<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

CFTC ชี้ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตสหรัฐฯ ใกล้ผ่านเป็นกฎหมาย

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ประธาน CFTC ระบุว่าร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ “ใกล้จะ” ผ่านเป็นกฎหมาย
  • เป็นสัญญาณความคืบหน้าสำคัญในการกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐอเมริกา
  • ต้องจับตาว่ากฎหมายฉบับนี้จะกำหนดกรอบการกำกับดูแลอย่างไร และส่งผลต่อตลาดโลกมากน้อยเพียงใด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

ข่าวนี้เป็นบวกต่อตลาดคริปโตในระยะยาว เพราะความชัดเจนทางกฎหมายจะดึงดูดสถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนมากขึ้น ลดความไม่แน่นอนที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม และสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนทั้งรายย่อยและสถาบันในระยะยาว

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ประธานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าที่สำคัญของร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตโดยระบุว่ากฎหมายฉบับนี้ “ใกล้จะ” ผ่านเป็นกฎหมายแล้ว ตามรายงานจาก Watcher.Guru การประกาศครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าด้านกฎระเบียบสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตของสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลก

ความสำคัญของร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต

ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในกฎหมายที่อุตสาหกรรมคริปโตรอคอยมายาวนาน เนื่องจากจะช่วยสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนสำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันยังมีความไม่แน่นอนสูงในหลายประเด็น โดยเฉพาะการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่าง CFTC และ SEC ในการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่าง ๆ

หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน จะช่วยให้ธุรกิจคริปโตในสหรัฐฯ สามารถดำเนินการได้อย่างมีความมั่นใจมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกดำเนินคดีหรือการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังคาดว่าจะดึงดูดสถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในตลาดคริปโตมากขึ้น เมื่อมีกรอบกฎหมายที่รองรับอย่างเหมาะสม

ผลกระทบต่อตลาดคริปโตโลก

การที่สหรัฐอเมริกามีกฎหมายกำกับดูแลคริปโตที่ชัดเจนจะส่งผลกระทบต่อตลาดทั่วโลก เนื่องจากสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีอิทธิพลสูงต่อการกำหนดมาตรฐานสากล หลายประเทศอาจใช้กฎหมายของสหรัฐฯ เป็นแนวทางในการพัฒนากฎระเบียบของตนเอง

นอกจากนี้ ความชัดเจนทางกฎหมายยังอาจกระตุ้นให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมากขึ้น รวมถึงการขยายตัวของตลาด ETF สินทรัพย์ดิจิทัล การให้บริการคัสโตเดียนโดยธนาคารใหญ่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบล็อกเชนในวงกว้าง ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มการยอมรับคริปโตในวงกว้างมากขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

แม้ว่าประธาน CFTC จะระบุว่าร่างกฎหมายอยู่ในขั้น “ใกล้จะ” ผ่าน แต่ยังมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อไป รวมถึงการลงมติในสภาคองเกรส การปรับแก้รายละเอียดต่าง ๆ และการลงนามโดยประธานาธิบดี นักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมจึงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

ประเด็นที่น่าสนใจคือรายละเอียดของกฎหมายว่าจะกำหนดขอบเขตการกำกับดูแลอย่างไร โดยเฉพาะการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล การกำหนดข้อกำหนดสำหรับธุรกิจแลกเปลี่ยนและโบรกเกอร์ รวมถึงมาตรการคุ้มครองนักลงทุน ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะมีผลต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในอนาคต


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญมาก ๆ สำหรับอุตสาหกรรมคริปโต เพราะสิ่งที่ตลาดต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือความชัดเจนทางกฎหมาย ไม่ใช่การปล่อยให้อยู่ในกรอบสีเทาแบบนี้ต่อไป แม้ว่าบางคนอาจกังวลว่ากฎเกณฑ์จะเข้มงวดเกินไป แต่ผมเชื่อว่าการมีกฎหมายที่ชัดเจนดีกว่าไม่มีเลย อย่างน้อยธุรกิจก็รู้ว่าต้องทำอะไร และนักลงทุนก็มีความคุ้มครองมากขึ้น

จุดที่ต้องจับตาคือรายละเอียดของกฎหมายว่าจะเอื้อต่อนวัตกรรมหรือไม่ ถ้ากฎเกณฑ์หนักเกินไป อาจทำให้ธุรกิจคริปโตของสหรัฐฯ เสียความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่น แต่ถ้ากฎหมายออกมาดี มีความสมดุลระหว่างการคุ้มครองและการส่งเสริมนวัตกรรม ผมเชื่อว่าจะเป็นตัวเร่งให้ตลาดคริปโตเติบโตแบบยั่งยืนในระยะยาว สำหรับนักลงทุนไทย แนะนำให้ติดตามข่าวสารต่อไปว่ากฎหมายจะผ่านเมื่อไหร่และมีรายละเอียดอย่างไร เพราะจะส่งผลต่อทิศทางตลาดโลกแน่นอน