<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

บิตคอยน์รับตัวเลขจ้างงาน! Arkham ชำแหละต้นตอโดมิโนพอร์ตแตก 7 หมื่นล้านบาท

สรุปข่าว
  • แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Arkham ออกมาอธิบายสาเหตุที่ราคาบิตคอยน์ร่วงลง 2.4% แตะระดับ 66,900 ดอลลาร์ หรือราว 2.34 ล้านบาทในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026
  • สาเหตุหลักมาจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนมกราคมที่พุ่งสูงถึง 130,000 ตำแหน่ง ดับฝันการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ทำให้เกิดแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง และนำไปสู่การบังคับล้างพอร์ตฝั่งซื้อสะสมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 7 หมื่นล้านบาท
  • Arkham ระบุว่านี่คือกลไกปกติในการล้างความร้อนแรงของตลาด โดยเหรียญทางเลือกและมีมคอยน์มักจะร่วงหนักกว่าบิตคอยน์ถึง 20-50% เนื่องจากมีความอ่อนไหวและผันผวนสูงกว่า

แนวโน้มส่งผลต่อราคา: Neutral

แม้การเทขายและการล้างพอร์ตจะทำให้กราฟร่วงลงอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่ในภาพรวมทางเทคนิค นี่คือการรีเซ็ตตลาดเพื่อสะบัดนักเก็งกำไรที่กู้ยืมเงินมาเทรดออกไป เมื่อสภาวะฟองสบู่เลเวอเรจถูกทำลาย ตลาดจะกลับเข้าสู่จุดสมดุลที่เอื้อให้นักลงทุนระยะยาวเข้ามาสะสมบิตคอยน์ในราคาที่ถูกลงได้อีกครั้ง

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลง 2.4% ลงมาทดสอบระดับ 66,900 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2.34 ล้านบาท ทันทีที่ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลระดับโลกอย่าง Arkham ไม่รอช้า ออกมาโพสต์อธิบายกลไกเบื้องหลังการร่วงหล่นครั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจภาพรวมของตลาดและไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป

โดมิโนล้างพอร์ต เมื่อพิษเศรษฐกิจปะทะเลเวอเรจ

สาเหตุหลักที่ทำให้กราฟดิ่งลงอย่างรวดเร็ว มาจากความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่ริบหรี่ลง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มการจ้างงานสูงถึง 130,000 ตำแหน่ง สิ่งนี้สร้างปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค ทำให้นักลงทุนสถาบันและเจ้ามือเริ่มเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อลดความหน้าตัก

เมื่อราคาเริ่มปรับตัวลง มันได้ไปกระตุ้นกลไกการบังคับขาย หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์โดมิโนล้างพอร์ต ซึ่งเป็นภาพฉายซ้ำของเหตุการณ์เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานะฝั่งซื้อสะสมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 7 หมื่นล้านบาท ถูกกระดานเทรดกวาดล้างออกจากระบบอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ทำไม Altcoin และ Memecoin ถึงเลือดสาดหนักกว่าบิตคอยน์?

Arkham อธิบายชี้เป้าเพิ่มเติมว่า ในจังหวะที่บิตคอยน์สะดุดพังทลาย เหรียญทางเลือกหรือ Altcoins รวมถึงบรรดา Memecoin ทั้งหลาย มักจะร่วงหนักกว่าบิตคอยน์ถึง 20% ไปจนถึง 50% เสมอ สาเหตุเป็นเพราะเหรียญเหล่านี้มีความผันผวนและค่าเบต้าที่อิงกับราคาบิตคอยน์สูงมาก เมื่อเกิดสภาวะหนีตายเพื่อลดความเสี่ยง เหรียญกระแสเหล่านี้จึงกลายเป็นสินทรัพย์กลุ่มแรกที่นักลงทุนเลือกจะเททิ้งเพื่อถือครองเงินสด

อย่างไรก็ตาม Arkham มองว่าการร่วงลงครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการรีเซ็ตตลาดเพื่อล้างนักเก็งกำไรที่ใช้เลเวอเรจเกินตัวออกไป เปิดทางให้เม็ดเงินใหม่เข้ามาสะสมของ ซึ่งเป็นวัฏจักรปกติที่คล้ายคลึงกับช่วงที่บิตคอยน์เคยร่วงหนักถึง 60% จากพิษการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในปี 2022


การอธิบายของ Arkham ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพชัดเจนว่า ตลาดไม่ได้พังทลายเพราะพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชนเปลี่ยนไป แต่เป็นเรื่องของกลไกการกู้ยืมเงินมาเทรดและการตอบสนองต่อตัวเลขเศรษฐกิจล้วน ๆ

ในมุมมองของผู้เขียน การล้างพอร์ตหลักหมื่นล้านบาทนี้ถือเป็นการทำความสะอาดตลาดที่ดี เพราะตลาดกระทิงที่พุ่งขึ้นด้วยเงินกู้ยืมมักจะไม่ยั่งยืนและพร้อมพังทลายได้ทุกเมื่อ ช่วงเวลานี้จึงเป็นจังหวะสำคัญที่นักลงทุนระยะยาวควรจับตาดูโซนแนวรับของราคา เพื่อหาโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์พื้นฐานดีในจังหวะที่คนอื่นกำลังกลัวสุดขีด

ที่มา: @arkham