คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) ออกมายืนยันแล้วว่า เหรียญมีม (Meme Coin) ไม่ใช่หลักทรัพย์ เพราะไม่มีฟังก์ชันการใช้งานจริง ไม่ให้ผลตอบแทน และไม่ได้มีบริษัทหรือโปรเจกต์จากองค์กรใด ๆ หนุนหลัง
ฝ่ายกำกับดูแลของ SEC ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่า การซื้อขายเหรียญมีมไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง
SEC มองว่า เหรียญมีม (Meme Coin) เป็นเหมือนของสะสม ที่คนซื้อมาด้วยเหตุผลด้านความบันเทิง การเข้าสังคม และวัฒนธรรม มากกว่าจะเป็นการลงทุนจริงจัง เหรียญมีมเหล่านี้ไม่ได้ให้สิทธิ์เป็นเจ้าของธุรกิจ ไม่ได้มีเงินปันผล และมูลค่าของมันถูกกำหนดโดยกระแสตลาดกับการเก็งกำไรล้วน ๆ
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนที่ซื้อขายเหรียญมีม จะไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายหลักทรัพย์ ดังนั้น ใครที่เข้ามาลงทุนในเหรียญมีมต้องยอมรับความเสี่ยงเอง
SEC ยังระบุชัดเจนว่า ไม่ว่าใครที่ออกเหรียญหรือซื้อขายเหรียญมีม ก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนธุรกรรมภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ปี 1933 ซึ่งหมายความว่า ผู้ถือครอง เหรียญมีมจะไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ จากกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง
เหรียญมีมไม่ผ่านเกณฑ์ Howey Test
SEC ตัดสินว่า เหรียญมีม (Meme Coin) ไม่ผ่าน “Howey Test” ซึ่งเป็นเกณฑ์หลักที่ใช้วิเคราะห์ว่า สินทรัพย์ใดเป็นหลักทรัพย์หรือไม่ เกณฑ์นี้มาจากคดี SEC v. W.J. Howey Co. ซึ่งจะพิจารณาว่า ธุรกรรมนั้นเกี่ยวข้องกับการลงทุนเงินในโครงการร่วม (Common Enterprise) ที่มีการคาดหวังกำไรจากความพยายามของบุคคลอื่นหรือไม่
SEC สรุปว่า เหรียญมีม ไม่เข้าเงื่อนไขของหลักทรัพย์ เพราะเหตุผล 2 ข้อ อย่างแรกคือ ผู้ซื้อเหรียญมีมไม่ได้ลงทุนในโครงการร่วม ที่มีทีมผู้พัฒนาเข้ามาบริหารจัดการเงินลงทุนเพื่อสร้างผลกำไร อย่างที่ 2 คือ กำไรที่เกิดจากเหรียญมีมนั้นมาจากการเก็งกำไรล้วน ๆ ไม่ได้เกิดจากการบริหารจัดการของทีมงานหรือผู้พัฒนา ซึ่ง SEC ยังกล่าวเสริมว่า โปรเจกต์เหรียญมีมไม่ได้มีการบริหารจัดการทางธุรกิจ ที่สามารถส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าของเหรียญ
SEC อ้างถึงมาตรา 2(a)(1) ของกฎหมายหลักทรัพย์ และมาตรา 3(a)(10) ของกฎหมายตลาดหลักทรัพย์ปี 1934 ที่ให้คำนิยามของ “หลักทรัพย์” ซึ่งครอบคลุมสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ เช่น หุ้น พันธบัตร และตราสารหนี้
อย่างไรก็ตาม SEC ระบุว่า เหรียญมีม ไม่จัดอยู่ในหมวดหมู่เหล่านี้ และยังไม่ถือเป็น ” สัญญาการลงทุน (Investment Contract)” ตามที่กำหนดในคดี SEC v. W.J. Howey Co. โดยใช้เกณฑ์ Howey Test ด้วย
แม้ว่าเหรียญมีมจะไม่ถูกพิจารณาว่า เป็นหลักทรัพย์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า โปรเจกต์เหล่านี้จะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีข้อจำกัด SEC เตือนว่า แม้เหรียญมีม จะไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์ แต่หากมีการกระทำผิด เช่น การหลอกลวง หรือการปั่นราคา เหตุการณ์เหล่านี้ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายอื่น ๆ ของรัฐบาลกลางและรัฐ ซึ่งหมายความว่า หากโปรเจกต์เหรียญมีม ใดโกงนักลงทุน ก็ยังสามารถถูกดำเนินคดีได้เหมือนเดิม
ท้ายที่สุด SEC อธิบายว่า ศาลสหรัฐฯ ได้ตีความเกณฑ์ “ความพยายามของบุคคลอื่น” (Efforts of Others) จากคดี Howey โดยระบุว่า ถ้าการบริหารจัดการของทีมงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของโปรเจกต์ สินทรัพย์นั้นจะถูกพิจารณาเป็นหลักทรัพย์ แต่ในกรณีของเหรียญมีมนั้น ถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสตลาดและความคึกคะนองของนักเก็งกำไร มากกว่าความพยายามของทีมพัฒนา ทำให้ SEC ตัดสินว่า เหรียญมีมไม่ใช่หลักทรัพย์ และใครที่เข้ามาลงทุนต้องรู้ว่า ตัวเองกำลังเสี่ยงอยู่
ที่มา : cryptopolitan