Bernstein บริษัทด้านการจัดการสินทรัพย์ได้ออกรายงานบทวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า การปรับฐานในปัจจุบันของ Bitcoin เป็นการปรับฐานที่ “ตื้นที่สุดในประวัติศาสตร์”
รายงานเปิดเผยว่า เป้าหมายราคาของ Bitcoin ในปีนี้ยังคงอยู่ที่ $150,000 เช่นเดิม แม้ว่าจะเกิดแรงเทขายอย่างหนักตลอดหลายเดือน โดยพวกเขาประเมินว่าแรงเทขายที่เกิดขึ้นมานั้นส่วนใหญ่แล้วมาจากผลกระทบด้านการ “ขาดความเชื่อมั่น” มากกว่าปัจจัยด้านโครงสร้าง
นักวิเคราะห์ Gautam Chhugani ชี้ว่า แม้ราคาของ Bitcoin จะร่วงลงมาเกือบ 50% จากจุดสูงสุด แต่จำนวนเงินที่ไหลออกจากกองทุน ETFs นั้นมีเพียงแค่ 7% แสดงให้เห็นว่าตลาดยังไม่ประสบกับปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น และไม่มีอะไรเสียหายเกิดขึ้น

Bernstein ระบุอีกว่า สาเหตุที่ Bitcoinทำผลงานได้ด้อยกว่าทองคำ ในระยะหลัง สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของ Bitcoin ยังคงเป็นสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว ขณะเดียวกันสภาวะทางการเงินที่ตึงตัวและประเด็นด้านอัตราดอกเบี้ย ได้ส่งผลทำให้หุ้นในกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ และโลหะมีค่าน่าดึงดูดกว่า Bitcoin
ปัจจัยนี้เองได้กลายเป็นตัวจำกัดการปรับตัวขึ้นของ Bitcoin ในระยะสั้น แม้ว่าแนวโน้มการยอมรับใช้งานในวงกว้างจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม
ความเสี่ยงที่ไม่อาจเกิดขึ้นจริง
นอกเหนือจากการอธิบายเรื่องเหตุผลของราคาแล้ว รายงานยังได้มีการชี้แจงถึงภัยคุกคามของ Bitcoin ในอนาคต ซึ่ง Bernstein มองว่าไม่เป็นความจริงอย่างที่ใครคาด เช่น AI ดึงสภาพคล่องออกจากคริปโต หรือ ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะทำให้ Bitcoin ไร้ค่า
พวกเขาระบุว่า การป้ายสีให้ควอนตัมเป็นเพชฌฆาตผู้ทำลายล้าง Bitcoin ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่เหลวไหล เพราะเป็นการมอง ที่ละเลยทั้งเรื่องของ กรอบเวลา, แนวทางการอัปเกรด และข้อเท็จจริงที่ว่า โลกดิจิทัลทั้งใบต่างก็ตกอยู่ในที่นั่งลำบากเดียวกัน และสุดท้ายทุกคนจะต้องอพยพย้ายระบบไปด้วยกันอยู่ดี
ขณะเดียวกัน ความกังวลในเรื่องของ Strategy จะล่มสลาย Bernstein มองว่าไม่น่าเป็นปัญหาในระยะสั้นเพราะบริษัทเหล่านี้พึ่งพาหุ้นบุริมสิทธิไม่กำหนดระยะเวลาเป็นหลัก และมีการสำรองเงินสดที่เพียงพอสำหรับจ่ายเงินปันผล โดยไม่มีความเสี่ยงด้านการจัดหาเงินกู้ใหม่ในระยะสั้น
ในส่วนของภาคการขุดยังคงมีความกังวลแฝงอยู่เล็กน้อย เนื่องจาก Bernstein มองว่านักขุดอาจเข้าสู่สภาวะยอมจำนน และเร่งระบายเหรียญออกมาขาย หากราคาลดลงจนต่ำกว่าต้นทุนการผลิต อย่างไรก็ตาม Bernstein ยังคงเชื่อมั่นว่าเมื่อสภาพคล่องในตลาดกลับมาฟื้นตัวภายในปีนี้ ราคา Bitcoin จะสามารถดีดตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 100,000 ดอลลาร์ได้อย่างแข็งแกร่ง
สถาบันการเงินมองการย่อตัวเป็นจุดเข้า สวนทางนักเทรด
ปัจจุบัน ราคาของ Bitcoin ได้มีการย่อตัวลงไปต่ำกว่า $70,000 ซึ่งตลาดได้ตีความระดับราคานี้แตกต่างกันออกไป โดย Huter Horsley ซีอีโอของ Bitwise ระบุว่าสำหรับสถาบันแล้วนี่ถือเป็นจุดเข้าซื้อที่น่าสนใจ แต่สำหรับนักเทรดอาจเป็นจุดที่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
Horsley เชื่อมั่นว่าการที่ราคาของ Bitcoin ร่วงอย่างหนักเป็นผลมาจากปัจจัยกดดันจากมหภาคมากกว่าตัวของตลาดคริปโตเอง และที่ถูกเทขายหนักเป็นเพราะ Bitcoin เป็นเป้าหมายหลักของการเทขายเนื่องจากมีสภาพคล่องที่สูง เพราะทุกคนต่างกังวลและอยากถือเงินสด
อย่างไรก็ตาม Filbfilb และ Tony Severino นักวิเคราะห์อิสระ ได้ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยทางเทคนิคว่าราคา Bitcoin อาจลงไปได้ต่ำกว่านี้และจะยังไม่ค้นพบจุดต่ำที่สุดหากราคายังไม่ลงไปถึง $50,000

ที่มา : Cointelegraph

