คดีที่ยืดเยื้อระหว่างสำนักงาน ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) กับ Ripple อาจใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคริปโตเริ่มส่งสัญญาณว่าคดีนี้อาจปิดฉากลงได้ทุกเมื่อ
สถานการณ์ล่าสุดของคดี SEC vs. Ripple
ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2025 คดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการอุทธรณ์ หลังจากที่ศาลชั้นต้นของนิวยอร์ก มีคำตัดสินที่เป็นประโยชน์ต่อ Ripple บางส่วน ศาลได้ตัดสินว่า การขาย XRP ให้กับนักลงทุนรายย่อยผ่านกระดานเทรด ไม่ถือเป็นการขายหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม ศาลระบุว่าการขาย XRP ให้กับนักลงทุนสถาบันถือเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้ลงทะเบียน และ Ripple ถูกสั่งให้จ่ายค่าปรับ 125 ล้านดอลลาร์
ทั้ง Ripple และ SEC ไม่พอใจกับคำตัดสินดังกล่าว โดย SEC ต้องการให้การขาย XRP ทั้งหมดถือเป็น ‘หลักทรัพย์’ ในขณะที่ Ripple มองว่าค่าปรับสูงเกินไป และต้องการอุทธรณ์เพื่อให้มีการพิจารณาใหม่ ทำให้คดีนี้ยังคงซับซ้อนและไร้ข้อสรุปที่ชัดเจน
ในขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาคดีนี้อย่างใกล้ชิด Fred Rispoli ทนายความสาย XRP ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่า คดีนี้อาจจบลงได้ทุกเมื่อ เขาเสนอแนวทางที่เรียบง่ายและเป็นไปได้จริง นั่นคือให้ทั้ง SEC และ Ripple ถอนอุทธรณ์ทั้งหมด และให้ Ripple จ่ายค่าปรับ 125 ล้านดอลลาร์เพื่อปิดคดี
Rispoli เชื่อว่า SEC กำลังพยายามยืดเวลาคดีนี้ออกไปโดยไม่มีเหตุผลที่แท้จริง เขาชี้ให้เห็นว่าความซับซ้อนของคดีนี้ถูกพูดเกินจริง และอ้างถึงข้อตกลงล่าสุดระหว่าง SEC กับ Coinbase และ Robinhood ซึ่งปิดคดีไปเมื่อต้นปี 2025
อีกด้านหนึ่ง James Murphy หรือที่รู้จักกันในชื่อ MetaLawMan ซึ่งเป็นทนายความสายคริปโต มองว่าคดีนี้อาจไม่จบลงง่าย ๆ เขาชี้ให้เห็นว่าคดี Ripple มีความเกี่ยวพันกับคดีอื่น ๆ ที่ยังดำเนินอยู่ เช่น Gemini, Kraken และ Binance ซึ่ง SEC อาจใช้เป็นหมากในการต่อสู้กับ Ripple เขายังเชื่อว่า SEC อาจรอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎระเบียบหรือผู้บริหารระดับสูงของ SEC ก่อนที่จะดำเนินการต่อ
ค่าปรับ 125 ล้านดอลลาร์: จุดเปลี่ยนของคดี?
ค่าปรับที่ Ripple ต้องจ่ายกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก Ripple ต้องการให้ศาลพิจารณาลดค่าปรับ หรืออาจยกเลิกไปเลย ในขณะที่ SEC มองว่าค่าปรับดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อใช้เป็นตัวอย่างในการบังคับใช้กฎหมาย
Rispoli มองว่า Ripple ควรจ่ายค่าปรับนี้และเดินหน้าต่อไป เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างอิสระ และ XRP จะได้รับการยอมรับในตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม MetaLawMan เชื่อว่าการที่ Ripple ยอมจ่ายค่าปรับอาจไม่เพียงพอในการปิดคดี เนื่องจาก SEC อาจต้องการใช้คดีนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
หาก Ripple ชนะคดี และศาลยืนยันว่า การขาย XRP ให้กับนักลงทุนรายย่อยไม่ถือเป็นหลักทรัพย์ นี่อาจเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของวงการคริปโต เพราะจะสร้างบรรทัดฐานให้กับโทเคนอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน ส่งเสริมการยอมรับและกระตุ้นการลงทุนในตลาด
ในทางกลับกัน หาก SEC สามารถจัดให้การขาย XRP เป็นหลักทรัพย์ได้มากขึ้น จะทำให้กฎระเบียบในตลาดคริปโตเข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการซื้อขาย XRP และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ได้
ปัจจุบัน นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คดีระหว่าง SEC- Ripple จะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโตอย่างแน่นอน และคำถามที่ทุกคนรอคำตอบก็คือ คดีนี้จะจบลงจริง ๆ หรือยังต้องลากยาวออกไปอีก
ที่มา:thecoinrepublic