สรุปข่าว
- Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock ชี้ว่า การใช้เลเวอเรจที่สูงเกินไปในตลาดอนุพันธ์ คือสาเหตุหลักที่ทำให้ราคา Bitcoin ผันผวนรุนแรง จนดูเหมือน Nasdaq ที่ใส่เลเวอเรจ
- ยืนยันด้วยข้อมูลจากกองทุน IBIT พบว่า มีเงินไหลออกเพียง 0.2% ในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก สะท้อนว่า นักลงทุนสถาบันไม่ได้เทขาย แต่แรงกดดันมาจากพอร์ตเลเวอเรจที่ถูกล้างพอร์ต มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
- BlackRock ยังคงเชื่อมั่นในพื้นฐานของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่หายากและ Decentralized พร้อมมุ่งหน้าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกการเงินดั้งเดิมและดิจิทัลต่อไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
แม้คำเตือนนี้จะชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาด จากแรงเก็งกำไร แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เป็นการยืนยันว่า นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ในกองทุน Spot ETF ยังคงถือครองสินทรัพย์อย่างเหนียวแน่น
ความผันผวนที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียง การ “ชะล้างโพซิชัน” ในตลาดฟิวเจอร์สมากกว่าการเปลี่ยนทิศทางของปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งหากตลาดลดการใช้เลเวอเรจลงได้ ราคา Bitcoin จะมีเสถียรภาพ และดึงดูดเม็ดเงินใหม่ได้มากขึ้นในระยะยาว
ความผันผวนของ Bitcoin (BTC) ที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เริ่มกลายเป็นประเด็นที่คนดังระดับวอลล์สตรีทต้องออกมาเตือน โดยล่าสุด Robert Mitchnick หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลก ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในงาน Bitcoin Investor Week ที่นิวยอร์กเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 โดยระบุว่า พฤติกรรมการเทรดแบบใช้เลเวอเรจสูงเกินไปในตลาดอนุพันธ์ กำลังบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของ Bitcoin ในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่นักลงทุนสถาบันควรจะมีติดพอร์ต
ภาพจำที่ BlackRock อยากให้เปลี่ยน
ถึงแม้พื้นฐานของ Bitcoin จะยังคงแข็งแกร่งจากคุณสมบัติความขาดแคลน และการกระจายศูนย์ (Decentralized) แต่ Robert Mitchnick มองว่า พฤติกรรมราคาในระยะสั้นกลับเริ่มแสดงอาการที่น่าเป็นห่วง
Mitchnick เปรียบเปรยว่า ปัจจุบันบิตคอยน์เคลื่อนไหวเหมือนดัชนี Nasdaq ที่ใส่เลเวอเรจเพิ่มเข้ามา เนื่องจากความผันผวนที่สูงผิดปกติเช่นนี้ ทำให้นักลงทุนสายอนุรักษ์นิยม หรือสถาบันการเงินดั้งเดิมเกิดความลังเลที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดอย่างเต็มตัว เพราะต้องการสินทรัพย์ที่มีเสถียรภาพมากกว่านี้
ข้อมูลฟ้อง แรงเทขายมาจากตลาด Futures ไม่ใช่กองทุน ETF
หนึ่งในประเด็นที่ Robert Mitchnick เน้นย้ำคือ ความเข้าใจผิดที่ว่ากองทุน ETF คือตัวการทำราคาดิ่ง แต่ข้อมูลจากกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ระบุว่าในช่วงที่ตลาดผันผวนหนักและราคาร่วงแรง กลับมีเงินไหลออกจากกองทุนเพียง 0.2% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับสถานการณ์จริง
โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มเทรดเลเวอเรจ กลับพบการล้างพอร์ต รวมกันมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในเวลาอันสั้น สิ่งนี้พิสูจน์ชัดว่า ตัวเร่งความผันผวนหลักไม่ได้มาจากฝั่งนักลงทุนที่ถือเหรียญจริงผ่านกองทุน ETF แต่มาจากนักเก็งกำไรในตลาดฟิวเจอร์สที่วางเดิมพันเกินตัว จนเกิดเหตุการณ์เทขายต่อเนื่องเป็นโดมิโน
สถิติของกองทุน IBIT ยังคงน่าประทับใจ
แม้จะมีอุปสรรคเรื่องความผันผวน แต่ความสำเร็จของ BlackRock ในโลกคริปโตยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยกองทุน IBIT กำลังถือครอง Bitcoin อยู่ประมาณ 786,300 BTC และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) สูงถึง 5.41 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งภาพรวมของกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ตอนนี้ ถือครองอุปทาน Bitcoin รวมกันถึง 7% ของโลก
การที่สถาบันยังคงสะสมบิตคอยน์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าความต้องการที่แท้จริง ยังคงแข็งแกร่งมาก เพียงแต่ต้องรอให้ความรุนแรงจากตลาดเลเวอเรจ เบาบางลงก่อน ที่ราคาจะเริ่มสร้างฐานใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : สิ่งผู้บริหาร BlackRock ออกมาเตือนสายเลเวอเรจคือ การปั่นกำไรชั่วคราว ด้วยการใช้เลเวอเรจ กำลังลดทอนคุณค่าของ Bitcoin จากสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ให้กลายเป็นเพียงเครื่องมือเก็งกำไร
หากถ้าเราอยากเห็นบิตคอยน์ไปถึงหลักแสนดอลลาร์แบบยั่งยืน ตลาดต้องลดการใช้เลเวอเรจ ลงและเพิ่มการถือครองจริงในตลาดสปอต ให้มากขึ้น

