อินเดียหนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในทวีปเอเชีย กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เริ่มส่งสัญญาตีตัวออกห่างจากสหรัฐฯ และลดการพึ่งพาลงหลังจากถูกกดดันด้วยกลยุทธ์การค้าอย่างหนักของประธานานธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ระบุว่า พวกเขากำลังเสนอแนวทางที่ทำการเชื่อมโยงสกุลเงินดิจิทัลของประเทศพันธมิตรกลุ่ม BRICS เพื่อนำมาใช้ในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
RBI ชี้ว่าภายในงานประชุม BRICS summit ประจำปี 2026 ที่จะจัดขึ้นในอินเดีย จะมีการยื่นขอเสนออย่างเป็นทางการในการเชื่อมโยงสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยรัฐบาลกลาง (CBDC) ของแต่ละประเทศสมาชิกมาไว้ด้วยกันในระบบเดียว
เดิมทีการทำธุรกรรมมักจะใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลัก อีกทั้งยังต้องอาศัยเครื่องมือของชาติตะวันตกอย่าง SWIFT ทำให้การมาถึงของ CBDCs จะทำให้ชาติสมาชิกสามารถซื้อขายกันเองได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังคงไม่มีสมาชิกชาติใดทำการเปิดตัว CBDC สาธารณะ แต่ 5 ประเทศสมาชิกเดิมยังคงทดสอบโปรแกรมนำร่องต่างๆ เช่น หยวนดิจิทัลของจีน หรือ “e-rupee” ของอินเดีย แต่การที่จะเชื่อมสกุลเงินเข้าด้วยกันสมาชิกต้องยอมตกลงที่จะสร้างเทคโนโลยีและใช้งานมันร่วมกัน
ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า อย่างในกรณีที่รัสเซียเคยตกอยู่ในสภาวะที่มีเงินรูปีอินเดียเหลือล้นมหาศาลจนไม่สามารถเอาไปใช้จ่ายได้ง่ายๆ ธนาคารกลางอินเดียจึงกำลังศึกษาข้อตกลงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบทวิภาคี ซึ่งจะอนุญาตให้ธนาคารกลางของทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินกันได้ในอัตราคงที่ เพื่อชำระหนี้สินระหว่างกันเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน
ทำไม BRICS ถึงอยากเลิกพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ทำการวิจารณ์สมาชิกกลุ่ม BRICS ว่าเป็นพวกต่อต้านอเมริกัน พร้อมกับขึ้นภาษีนำเข้าสูงถึง 100% สำหรับประเทศที่คิดอยากจะเลิกพึ่งพาดอลลาร์ ส่งผลทำให้เกิดความไม่พอใจในหลายประเทศที่เป็นสมาชิก BRICS รวมถึงอินเดีย
อย่างไรก็ตามทาง RBI ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเป็นการ “ต่อต้านดอลลาร์” แต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติหลังจากที่สายสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียแน่นแฟ้นขึ้น ทว่า T.Rabi Sankar ผู้ว่าธนาคารกลางอินเดียกลับได้ออกคำเตือนว่า Stablecoins เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงทางการเงิน โดยแนะให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้งาน Stablecoin ที่ตรึงกับ USD
ปัจจุบันสมาชิกหลักของกลุ่ม BRICS ประกอบไปด้วย บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีน, แอฟริกาใต้, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิหร่าน และ อินโดนีเซีย ซึ่งหากวิเคราะห์ดูจะพบว่าชาติสมาชิกมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสร้างระบบการเงินของตนเองขึ้นมาอ้างอิงจากรายงานเมื่อปี 2025 ที่แสดงให้เห็นว่าการใช้งาน CBDC หลายสกุลมีความเป็นไปได้จากการทดลอง “mBridge” ระหว่างจีนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ที่มา : Cryptopolitan

