สรุปข่าว
- หน่วยงาน SEC และ CFTC ของสหรัฐฯ เร่งสร้างกฎกำกับดูแลคริปโตใหม่บางส่วนผ่านโครงการร่วม Project Crypto หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act ยังไม่มีความคืบหน้าในวุฒิสภา
- SEC กำลังพิจารณากฎหมายเลข RIN 3235-AN38 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสนอขายและการจัดจำหน่ายสินทรัพย์คริปโต รวมถึงกลไก Safe Harbor เพื่อเพิ่มความชัดเจนให้ผู้ประกอบการ
- กฎดังกล่าวยังอยู่ในขั้นเตรียมเสนอร่างและยังไม่มีผลบังคับใช้ ขณะที่ความมั่นคงทางกฎหมายยังต่ำกว่ากฎหมายที่ผ่านรัฐสภา
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
SEC และ CFTC ของสหรัฐฯ กำลังเร่งออกกฎคริปโตบางส่วนผ่านโครงการ Project Crypto หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act ยังติดอยู่ในวุฒิสภา โดย SEC เตรียมวางหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอขายสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมพิจารณา Safe Harbor เพื่อให้บริษัทและผู้ออกโทเคนรู้ชัดขึ้นว่าอะไรทำได้และอะไรเสี่ยงผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กฎดังกล่าวยังอยู่แค่ขั้นเสนอร่าง และอาจถูกแก้ไขหรือยกเลิกได้ในอนาคต
หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ เริ่มเร่งหาทางออกให้ตลาดคริปโต หลัง CLARITY Act ร่างกฎหมายสำคัญที่ควรเข้ามาจัดระเบียบอุตสาหกรรมยังติดอยู่ในวุฒิสภา ส่งผลให้หน่วยงาน SEC และ CFTC เตรียมผลักดันกฎกำกับดูแลใหม่บางส่วนออกมาก่อน เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องเดินหน้าท่ามกลางความคลุมเครือต่อไป
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา David Nage นักลงทุนในอุตสาหกรรมคริปโต เปิดเผยผ่าน X ว่า SEC และ CFTC กำลังพัฒนากรอบกำกับดูแลร่วมกันภายใต้โครงการ ‘Project Crypto’ ซึ่งมีเป้าหมายทำให้กฎเกณฑ์กำกับดูแลคริปโตของทั้งสองหน่วยงานสอดคล้องกันมากขึ้น
หลักฐานสำคัญของเรื่องนี้คือ แผนออกกฎของ SEC หมายเลข RIN 3235-AN38 ที่ปรากฏอยู่ในวาระกำกับดูแลของรัฐบาลสหรัฐฯ โดย RIN หรือ Regulation Identifier Number คือ หมายเลขประจำโครงการออกกฎกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ
แผนดังกล่าวมุ่งกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเสนอขายและการจัดจำหน่ายสินทรัพย์คริปโต พร้อมพิจารณาข้อยกเว้นและกลไก Safe Harbor หรือพื้นที่ปลอดภัยทางกฎหมาย เพื่อให้บริษัทและผู้ออกโทเคนรู้ชัดขึ้นว่า สิ่งใดทำได้ สิ่งใดเสี่ยงผิดกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใด
โครงการนี้ถูกจัดเป็น Economically Significant Rule หรือกฎที่อาจสร้างผลกระทบสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ และยังอยู่ใน Proposed Rule Stage ซึ่งหมายถึงขั้นเตรียมเสนอร่าง ยังไม่มีผลบังคับใช้จริง
SEC และ CFTC เริ่มเดินหน้า Project Crypto ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ก่อนเผยแพร่แนวทางตีความในเดือนมีนาคม เพื่อแบ่งสินทรัพย์คริปโตออกเป็น 5 ประเภท และอธิบายว่า สินทรัพย์แต่ละกลุ่มควรถูกกำกับดูแลอย่างไร
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า หน่วยงานกำกับสหรัฐฯ ไม่ต้องการรอคำตอบจากรัฐสภาเพียงทางเดียว แต่กำลังใช้ขอบเขตอำนาจที่มีอยู่สร้างกติกาชั่วคราว เพื่อให้ตลาดเดินหน้าต่อได้ระหว่างที่ CLARITY Act ยังไร้ความคืบหน้า
อย่างไรก็ตาม กฎจากหน่วยงานกำกับยังไม่มีความมั่นคงเท่ากฎหมายที่ผ่านโดยรัฐสภา เพราะสามารถถูกฟ้องร้อง แก้ไข หรือยกเลิกได้ หากมีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือผู้นำหน่วยงานในอนาคต
มุมมองผู้เขียน: Project Crypto อาจเป็นเหมือนสะพานชั่วคราวที่ช่วยให้ตลาดคริปโตสหรัฐฯ เดินต่อไปได้โดยไม่ต้องรอ CLARITY Act แต่สะพานเส้นนี้ยังไม่แข็งแรงพอจะรองรับอุตสาหกรรมในระยะยาว สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ กฎกติกาใหม่จากหน่วยงาน SEC และ CFTC จะช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ประกอบการได้จริง หรือเพียงแค่เปลี่ยนความไม่แน่นอนจากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้น
ที่มา:coinpost

