เข้าวงการคริปโตมาหวังจะจับเงินล้าน แต่ทำไมเทรดไปเทรดมาพอร์ตถึงยุบเอาๆ แถมยังติดดอยอีก นี่คือคำถามคลาสสิกที่นักลงทุนชาวไทยมือใหม่หลายคนต้องเจอ ความจริงแล้วตลาดคริปโตไม่ได้โหดร้ายเกินไป แต่เป็นเพราะเรามักจะทำข้อผิดพลาดเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว
ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึก 7 ข้อผิดพลาดที่ทำให้มือใหม่ส่วนใหญ่เทรดเสีย พร้อมบอกช่องทางแก้จุดอ่อนเหล่านี้ มาช่วยให้พอร์ตของคุณไม่ขาดทุนอีกต่อไป
1. ซื้อตามคนอื่น ไม่ได้ศึกษาด้วยตัวเอง
นักลงทุนมือใหม่หลายคนมักติดกับดักของการ “ใช้หูเทรด” หรือซื้อตามคำบอกเล่าโดยไม่ได้ค้นคว้าข้อมูลให้ถี่ถ้วน การพึ่งพาแต่การวิเคราะห์ของผู้อื่นไม่เพียงแต่มีความเสี่ยงสูง แต่ผลเสียที่ร้ายแรงที่สุดคือ “คุณจะไม่มีวันพัฒนาฝีมือได้เลย” เพราะเมื่อเกิดความผิดพลาด คุณจะไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าตัวเองพลาดตรงไหน และไม่รู้ว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขกลยุทธ์อย่างไรในอนาคต
2. อารมณ์กลัวตกรถ (FOMO) เข้าครอบงำ
หากมองข้ามเรื่องเทคนิคการเทรดไป ข้อผิดพลาดอันดับต้นๆ ที่มือใหม่มักตกม้าตายคือ “การจัดการอารมณ์” หลายคนยังขาดประสบการณ์ในการสังเกตพฤติกรรมที่นำไปสู่การขาดทุนของตนเอง เช่น เมื่อเห็นแท่งเทียนสีเขียวพุ่งทะยานทีไร มักจะเกิดอาการหวั่นไหวและรีบกดเข้าซื้อ (Buy) ตามทันที ซึ่งสุดท้ายการกระทำนี้มักจบลงด้วยการกลายเป็นผู้รับของบนยอดดอย
แท้จริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงเมื่อคุณมีชั่วโมงบินในตลาดที่สูงขึ้น แต่สำหรับนักเทรดมือใหม่ สิ่งสำคัญที่ต้องท่องจำไว้เสมอคือ “อะไรที่มันไม่ใช่ของของเรา ก็อย่าไปฝืน” ถ้าราคาพุ่งไปไกลเกินกว่าจุดเข้าซื้อที่เหมาะสมแล้ว ควรปล่อยผ่าน หรือรอจังหวะที่ราคาย่อตัว ลงมาตรึงฐานเสียก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณาเข้าเทรด
3. ผีพนันเข้าสิง แพ้แล้วอยากเอาคืนให้ได้
หลายครั้งเมื่อพอร์ตโดนชน Stop Loss หรือเริ่มติดลบ นักเทรดมักจะเกิดอาการ “หัวร้อน” และต้องการเอาคืนในทันที ความรู้สึกนี้จะนำไปสู่การเปิดออเดอร์แบบรัวๆ ขาดสติ และละทิ้งแผนการเทรดที่วางไว้ทั้งหมด ซึ่งนี่คือเส้นทางลัดไปสู่การล้างพอร์ตอย่างแท้จริง
4. ขี้เกียจทำ Backtest
การได้ระบบเทรดใหม่มาแล้วนำไปใช้กับเงินจริงทันที โดยไม่เคยวัดผลสถิติย้อนหลัง ถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง นักเทรดควรนำกลยุทธ์ไปทดสอบกับข้อมูลในอดีตหรือที่เขาเรียกกันว่า Backtest ก่อน เพื่อประเมินค่าสถิติที่สำคัญต่างๆ เช่น อัตราการชนะ (Win Rate) หรืออัตราผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง (Sharpe Ratio) สิ่งเหล่านี้จะช่วยยืนยันได้ว่า ระบบของคุณมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าพอที่จะนำไปใช้ในตลาดจริงหรือไม่
5. ใช้เลเวอเรจสูงเกินไป
ด้วยความหวังที่จะรวยข้ามคืน มือใหม่หลายคนจึงเลือกเล่นตลาด Futures ด้วยเลเวอเรจระดับ 500x เพื่อหวังกำไรก้อนโตจากการเทรดครั้งเดียว แต่ในความเป็นจริง เพียงแค่กราฟแกว่งตัวผิดทางเพียง 0.25% พอร์ตของคุณก็สามารถระเหยหายไปได้ทันที
วิธีแก้ไขที่ถูกต้องคือ ควรลดการใช้เลเวอเรจลงให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ยิ่งคุณใช้เลเวอเรจสูง โอกาสที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะทำลายพอร์ตก็ยิ่งมีมาก ดังนั้น ควรเลือกใช้เลเวอเรจให้สอดคล้องกับสถิติและระบบการเทรด
6. ปฏิเสธการตั้ง Stop Loss
สำหรับนักเทรด คาถาวิชามารที่ว่า ไม่ขาย ไม่ขาดทุนเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้กับโลกคริปโทฯ ยิ่งคุณดันทุรังถือออเดอร์ที่ผิดทาง ราคาก็ยิ่งมีโอกาสดิ่งลึกลงจนเกินเยียวยา
วิธีแก้ปัญหาคือ ก่อนที่จะกดเข้าออเดอร์ทุกครั้ง คุณต้องกำหนดจุด Stop Loss ไว้ล่วงหน้าเสมอ และควรตั้งคำสั่งในระบบรอไว้ทันที เพื่อเป็นการตัดปัญหาใหญ่เรื่องการตัดสินใจด้วยอารมณ์ออกไปเมื่อเหตุการณ์จริงมาถึง
7. ลืมให้ความสำคัญกับการบริหารเงินทุน (Money Management)
การมีเงินทุนเท่าไหร่แล้วทุ่ม All-in ไปกับการเทรดเพียงไม้เดียว คือหายนะขั้นสูงสุดของการลงทุน หัวใจสำคัญที่จะทำให้อยู่รอดในตลาดคือ “การบริหารเงินลงทุน”
นักเทรดจำเป็นต้องคำนวณขนาดของออเดอร์เสมอ เช่น กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่า ในการเทรด 1 ครั้ง จะยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้เท่าไหร่ของพอร์ตโดยรวม การทำเช่นนี้จะช่วยเป็นเบาะรองรับความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าต่อให้คุณเทรดพลาด คุณก็ยังมีเงินทุนเหลือพอที่จะกลับมาแก้ตัวและทำกำไรต่อไปได้
การเทรดคริปโตให้ได้กำไรอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การหาอินดิเคเตอร์ขั้นเทพ หรือเหรียญพลิกชีวิตแต่คือการเอาชนะใจตัวเอง มีวินัยในการทำตามระบบเทรดที่คุณออกแบบมา และให้ความสำคัญกับการปกป้องเงินทุนเป็นอันดับแรก

