่วงสิ้นเดือนกันยายนได้แสดงให้เห็นชัดแล้วว่าบรรดาศูนย์ซื้อขายต่างมีการจัดเก็บทรัพย์สินไว้ใน Cold wallet อย่างดี โดยสัดส่วน Cold Wallet ของ Upbit อยู่ที่ 99.17% ตามมาด้วย Bithumb ที่ 94.76% และ Coinone ที่ 85% ขณะที่ Digital X (ชื่อเดิมคือ Korbit) และ GOPAX รายงานสัดส่วนอยู่ที่ 82.79% และ 80.54% ตามลำดับ
สุดท้ายนี้ ทางการเกาหลีใต้ระบุว่าจะรักษาความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับศูนย์ซื้อขายภายในประเทศและหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดความปลอดภัยซ้ำอีก และเพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจลุกลามไปยังตลาดคริปโทฯ โดยรวม
ที่มา: Bitcoin.com
มุมมองผู้เขียน: การบังคับให้เว็บเทรดมีการจัดเก็บสินทรัพย์สำรองใน cold wallet แม้จะเป็นเรื่องดีที่สร้างความอุ่นใจ แต่สุดท้ายแล้วถ้าโจรคิดจะแฮก การทำสิ่งเหล่านี้ก็อาจไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรนักแต่ก็ถือว่าดีกว่าไม่มีมาตรการรองรับความเสียหาย
