<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

รู้จักกับ “กฎของไรท์” คัมภีร์ลับที่ Cathie Wood เจ้าแม่ Ark Invest ใช้หาหุ้นเติบโต 50 เด้ง

สรุปข่าว
  • กฎของไรท์ (Wright’s Law) คือ หัวใจหลักที่ ARK Invest ใช้ทำนายอนาคตของหุ้นเทคฯ ซึ่งเครื่องมือนี้พบว่าทุกครั้งที่ยอดผลิตสะสมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยจะลดลงในอัตราที่คงที่เสมอ
  • Cathie Wood ใช้กฎนี้เดิมพันกับ 5 เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ได้แก่ AI, Multiomics, แบตเตอรี่, Blockchain และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างผลตอบแทนได้ถึง 50 เท่า
  • Cathie Wood มองว่าการที่เทคโนโลยีเหล่านี้มาบรรจบกันจะทำให้ต้นทุนถูกลงจนคนทั่วไปเข้าถึงได้ เกิดเป็นแรงส่งมหาศาลที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกไปตลอดกาล

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish 

การวิเคราะห์ด้วยกฏของไรท์อิงอยู่บนพื้นฐานของต้นทุนผลิตที่ลดลงจริง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าสินทรัพย์อย่าง Bitcoin และหุ้นกลุ่มนวัตกรรมไม่ได้เติบโตขึ้่นเพราะกลไกการปั่นตลาด แต่มีหลักเศรษฐศาสตร์รองรับจริง เมื่อต้นทุนการเข้าถึงต่ำลง ผู้ใช้งานจะหลั่งไหลเข้ามามหาศาล ผลักดันให้มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลมีโอกาสไปแตะระดับ 20 ล้านล้านดอลลาร์ตามที่ ARK Invest คาดการณ์

หลายคนอาจมองว่าเป้าหมายราคาของ Cathie Wood แห่ง ARK Invest นั้นดูเกินจริงแต่เบื้องหลังตัวเลขที่ดูเป็นไปไม่ได้มีสมการคณิตศาสตร์ที่ชื่อว่า Wright’s Law หรือ กฎของไรท์คอยกำกับอยู่ กฎนี้เป็นคัมภีร์ลับที่เธอใช้มองเห็นภาพอนาคตของนวัตกรรมก่อนที่วอลล์สตรีทจะรู้ โดยหลักการของเครื่องมือนี้ก็ไม่ได้ซับซ้อน เนื่องจากมันคือความสัมพันธ์ระหว่าง “ประสบการณ์ในการผลิต” กับ “ต้นทุน” ที่ลดลงอย่างแม่นยำ

กฎของไรท์  

กฎของไรท์ (Wright’s Law) คืออะไร ทำไมถึงแม่นยำกว่ากฎอื่น ๆ ย้อนกลับไปปี 1936 Theodore Wright ค้นพบความจริงข้อนี้จากการผลิตเครื่องบิน เขาพบว่า “ทุกครั้งที่จำนวนการผลิตสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยจะลดลงในอัตราส่วนที่คงที่เสมอ”

ต่างจากกฎของมัวร์ (Moore’s Law) ที่เน้นเรื่องเวลา แต่กฎของไรท์เน้นที่ปริมาณการผลิตยิ่งโลกเราผลิตแบตเตอรี่ EV มากขึ้นเท่าไหร่ ต้นทุนมันก็ยิ่งถูกลงเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่ ARK กล้าฟันธงว่า รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาถูกกว่ารถน้ำมัน เพราะพวกเขาคำนวณ Cost Curve มาแล้ว ไม่ได้เดามั่ว ๆ 

5 อุตสาหกรรมที่จะเปลี่ยนโฉมหน้ามนุษยชาติ

Cathie Wood  จำแนกกลุ่มเทคโนโลยีที่จะสร้างผลตอบแทนมหาศาลไว้ 5 ด้านหลัก  ๆ ด้วยกันคือ

1. ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ : Cathie Wood  มองว่า  Tesla ไม่ใช่แค่บริษัทรถแต่เป็นบริษัท AI ที่เก็บข้อมูลการขับขี่รถยนต์ไว้มหาศาล ยิ่งมีข้อมูลเยอะ AI ยิ่งฉลาด ต้นทุนการเทรนด์ AI ของ Tesla ก็จะยิ่งถูกลงเมื่อเทียบกับบริษัทอื่น

2. Multiomics  : Cathie Wood คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายในการถอดรหัส DNA จะลดลงจากหลักพันล้านเหลือหลักพันบาทในอนาคต ทำให้การรักษาแบบจำเพาะบุคคลเป็นเรื่องที่จับต้องได้ในคลีนิค

3. การกักเก็บพลังงาน : Cathie Wood เชื่อว่าการที่แบตเตอรี่ถูกลงคือ จิ๊กซอว์ส่วนสำคัญ ที่จะช่วยปลดล็อกให้รถ EV วิ่งไกลขึ้นในราคาถูกลง และทำให้พลังงานสะอาดอย่างแสงอาทิตย์กลายมาเป็นแหล่งพลังงานหลัก

4. บล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล : นี่คือโครงสร้างพื้นฐานการเงินใหม่ Bitcoin และ Smart Contract จะทำให้ต้นทุนการทำธุรกรรมการเงินลดต่ำลงจนธนาคารแบบดั้งเดิมเทียบไม่ติด

5 เทคโนโลยีอวกาศ: การนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ของ SpaceX ทำให้ต้นทุนการขนส่งสู่อวกาศลดฮวบ เปิดทางสู่ธุรกิจใหม่ ๆ ที่เราคาดไม่ถึง

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้โตแยกกัน แต่กำลังเกิดสิ่งที่เรียกว่า การบรรจบกัน ลองนึกภาพหุ่นยนต์แท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) ที่ใช้แบตเตอรี่ราคาถูก ขับเคลื่อนด้วย AI อัจฉริยะ และรับชำระเงินผ่าน Blockchain การผสมผสานนี้จะสร้างแรงระเบิดทางเศรษฐกิจแบบทวีคูณ ไม่ใช่แค่การบวกเลขธรรมดา แต่เป็นการเติบโตแบบ Exponential ที่จะสร้างเศรษฐีหน้าใหม่เกิดขึ้นมามากมายทั่วโลก


มุมมองผู้เขียน : การมองโลกผ่านกฎของไรท์ช่วยให้เราตัดเสียงรบกวนจากข่าวรายวันออกไปได้ บ่อยครั้งที่ตลาดคริปโตหรือหุ้นเทคโนโลยีร่วงแรง คนมักจะบอกว่ามันจบแล้ว แต่ถ้าเรามองไปที่ต้นทุนการผลิตและการยอมรับที่เพิ่มขึ้น จะเห็นว่าพื้นฐานมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ใครที่เข้าใจกลไกการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อนย่อมได้เปรียบ เพราะนวัตกรรมไม่ได้โตแบบสุ่ม แต่มันมีรูปแบบชัดเจน