สรุปข่าว
- DeFi Edge เผยว่ากว่า 85% ของโปรเจกต์ที่เปิดตัวในปี 2025 มีการซื้อขายโทเคนในราคาต่ำกว่าช่วงเปิดตัว
- สาเหตุหลักๆ มาจากตลาดคริปโตซบเซาลง สภาพคล่องถูกดึงไปยังไม่กี่โปรเจกต์ และจำนวนเงินทุนที่ระดมมาได้ลดลงอย่างมาก
- ตลาดกำลังจะเปลี่ยนผ่านจากยุคเก็งกำไรไปสู่ยุคที่ต้องวัดกันด้วยพื้นฐานความจริงมากขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
กลยุทธ์การลงทุนแบบเข้าเหรียญต้นน้ำ หรือการระดมก่อนเปิดตัวโทเค็นที่เคยสร้างเศรษฐีใหม่มาแล้วมากมายในวัฏจักรก่อน กำลังกลายเป็นกับดักมรณะในปัจจุบัน เมื่อข้อมูลจาก DeFi Edge เผยว่ากว่า 85% ของเหรียญที่เปิดตัวในปี 2025 มีการซื้อขายต่ำกว่าราคาเปิดตัว แม้จะมี VC ชื่อดังหนุนหลังก็ตาม โดยสาเหตุหลักมาจากภาวะฟองสบู่ ที่เม็ดเงินระดมทุนลดฮวบเมื่อเทียบกับจุดพีค เหลือแต่เงินค้างท่อจากกองทุนเก่า บีบให้ตลาดเปลี่ยนผ่านจากยุค ขายฝันและเก็งกำไรไปสู่ยุคที่ต้องวัดกันด้วยพื้นฐานความจริง
ย้อนกลับไปในวัฏจักรที่ผ่านมา การลงทุนในโปรเจกต์คริปโตตั้งแต่ยังไม่เริ่มเปิดตัว (ช่วงระดมทุน) มักเป็นหนทางที่ใครหลายคนเลือกใช้เป็นกลยุทธ์เพราะสามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาศาลแต่มีต้นทุนที่ต่ำ แต่ข้อมูลในปัจจุบันกลับระบุว่ากลยุทธ์ดังกล่าวอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป
อ้างอิงข้อมูลจาก DeFi Edge ระบุว่ากว่า 85% ของเหรียญประจำโปรเจกต์ที่ได้มีการเปิดตัวมาในปี 2025 ล้วนแล้วแต่มีการซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาเปิดตัวด้วยกันทั้งสิ้น ขนาดบางโปรเจกต์ที่มี VC ชื่อดังหนุนหลังยังแทบจะเอาตัวเองไม่รอด แสดงให้เห็นว่าวิธีการลงทุนแบบเดิมๆ อาจได้ไม่คุ้มกับความเสี่ยง เพราะตลาดมีสภาพคล่องที่ลดลง และเลือกแค่ผู้ชนะบางโปรเจกต์เท่านั้น
ย้อนไปในช่วงปี 2022 นักลงทุน VC ในโลกคริปโตได้ทะยานเข้าสู่จุดสูงสุด มีการระดมทุนไปได้มากถึง $1.7 หมื่นล้านในไตรมาสเดียว แต่ความฝันที่จะทำให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีกเรียกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้

นับตั้งแต่ที่ตลาดคริปโตเข้าสู่ตลาดหมีในวัฏจักรก่อนหน้า จำนวนของนักลงทุน VC ได้ลดลงอย่างหนักจากผลตอบแทนที่ลดลง ด้าน การระดมทุนเองก็ซบเซาอย่างหนักจนมีมูลค่าเพียง 12% ของสถิติสูงสุดของปี 2022 ส่วนการตั้งกองทุนใหม่ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี
แม้ในไตรมาสล่าสุด VC จะมีการลงเงินไปถึง 8.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 84% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เงินส่วนใหญ่มาจาก “กองทุนเก่า” ที่ระดมทุนมาตั้งแต่รอบปี 2022 เป็นเพียงแค่เงินค้างท่อที่ต้องรีบใช้ให้หมดตามรอบสัญญา ซึ่งในความเป็นจริงนั้น ยอดรวมของเงินที่ถูกนำไปลงทุน ระหว่างปี 2023 ถึง 2025 มีมูลค่าพอ ๆ กับยอดเงินที่ระดมทุนได้ในปี 2022 เพียงปีเดียวเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้กลยุทธ์เดิมๆ อย่างกันออกโทเคนเพื่อระดมทุนเพิ่มจะได้นำมาจ่ายเงินคืนให้กับผู้ที่ลงทุนไปก่อนจึงใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปในปัจจุบัน เกิดเป็นการเปลี่ยนผ่านจากยุคเก็งกำไรไปสู่ยุคที่ต้องให้ความสำคัญกับพื้นฐานมากขึ้น
โปรเจกต์น้ำดีต้องเป็นอย่างไรในปัจจุบัน
รายงานระบุชัดเจนว่า โปรเจกต์จะสามารถอยู่รอดและประสบความสำเร็จได้ในยุคที่ไร้ซึ่ง VC จะต้องมีองค์ประกอบ เช่น มีผู้ใช้งานตลอด, มีรายรับมั่นคง, และ ผลิตภัณฑ์ต้องสอดคล้องกับตลาด
อย่างไรก็ตามการที่มีนักลงทุน VC เข้ามาเก็งกำไรน้อยลง ในอีกมุมหนึ่งได้ส่งผลดีกับตลาด เพราะโปรเจกต์ที่จะเปิดตัวมาถัดจากนี้จะแข่งขันกันในระยะสั้นน้อยลง และหันไปให้ความสนใจกับการพัฒนาในระยะยาวมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ที่มา : ETHNews
มุมมองผู้เขียน: ปรากฏการณ์นี้คือหลักฐานยืนยันว่า ตลาดคริปโตได้ก้าวผ่านยุคที่ใครเขียน Whitepaper สวยหรู ก็ระดมทุนได้ มาสู่ยุค การคัดเลือกอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งการที่นักลงทุนรายย่อยเลิกทำตัวเป็น Exit Liquidity ให้กับ VC ถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะมันบีบให้ผู้สร้างโปรเจกต์ต้องเลิกเล่นเกมหมุนเงินแชร์ลูกโซ่ มาสร้างสิ่งที่ทำได้จริงมากขึ้น ซึ่งการขาดทุนของเหรียญใหม่ 85% ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ แต่คือการล้างไพ่ ที่ทำให้ตลาดคริปโตน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

