<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ศาลฎีกาเกาหลีใต้ยืนยัน ! Bitcoin บนเว็บเทรดสามารถถูก“ยึด” ได้ตามกฎหมาย

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

ศาลฎีกาของเกาหลีใต้เพิ่งสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่สั่นสะเทือนวงการคริปโต โดยมีคำตัดสินชี้ขาดว่า Bitcoin ที่ฝากไว้บนกระดานเทรด (CEX) เช่น Upbit หรือ Bithumb สามารถถูกยึดทรัพย์ตามกฎหมายอาญาได้ทันที

คำตัดสินนี้ช่วยทำลายความคลุมเครือที่มีมานานว่า คริปโตถือเป็นทรัพย์สินที่รัฐยึดได้หรือไม่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจเต็มที่ในการไล่บี้ และยึดทรัพย์สินดิจิทัลจากผู้กระทำความผิดได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นการจัดระเบียบครั้งใหญ่ในประเทศที่มีผู้ถือครองคริปโตมากกว่า 10 ล้านคน

จุดเริ่มต้นของคดีประวัติศาสตร์นี้ ย้อนกลับไปในปี 2020 เมื่อตำรวจสืบสวนคดีฟอกเงิน และสั่งอายัด Bitcoin จำนวน 55.6 BTC ซึ่งมูลค่าในขณะนั้นประมาณ 600 ล้านวอน หรือราว 15 ล้านบาท จากบัญชีบนเว็บเทรดของชายที่ชื่อ “นาย A”

 โดยนาย A ได้พยายามต่อสู้คดี ด้วยข้อโต้แย้งทางเทคนิคว่า Bitcoin ที่ฝากไว้บนกระดานเทรดนั้นไม่ใช่ “วัตถุที่จับต้องได้” เหมือนเงินสด หรือทรัพย์สินทั่วไป จึงไม่ควรถูกยึดตามมาตรา 106 ของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 

อย่างไรก็ตาม ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างยกคำร้องของเขา จนเรื่องราวลุกลามมาถึงการตัดสินชี้ขาดโดยศาลฎีกาในที่สุด

เหตุผลที่ศาลฎีกาตัดสินปัดตกคำโต้แย้งของนาย A เป็นเพราะศาลมองว่า โลกกฎหมายต้องก้าวให้ทันโลกดิจิทัล โดยศาลชี้ชัดว่า คำว่า “ทรัพย์สิน” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงของที่มองเห็น หรือจับต้องได้ด้วยมือเสมอไป แต่ข้อมูลดิจิทัลและมูลค่าทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็ถือเป็นทรัพย์สินที่ยึดได้เช่นกัน เนื่องจาก Bitcoin มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน สามารถโอนย้ายหรือแลกเปลี่ยนได้ 

และที่สำคัญคือ ผู้ใช้งานยังคงมีอำนาจในการควบคุมผ่านบัญชี และระบบกุญแจดิจิทัลบนเว็บเทรด ดังนั้นศาลจึงสรุปว่า การยึดเหรียญของนาย A เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ เพราะมันคือ การยึด “สิ่งที่มีมูลค่า” เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีอาญานั่นเอง

คำตัดสินล่าสุดนี้เป็นการตอกย้ำ ถึงแนวทางที่ศาลเกาหลีใต้ค่อย ๆ วางรากฐานมาอย่างต่อเนื่อง

เริ่มตั้งแต่ปี 2018 ที่ศาลได้รับรองว่า Bitcoin เป็น “ทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน” สามารถถูกยึดได้ หากพิสูจน์ได้ว่า เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม และในปีเดียวกันนั้นเอง คริปโตยังถูกนับเป็นทรัพย์สินที่ต้องนำมาแบ่งกันในคดีฟ้องหย่าอีกด้วย 

จนกระทั่งปี 2021 ศาลก็ได้ย้ำชัดอีกครั้งว่า Bitcoin มีสถานะเป็นทรัพย์สินตามกฎหมายอาญาอย่างเต็มตัว ดังนั้น คำตัดสินในปี 2026 นี้จึงเปรียบเสมือนการปิดช่องโหว่สุดท้าย เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานได้ง่ายขึ้น และมีความชัดเจนทางกฎหมายสูงสุด

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นี่คือการสร้างความชัดเจนให้กับคนกว่า 16 ล้านคนที่ถือครองคริปโตในเกาหลีใต้ หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ ให้รับทราบตรงกันว่าทรัพย์สินดิจิทัลบนเว็บเทรดไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึงอีกต่อไป 

สัญญาณนี้สะท้อนว่า เกาหลีใต้กำลังก้าวไปในทิศทางเดียวกับมหาอำนาจอย่าง อังกฤษ ที่เพิ่งผ่านกฎหมาย Property (Digital Assets etc.) Act 2025 เพื่อรับรองคริปโตเป็นทรัพย์สินตามกฎหมายเช่นกัน 

ที่มา : coinpedia