ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าสู่สภาวะระส่ำระส่ายในวันนี้ เมื่อเกิดปรากฏการณ์ “Sell Everything” หรือ “เทขายทุกอย่าง” ขึ้นทั่วโลก โดยแรงขาย ลามตั้งแต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ไปจนถึงคริปโตเคอร์เรนซี และโลหะมีค่า
สาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นที่เริ่มสั่นคลอนในกลุ่ม AI ที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นการร่วงลงก่อนหน้านี้ โดยนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามว่า ผลกำไรจะสามารถทำได้จริงตามความคาดหวังที่สูงลิ่วหรือไม่
ด้าน Tony Sycamore นักวิเคราะห์จาก IG Australia มองว่า นี่คือการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่โหดร้ายมาก เพราะแทนที่เงินจะไหลสลับจากหุ้นเทคฯ ไปยังหุ้นกลุ่มอื่นตามปกติ แต่มันกลับกลายเป็นการถอนเงินสดออกจากทุกสินทรัพย์พร้อมกัน ทั้งหุ้น คริปโต และสินค้าโภคภัณฑ์
ตลาดหุ้นเอเชียวันนี้ กอดคอกันแดงเถือกตามทิศทางตลาดโลก โดยที่เกาหลีใต้ อาการหนักสุดในช่วงเปิดตลาดจนต้องสั่งหยุดซื้อขายชั่วคราว หลังดัชนี Kospi ดิ่งลงไปถึง 5% ก่อนจะฟื้นกลับมาปิดลบที่ 1.4% โดย Samsung และ SK Hynix โดนหนักสุด ก่อนฟื้นตัวขึ้นมาปิดลบ 0.4%
ส่วนทางด้าน ฮ่องกง ดัชนี Hang Seng ร่วงไปกว่า 2.2% จากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีจีน ที่นักลงทุนมองว่า เสี่ยงเกินไปในเวลานี้ เช่นเดียวกับ ออสเตรเลีย ที่ราคาปรับตัวลดลงตามระเบียบ จะมีเพียง ญี่ปุ่น ที่สวนกระแสพลิกกลับมาปิดบวกได้ 0.8% เนื่องจากนักลงทุนเริ่มเก็งกำไร ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในสุดสัปดาห์
ด้านตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้ ต้องเผชิญกับมรสุมหนัก โดยราคาปรับลดลงรุนแรงไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเทคโนโลยี เนื่องจากนักลงทุนพยายามลดความเสี่ยงขนาดใหญ่ ส่งผลให้ Bitcoin (BTC) ร่วงดิ่งลงกว่า 8.5% ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ลงมาเคลื่อนไหวแถวระดับ $64,800 ดอลลาร์
และหากนับรวมความเสียหายตลอดทั้งสัปดาห์พบว่า ราคาได้ทรุดลงไปแล้วกว่า 20% ความผันผวนนี้ยังสะท้อนผ่านดัชนี Extreme Fear ที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี เนื่องจากตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงสถานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ของ Bitcoin ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นที่ลามไปทั่วทุกตลาดการเงินในขณะนี้
สถานการณ์ของ แร่เงิน (Silver) ในสัปดาห์นี้เข้าขั้นวิกฤต โดยราคาถูกเทขายอย่างหนักต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน ปัจจุบันราคา Spot Silver เคลื่อนไหวอยู่แถว $72.20 ต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าทรุดลงรุนแรงมากเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเหนือระดับ $121 ที่ทำไว้ได้เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า
Ole Hansen หัวหน้ากลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Saxo Bank ชี้ว่า แม้ราคาจะพยายามฟื้นตัวแต่ก็ชนแนวต้านทางเทคนิคจนร่วงกลับลงมาอีกครั้ง โดยปัจจัยซ้ำเติมสำคัญมาจากฝั่งประเทศจีน ที่เกิดปัญหากับกองทุนแร่เงินยักษ์ใหญ่ที่มีราคาพุ่งเกินมูลค่าจริงไปมาก จนถูกสั่งระงับการซื้อขาย และเกิดปรากฏการณ์ราคาร่วงจนหยุดการซื้อขายต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนติดค้างอยู่ในสถานะและหนีออกไม่ได้
Ole Hansen มองว่า หลังจากนี้ราคาแร่เงินจะถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกการล้างพอร์ตและปริมาณการถือครองเป็นหลัก มากกว่าปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เพราะความผันผวนยังอยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก
สรุปภาพรวมในขณะนี้คือ เรากำลังเห็นการเปลี่ยนทิศทางของตลาดการเงินอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่นักลงทุนเคยกล้าเสี่ยง และไล่ซื้อสินทรัพย์จนราคาสูงเกินพื้นฐาน แต่ตอนนี้ความเชื่อมั่นเหล่านั้นกลับพังทลายลง จนเกิดการปรับพอร์ตครั้งใหญ่ทั่วโลก
ที่มา : businessinsider

