<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ถอดเคล็ดลับ ‘Daljit Dhaliwal’ พ่อมดเทรดเดอร์ผู้ทำกำไร 298% ต่อปีกับ 9 กฎเหล็กเปลี่ยนมือใหม่สู่มือโปร

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain

Daljit Dhaliwal คือหนึ่งในสุดยอดนักเทรดระดับตำนานที่ถูกขนานนามว่า เป็นหนึ่งใน Market Wizard หรือพ่อมดทางการเงิน 

โดยเขาสามารถทำกำไรทบต้นเฉลี่ยสูงถึง 298% ต่อปี และรักษามาตรฐานนี้ได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 9 ปี จนผลงานอันน่าทึ่งนี้ ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นทางการในหนังสือ Unknown Market Wizards ของ Jack Schwager ซึ่งถือเป็นคัมภีร์ที่รวบรวมนักเทรดที่เก่งที่สุดในโลกเอาไว้

วันนี้ทาง Siamblockchain เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักเรื่องราวของชายคนนี้ รวมถึงถอดแนวคิดและเคล็ดลับของเขากัน

เส้นทางของ Daljit Dhaliwal เริ่มต้นจากการเป็นนักกีฬาที่มุ่งมั่นจะเป็นนักเทนนิสอาชีพ แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงปี 2008–2010 ขณะที่เขากำลังเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงกับช่วงวิกฤตการเงินโลกพอดี ความผันผวนของตลาดในตอนนั้นกลับปลุกไฟในตัวเขาให้หลงใหลในโลกของการเทรดมากกว่าคอร์ดเทนนิส 

แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเริ่มศึกษาเรื่องนี้ช้ากว่าคนอื่น แถมไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก แต่ความใจสู้ระดับนักกีฬา ทำให้เขาส่งใบสมัครงานไปกว่า 30 แห่ง จนสามารถดิ้นรนเข้าไปทำงานในบริษัท Proprietary Trading ซึ่งเป็นบริษัทเทรดด้วยเงินทุนของบริษัทได้สำเร็จ และใช้เวลากว่า 9 ปีในการบ่มเพาะฝีมือจนกลายเป็นนักเทรดสายที่เทรดตามปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค และเหตุการณ์สำคัญ (Macro + Event-driven) ที่สามารถสร้างผลงานระดับตำนานอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

แม้ในช่วงแรก Daljit Dhaliwal จะเริ่มทำกำไรได้ จากการใช้กราฟเทคนิค แต่เขากลับรู้สึกไม่มั่นใจ เพราะไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังว่า ทำไมราคาถึงขยับ เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวทาง มาเน้นที่ “ปัจจัยพื้นฐานและข่าวสาร” โดยเฉพาะคำพูดของคนมีอำนาจอย่างผู้ว่าธนาคารกลาง หรือนักการเมืองระดับโลก

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตหนี้ยุโรปปี 2011 ที่ข่าวจากกรีซ และยุโรปทะลักออกมาแทบทุกวัน ทำให้  Daljit Dhaliwal  พัฒนาทักษะการเทรด จากการอ่านข่าว headline สั้น ๆ  โดยใช้การตีความอารมณ์ของข่าวเป็นหลัก วิธีการเทรดตามสถานการณ์ที่สดใหม่นี้เอง ที่กลายเป็นกุญแจสำคัญ ทำให้พอร์ตของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด

เมื่อโลกการเทรดเปลี่ยนไป และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Algorithm) เริ่มมีความสามารถในการอ่านข่าว และส่งคำสั่งซื้อขายได้รวดเร็วกว่ามนุษย์ในระดับเสี้ยววินาที Daljit Dhaliwal จึงไม่เลือกที่จะแข่งความเร็วด้วยวิธีเดิม แต่เขาเลือกที่จะ “ปรับตัว” อีกครั้ง

Daljit Dhaliwal เปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์การเทรดสวนทาง โดยเขาจะรอให้ราคาพุ่ง หรือดิ่งอย่างรุนแรงจากการตอบรับของ Trading Bots เหล่านั้นก่อน แล้วจึงค่อยหาจังหวะ “เข้าเทรดสวน” ในทิศทางตรงกันข้าม เพราะเขามองว่า บ่อยครั้งที่อัลกอริทึมทำให้ราคาขยับแรงเกินความเป็นจริง 

การรอให้พายุข่าวสงบลง แล้วเข้าทำกำไรจากราคาที่กำลังจะตีกลับ จึงกลายเป็นท่าไม้ตายใหม่ที่ทำให้เขาอยู่รอดและทำกำไรเหนือเครื่องจักรได้

เมื่อเข้าสู่ปี 2016 Daljit Dhaliwal ได้ค้นพบความจริงที่สำคัญจากการทบทวนสถิติการเทรดของตัวเองว่า “กำไรส่วนใหญ่ที่ทำให้พอร์ตโตมหาศาล มาจากผลลัพธ์ของเทรดเพียงไม่กี่ไม้เท่านั้น” 

Daljit Dhaliwal จึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางจากเดิมที่เคยเน้นการเทรดสั้น ๆ ถี่ ๆ ตลอดทั้งวัน มาเป็นการเทรดให้น้อยลง แต่เน้นคุณภาพให้มากขึ้น

เขาหันมาโฟกัสกับการรอคอยจังหวะที่ “ใช่” จริง ๆ และเมื่อโอกาสนั้นมาถึง เขาจะลงมืออย่างเด็ดขาด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่หนัก และเปลี่ยนชีวิตได้ในคราวเดียว ซึ่งแนวคิดนี้ช่วยลดความเครียดจากการเฝ้าหน้าจอตลอดเวลา และทำให้เขาสามารถรักษามาตรฐานกำไรในระดับสูงได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นนักเทรดระดับตำนานแต่ก็เกิดความผิดพลาดได้ ซึ่งความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดของ Daljit Dhaliwal เกิดขึ้น เมื่อเดือนธันวาคม 2015 ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงที่เกือบทำลายอาชีพเขาเลย

เหตุการณ์เริ่มต้นจากความเข้าใจผิด เมื่อสำนักข่าวระดับโลกอย่าง Financial Times เผลอปล่อยบทความที่เขียนล่วงหน้าออกมา ซึ่งระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะ “ไม่ลดดอกเบี้ย” 

Daljit Dhaliwal  จึงรีบกระโจนเข้าใส่โอกาสนี้ด้วยการอัดเงินก้อนโตซื้อสกุลเงินยูโรและขายดัชนีหุ้นยุโรปทันที แต่ความจริงกลับตาลปัตร เมื่อ ECB ประกาศลดดอกเบี้ยจริง ทำให้ตลาดเหวี่ยงกลับอย่างรุนแรงจนเขาต้องช็อก เพราะจากกำไรที่โชว์อยู่หลักแสนดอลลาร์ กลับกลายเป็นขาดทุนหลักแสนในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

เหตุการณ์นี้สอนให้ Daljit Dhaliwal  รู้ว่า “การคุมความเสี่ยงคือหัวใจของความอยู่รอด” เพราะการปล่อยให้พอร์ตขาดทุนหนัก ไม่ได้แค่ทำลายเงินต้น แต่ยังทำลายสภาพจิตใจจนกู้คืนได้ยากที่สุด

นอกจากนี้ Daljit Dhaliwal ยังได้ให้คำแนะนำที่ตรงไปตรงมา และดึงสติคนฟังมาก ว่า “ผมไม่แนะนำให้ใครยึดอาชีพนักเทรดเป็นทางเลือกหลัก” เพราะมีน้อยคนนักที่จะมีความทุ่มเทและอดทนมากพอที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว 

แต่สำหรับใครที่มั่นใจว่า ตัวเองมีใจรักในตลาดแห่งนี้อย่างแท้จริง และพร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายทุกรูปแบบ เขาก็พร้อมจะแชร์ “9 กฎเหล็ก” ที่ใช้สร้างผลตอบแทนระดับตำนาน เพื่อให้คุณใช้เป็นเข็มทิศในการเดินบนเส้นทางสายพ่อมดทางการเงินได้อย่างมั่นคง

1. หา “ท่าไม้ตาย” ของตัวเองให้เจอ

 ไม่ต้องเทรดทุกวัน แต่ต้องรู้ว่าจุดไหนที่เรา “ได้เปรียบ” ตลาดที่สุด เมื่อเจอแล้วให้ “เข้าหนักๆ” เพียงปีละไม่กี่ครั้งก็รวยได้ ดีกว่าเทรดมั่วๆ ทั้งปี

2. แบ่งขายบ้าง อย่าถือจนกำไรหาย

เมื่อราคาวิ่งขึ้นไปแล้ว ให้ “แบ่งขายทำกำไร” ออกมาบ้าง เพราะความเสี่ยงในตลาดเปลี่ยนตลอด อย่าโลภถือรอจนราคาวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น

3. ตั้ง “เบรกมือ” ให้ตัวเอง

ถ้าวันเดียว ขาดทุนเกิน 2% หรือกำไรที่เคยมีเริ่มหายไปเยอะ “ต้องหยุดเทรดทันที” เพื่อดึงสติและเช็กอารมณ์ตัวเอง

4. จดบันทึกแก้ “หัวร้อน” (Trading Journal)

ทุกครั้งที่รู้สึกอยากไล่ราคา (FOMO) หรือหงุดหงิดที่แพ้ ให้จดลงไดอารี่ การเขียนจะช่วยให้เรารู้ทันอารมณ์ และไม่ทำพลาดซ้ำเดิม

5. หา “ความชัดเจน” ไม่ใช่ “ความมั่นใจ”

อย่ารอให้มั่นใจ 100% เพราะถ้ารอจนมั่นใจ ราคามันจะไปไกลแล้ว เข้าช้า ให้หาแค่ “สัญญาณที่ชัดเจนตามแผน” แล้วเข้าทำทันที

6. ต้องมี “แผนสำรอง” เสมอ

ก่อนกดเทรดทุกครั้ง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า “ถ้าผิดทาง จะทำยังไง?” ห้ามเทรดโดยไม่มีแผนรับมือเด็ดขาด

7. เทรดตาม “ความจริง” ไม่ใช่ “ความอยาก”

ดูกราฟว่ามันบอกอะไรเรา อย่าไปคิดเอาเองว่า “มันต้องขึ้นแน่ๆ เพราะฉันอยากให้ขึ้น” หรือ “ฉันต้องได้เงินก้อนนี้ไปซื้อของ” เพราะตลาดไม่สนความต้องการของเรา

8. ตัดขาดทุนเมื่อ “กราฟเสียทรง”

จุด Stop Loss ต้องตั้งในจุดที่ถ้ากราฟไปถึง แปลว่า ทฤษฎีเราผิด ไม่ใช่ตั้งตามจำนวนเงินที่เสียได้ (เช่น เสียได้แค่ 500 บาท) 

ถ้าคุณต้องตั้ง Stop Loss แคบๆ เพราะกลัวเสียเงินเยอะ แปลว่าคุณลงเงินหนักเกินไปจนใจสั่นแล้ว

9. ไม่เสียดาย… โอกาสมีใหม่เสมอ

ถ้าตกรถหรือพลาดโอกาสดีๆ ไป ไม่ต้องเสียใจ พรุ่งนี้ตลาดก็เปิดใหม่ “พระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไหร่ โอกาสทำเงินก็มาเมื่อนั้น

ที่มา : businessinsider