Bitcoin ร่วงหลุด $63,000 ! เปิดสถิติในอดีตชี้ชัดราคามีโอกาสร่วงต่อ ก่อนเจอ “ก้นหลุม” ที่แท้จริง

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก สาเหตุหลักมาจากความกังวลต่อนโยบายกำแพงภาษีของปธน.ทรัมป์ ผสมรวมกับแรงเทขายทำกำไรในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ AI
  • นักวิเคราะห์ชี้ระดับ $60,000 เป็นแนวรับสำคัญที่ฝั่งตลาดกระทิงต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ หากเอาไม่อยู่ ตลาดอาจเผชิญแรงเทขายที่รุนแรงและลากราคาลงไปทดสอบโซน $50,000 
  • สถิติในอดีตชี้ว่า วัฏจักรขาลงมักสิ้นสุดเมื่อเกิดสัญญาณ “Bear Cross” หรือการที่เส้น MA 50 สัปดาห์ ตัดลงต่ำกว่าเส้น MA 100 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่เกิดสัญญาณดังกล่าว บ่งชี้ว่าราคาอาจยังมีพื้นที่ให้ปรับฐานลงได้อีก

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

ราคา Bitcoin ร่วงหลุด $63,000 ช่วงเช้าวันนี้ เซ่นพิษนโยบายขึ้นภาษีนำเข้า 15% ของปธน.ทรัมป์ และแรงเทขายหุ้นกลุ่ม AI โดยนักวิเคราะห์ประเมินแนวรับชี้ชะตาไว้ที่ $60,000 หากรับไม่อยู่มีโอกาสไหลลึกถึงโซน $50,000 นอกจากนี้ สถิติในอดีตยังเตือนว่า “จุดต่ำสุด” ที่แท้จริงมักเกิดพร้อมสัญญาณ “Bear Cross” ซึ่งหมายถึงเส้น MA 50 สัปดาห์ตัดลงใต้เส้น MA 100 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันเส้นทั้งสองยังอยู่ห่างกันมาก 

สถานการณ์ของ Bitcoin ในตอนนี้กำลังทำเอานักลงทุนนั่งไม่ติด โดยล่าสุดราคาดิ่งหลุดระดับ $63,000 ไปแล้วในช่วงเช้าวันนี้ หากนับรวมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา BTC ปรับตัวลงไปกว่า 7% ลบภาพจำขาขึ้นและดึงราคากลับไปที่เดิมในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สาเหตุสำคัญของแรงเทขายรอบนี้มาจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศสวนหมัดคำตัดสินของศาลสูงสุด ด้วยการขยับกำแพงภาษีนำเข้าชั่วคราวจาก 10% เป็น 15% ทันที การตอบโต้ครั้งนี้จุดชนวนความตึงเครียดครั้งใหม่ ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อหนีตาย ซึ่งลุกลามไปทุบตลาดหุ้นกลุ่ม AI ที่เคยร้อนแรงให้ร่วงระนาว และแน่นอนว่า Bitcoin ก็โดนหางเลขถูกลากลงมาด้วยเช่นกัน

ทางด้าน Matt Howells-Barby รองประธานของกระดานเทรด Kraken ได้ออกมาให้มุมมองที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมของ Bitcoin ในตอนนี้แทบจะลอกคราบมาจากตลาดหุ้นแบบเป๊ะๆ ทั้งความตึงเครียดระหว่างประเทศและเรื่องนโยบายภาษี ต่างเป็นปัจจัยหลักที่เข้ามากดดันราคาในระยะสั้นอย่างหนัก

สิ่งที่สายเทรดต้องจับตาดูให้ดีคือ แนวรับที่ $60,000 ซึ่งถือเป็นเส้นตายสุดท้ายที่ฝั่งกระทิงต้องออกแรงยันเอาไว้ให้ได้ เพราะนักวิเคราะห์หลายคนเตือนตรงกันว่า วัฏจักรการปรับฐานรอบนี้อาจยังไม่จบ และถ้าหากหลุดแนวรับสำคัญนี้ไปเมื่อไหร่ ประตูความเป็นไปได้ในการปรับฐานลึกระดับ $50,000 จะถูกเปิดขึ้นทันที

สถิติในอดีตชี้ BTC อาจร่วงลึกกว่านี้ก่อนค้นพบ “ก้นหลุม” 

เมื่อย้อนกลับไปดูสถิติในอดีตจะพบรูปแบบที่น่าสนใจและชวนให้เสียวสันหลัง ปกติแล้ว Bitcoin แทบจะไม่เคยทำจุดต่ำสุดของรอบเลยจนกว่าจะเกิดสัญญาณ  Bear Cross หรือการที่เส้นค่าเฉลี่ย MA 50 สัปดาห์ ตัดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย MA 100 สัปดาห์ สัญญาณนี้เคยเป็นตัวบอกจุดจบของตลาดหมีครั้งใหญ่มาแล้วทั้งในปี 2018 และ 2022

ประเด็นคือ ในปัจจุบันเส้นค่าเฉลี่ย MA 50 ในกราฟรายสัปดาห์ยังคงลอยตัวอยู่สูงกว่าเส้น MA 100 มาก หากประวัติศาสตร์ซ้ำรอย นั่นหมายความว่า ตลาดยังมี “พื้นที่ว่าง”  ให้ร่วงลงได้อีกเหลือเฟือเพื่อบีบให้เส้นค่าเฉลี่ยสองเส้นนี้วิ่งมาเจอกัน 

กราฟ Bitcoin รายสัปดาห์-เส้น MA 50 – MA 100 ที่มา:TradingView

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนประเมินว่า Bitcoin อาจลงไปลึกถึง $50,000 หรือต่ำกว่านั้น เพื่อเข้าสู่สภาวะที่ทำให้นักลงทุนยอมแพ้ทั้งหมด แม้การดูเส้นค่าเฉลี่ย MA จะเป็นอินดิเคเตอร์ที่มีความล่าช้า แต่มันก็ทำหน้าที่เป็นเข็มทิศในการหาจุดต่ำสุดของ Bitcoin มาโดยตลอด


มุมมองผู้เขียน: การปรับฐานของ Bitcoin รอบนี้สะท้อนให้เห็นว่า สินทรัพย์ดิจิทัลยังคงอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะเกมการเมืองและนโยบายสหรัฐฯ สำหรับนักลงทุนระดับราคา $60,000 อาจกลายเป็นตัวตัดสินว่า BTC เจอจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง

ที่มา: coindesk