ตลาดคริปโทฯ ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของเดือน ม.ค. 2026 โดยรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจะประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ประจำเดือนธันวาคม คืนนี้ เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในข้อมูลเศรษฐกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดต่อทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อราคา Bitcoin และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
ท่ามกลางภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคลุมเครือมาตลอดหลายเดือน รายงาน CPI ครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตลาดเริ่มมองเห็นทิศทางเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจได้ชัดเจนมากขึ้น
นักวิเคราะห์คาด CPI อยู่ที่ 2.7% แต่ “ตัวเลขจริง” สำคัญกว่า
ทางฝั่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า CPI เดือนธันวาคม เทียบปีต่อปี จะออกมาอยู่ที่ 2.7% เมื่อเทียบรายปี เท่ากับเดือนก่อนหน้า (พ.ย.) หากตัวเลขออกมาที่ 2.6% จะถือเป็นสัญญาณบวกต่อ Bitcoin เพราะสะท้อนว่าเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลง

แม้หลายคนจะมองว่า Bitcoin เป็น “ทองคำดิจิทัล” ที่ช่วยป้องกันเงินเฟ้อ แต่ในทางปฏิบัติจริง ราคาของ Bitcoin มักเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นเทคฯ มากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม
สำหรับผลกระทบของตัวเลข CPI ต่อราคา Bitcoin จึงแบ่งออกได้เป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่
หาก CPI สูงกว่าคาด หมายถึง แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย มีโอกาสที่ Fed จะคงท่าทีคุมเข้มนโยบายการเงิน หรือแม้แต่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น และนักลงทุนลดความเสี่ยงจาก Bitcoin และคริปโทอื่นๆ
หาก CPI ต่ำกว่าคาด บ่งชี้ว่า เงินเฟ้อเริ่มลดลง ตลาดอาจมองว่า Fed มีพื้นที่ในการชะลอการคุมเข้มนโยบาย หรือมีโอกาสลดดอกเบี้ยในอนาคต ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง สภาพคล่องในระบบดีขึ้น และนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ซึ่งโดยปกติแล้วถือเป็นแรงหนุนต่อราคา Bitcoin
ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $91,255 ลดลง 0.87% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap


