สรุปข่าว
- Bitcoin ปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์ต่ำกว่าเส้น 200-week EMA เป็นครั้งแรกในรอบ 882 วัน นับเป็นการทำลายแนวโน้มขาขึ้นที่รักษามาได้ตั้งแต่ปลายปี 2023
- สถิติย้อนหลังชี้ชัดว่า เมื่อราคาหลุดเส้นเฉลี่ยระยะยาวนี้ มักต้องใช้เวลาฟื้นตัวเฉลี่ย 17–18 สัปดาห์ หรืออาจนานถึงหลายเดือน ก่อนจะกลับเป็นขาขึ้นอีกครั้ง
- ข้อมูลบนบล็อกเชนบ่งชี้ว่า ตลาดเข้าสู่ช่วงสะสมพลัง โดยมีแนวรับสำคัญตามต้นทุนเฉลี่ยของตลาดอยู่ที่ 55,000 ดอลลาร์ และโซนมูลค่าต่ำสุดอยู่ที่ 42,000 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish
การที่ Bitcoin เสียแนวรับ 200-week EMA ที่บริเวณระดับราคา 67,628 ดอลลาร์ ถือเป็นสัญญาณลบทางเทคนิคที่รุนแรง เนื่องจากเส้นนี้คือ ปราการด่านสุดท้ายที่แบ่งแยกภาวะตลาดกระทิงออกจากตลาดหมีในระยะยาว
การปิดสัปดาห์ต่ำกว่าจุดนี้ เปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่เคยเป็นแนวรับให้กลายเป็นแนวต้านสำคัญทันที ส่งผลให้ความพยายามในการดีดตัวกลับเผชิญแรงขายมหาศาล และมีความเสี่ยงสูงที่ราคา Bitcoin จะไหลลงไปทดสอบฐานราคาที่ต่ำกว่าเดิม
ราคา Bitcoin กำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญในรอบ 2 ปี หลังปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์หลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ สิ้นสุดสถิติขาขึ้นต่อเนื่องยาวนานถึง 882 วัน
การเบรคราคาในครั้งนี้ทำให้นักวิเคราะห์เริ่มเตือนว่า ยุคแห่งการพุ่งทะยานแบบไม่ลืมหูลืมตาอาจจบลงแล้ว และกลายเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับฐานที่นักลงทุนต้องใช้ความอดทนมากกว่าเดิม
เส้นค่าเฉลี่ย 200-Week EMA
ในโลกของการเทรด เส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 200 สัปดาห์เปรียบเสมือนเส้นแบ่งเขตแดนที่นักลงทุนรายใหญ่ใช้แยกแยะระหว่างช่วงที่ตลาดคักคึกกับช่วงที่ตลาดซบเซา
ในอดีตเมื่อไหร่ก็ตามที่ราคา Bitcoin ยืนเหนือเส้นนี้ได้ ตลาดจะอยู่ในสภาวะคึกคักและเติบโตแรง แต่ล่าสุด BTC กลับปิดกราฟรายสัปดาห์ที่ระดับต่ำกว่าระดับ 67,628 ดอลลาร์
สัญญาณนี้ทำให้นักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Rekt Capital ออกโรงเตือนนักเทรดทันทีว่า ฐานที่มั่นสำคัญของตลาดกำลังจะถูกทำลายลง ซึ่งอาจกดดันให้ราคาฟื้นตัวได้ยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ย้อนรอยสถิติอดีต: ราคาหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200-week EMA ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะฟื้น ?
ข้อมูลในอดีตแสดงให้เห็นว่า ในช่วงตลาดหมีปี 2018 บิตคอยน์ต้องตะเกียกตะกายนานถึง 14 สัปดาห์กว่าจะปีนกลับขึ้นมาได้ แม้แต่วิกฤตโควิดปี 2020 ที่หลายคนมองว่าฟื้นตัวไว ตลาดยังต้องใช้เวลาถึง 8 สัปดาห์เต็ม ฝันร้ายที่หนักหน่วงที่สุดหนีไม่พ้นตลาดหมีปี 2022 ตอนนั้นราคาจมอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยนี้นานมาราธอนเกือบ 30 สัปดาห์ เล่นเอานักลงทุนถอดใจเทขายทิ้งกันไปเป็นแถบ
เมื่อนำตัวเลขทั้งหมดมาถอดค่าเฉลี่ย ตลาดมักต้องใช้เวลาราว 4 เดือนครึ่ง หรือตีเป็นตัวเลขกลมๆ ประมาณ 17 ถึง 18 สัปดาห์ เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นและพยุงราคากลับขึ้นมายืนเหนือค่าเฉลี่ยนี้ ใครที่กำลังนั่งลุ้นให้กราฟพุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลในเร็ววันนี้ อาจต้องเผื่อใจและเตรียมพร้อมรับมือกับการวิ่งออกข้างที่น่าเบื่อหน่ายตามสถิติที่เคยเกิดขึ้น
สัญญาณบนบล็อกเชน ยืนยันเงินหมุนเวียนในระบบลดลง
ข้อมูลออนเชนล่าสุดกำลังส่งสัญญาณเตือน โดยดัชนี Entity-adjusted Liveliness ซึ่งเป็นมาตรวัดความคึกคักของการเคลื่อนย้ายเหรียญในระบบเริ่มปักหัวลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเพิ่งพุ่งไปทำจุดสูงสุดทะลุเพดานเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาดตอนนี้กำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเก็งกำไรเดือดพล่านไปสู่ความเงียบเหงา
ดัชนีชี้วัดตัวนี้ร่วงทะลุเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 30 วันและระยะกลาง 90 วันลงมาเรียบร้อยแล้ว ปรากฏการณ์นี้แปลความหมายได้ว่า นักลงทุนดั้งเดิมและเจ้ามือต่างพากันกอดเหรียญแน่น การโอนย้ายเหรียญเพื่อเทขายหรือทำกำไรบนกระดานเทรดลดน้อยลง เม็ดเงินใหม่ที่คอยหล่อเลี้ยงระบบก็เริ่มเหือดแห้งตามไปด้วย ความร้อนแรงของตลาดจึงถูกดับลงอย่างรวดเร็ว

ดัชนีความเคลื่อนไหวของ Bitcoin ที่มา : Axel Adler Jr./X
รูปแบบกราฟลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อตลาดเตรียมเข้าสู่โหมดสะสมพลังระยะยาว ซึ่งอาจกินเวลานาน 1 ถึง 2 ปี หากเทียบเคียงกับสถิติในอดีต ภาพนี้ถอดแบบมาจากช่วงปี 2020 และ 2022 แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ มันคือช่วงเวลาที่ตลาดจะคัดกรองคนใจร้อนออกไป และเหลือไว้เพียงคนที่พร้อมถือครองเหรียญเพื่อรอคอยรอบกระทิงใหญ่ครั้งถัดไป
โซนเก็บของที่ปลอดภัยที่สุดอยู่ที่ตรงไหน?
สำหรับคำถามว่า ราคา Bitcoin จะไหลไปหยุดที่ตรงไหน ? หากเรากางข้อมูล On-chain อย่าง Realized Price หรือต้นทุนเฉลี่ยของคนที่ถือเหรียญอยู่ทั้งตลาดในปัจจุบัน ตัวเลขพิกัดแรกที่โผล่ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นแนวรับด่านหน้าจะอยู่ที่บริเวณ 55,000 ดอลลาร์
แต่ถ้าแรงเทขายยังแพนิกไม่จบและราคายังคงไหลรูดลงไปอีก จุดยุทธศาสตร์ที่ทุกคนต้องจับตาดูให้ดีคือ “โซนมูลค่าที่ระดับ 42,000 ดอลลาร์” ความพิเศษของแนวรับนี้คือจุดนัดพบสำคัญที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ (200-Week EMA) วิ่งลงมาบรรจบกับต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนรายใหญ่ในอดีตพอดิบพอดี นี่จึงเป็นโซนแนวรับที่แข็งแกร่ง
ตามสถิติแล้วโซนนี้มักจะเป็นพื้นที่สะสมของสำหรับนักลงทุนระยะยาว ซึ่งอาจต้องใช้เวลา Sideways นานถึง 6-8 เดือน เพื่อทำฐานให้แน่นก่อน ก่อนจะเกิดการวิ่งรอบใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

เส้นค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ (EMA) และแถบต้นทุนเฉลี่ยของตลาด (Realized Price) ที่มา: TradingView
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : การหลุดเส้น 200-week EMA รอบนี้คือ การปิดขาขึ้นในรอบ 2 ปีอย่างชัดเจน เพราะในเชิงโครงสร้างมันคือ การเปลี่ยนเทรนด์เรียบร้อยแล้ว แม้ Bitcoin จบรอบการพุ่งแรง แต่กำลังเริ่มต้นรอบของการสะสมของถูก ก่อนที่ตลาดจะเลือกทิศทางใหม่อีกครั้ง

