Citrini Research ฉายภาพโลกอนาคตปี 2028 ! AI ไล่คนออกยกแผง แล้วหันมาใช้ Stablecoin แทน 

ติดตามสยามบล็อกเชนบนSiam Blockchain
พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Citrini Research ชี้ว่าในปี 2028 เทคโนโลยี AI จะทำให้บริษัทต่างๆ มีกำไรพุ่งสูงขึ้น หุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ แต่จะแลกมากับการเลิกจ้างมนุษย์ทำงานมหาศาล 
  • AI agent จะไม่ใช้ระบบจ่ายเงินแบบดั้งเดิมอย่าง Visa หรือ Mastercard แต่จะหันไปใช้ Stablecoin บนเชน Solana หรือ Ethereum แทน
  • เมื่อมูลค่าตลาดแรงงานมนุษย์ถูก AI กดจนเหลือศูนย์ การถือครองสินทรัพย์จะเป็นสิ่งเดียวที่สร้างความมั่งคั่ง ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำพุ่งถึงขีดสุด และ Bitcoin อาจทะลุ 1 ล้านดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Citrini Research เปิดภาพจำลองเศรษฐกิจโลกปี 2028 เมื่อ AI ถูกพัฒนาและนำมาใช้ถึงขีดสุดจนบริษัทแห่ปลดพนักงานเพื่อลดต้นทุน ดันตลาดหุ้นพุ่งทำนิวไฮแต่กลับสร้างภาวะ “Ghost GDP” ที่ตัวเลขเศรษฐกิจดูสวยหรู ทว่าคนจริงๆ กลับตกงานและไร้กำลังซื้อ ส่วนจุดเปลี่ยนสำคัญในโลกการเงินคือ บรรดา AI agent จะเลิกใช้ระบบชำระเงินดั้งเดิมอย่าง Visa หรือ Mastercard แล้วหันไปทำธุรกรรมผ่าน Stablecoin บนบล็อกเชนที่รวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่าแทน

Citrini Research บริษัทวิเคราะห์หุ้นและเศรษฐกิจมหภาคชื่อดังออกบทวิเคราะห์ที่จำลองภาพเศรษฐกิจโลกในปี 2028 ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ 

ในบทวิเคราะห์ดังกล่าว AI จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้สูงสุด ทำให้บริษัทต่างๆ ปลดพนักงานเพื่อลดต้นทุน กำไรพุ่งสูง และดันตลาดหุ้นอย่าง S&P 500 ไปแตะ 8,000 จุด และ Nasdaq ทะลุ 30,000 จุด 

ทว่าภายใต้ตัวเลขที่สวยงามนี้ กลับซ่อนความเสียหายของฝั่งแรงงานมนุษย์ที่ถูกแทนที่ด้วยซอฟต์แวร์เอาไว้ รายงานระบุถึงภาวะ “Ghost GDP” หรือเศรษฐกิจที่ตัวเลขดูดี แต่ในโลกความเป็นจริงผู้คนกลับไม่มีงานทำ 

แม้แต่ตำแหน่งงานรายได้สูงก็ถูก AI แย่งไป เมื่อคนตกงานเพิ่มขึ้น กำลังซื้อก็พังทลาย บีบให้บริษัทต้องยิ่งใช้ AI เพื่อรักษาผลกำไร กลายเป็นวงจรป้อนกลับเชิงลบที่บีบคั้นระบบเศรษฐกิจ ทว่าตลาดหุ้นกลับแทบไม่สะทกสะท้าน เพราะถูกหล่อเลี้ยงด้วยสภาพคล่องที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักร

AI Agents ทิ้งระบบการเงินดั้งเดิมหันซบ Stablecoin 

จุดเปลี่ยนสำคัญของระบบการเงินคือ AI Agents ที่ทำงานได้อัตโนมัติซึ่งมันจะไม่สนใจระบบการเงินดั้งเดิมอย่าง Visa หรือ Mastercard ที่คิดค่าธรรมเนียม 2-3% พวกมันสนใจแค่ความเร็วและต้นทุนที่ต่ำที่สุด 

ดังนั้น AI จะหันไปทำธุรกรรมผ่าน Stablecoin บนบล็อกเชนประสิทธิภาพสูงอย่าง Solana หรือ Ethereum แทน ซึ่งการขยับตัวนี้จะเข้าไปดิสรัปต์โมเดลธุรกิจของระบบชำระเงินดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง

เข้าสู่ยุคที่ “ทรัพย์สิน” มีค่ามากกว่า “แรงงาน” 

Jeff Park ที่ปรึกษาจาก Bitwise สรุปประเด็นนี้เอาไว้ว่า ต่อไปความเหลื่อมล้ำจะกว้างขึ้นในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ในยุคที่ AI สามารถกดมูลค่าแรงงานมนุษย์จนแทบไม่เหลือ การถือครองทรัพย์สินในมือจะมีอำนาจชี้ชะตาความร่ำรวยมากกว่าการลงแรงทำงาน และนั่นอาจเป็นจุดที่ผลักดันให้ Bitcoin พุ่งทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ได้เลย

เมื่อหันกลับมามองโลกแห่งความเป็นจริง กระแสการปลดพนักงานในปัจจุบันกำลังพุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อของผู้คนเริ่มหดหาย ท่ามกลางเม็ดเงินสถาบันที่เริ่มไหลเข้าสู่ระบบการชำระเงินคริปโทฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูเหมือนว่าสิ่งที่ Citrini ได้เตือนไว้ กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว

มันคงเหมือนกับที่ Miles Deutscher นักเทรดคริปโทฯ ชื่อดังเคยกล่าวไว้ว่า “ผมไม่เคยรู้สึก Bullish กับ AI ขนาดนี้มาก่อนเลย แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่เคยรู้สึกกลัวกับสิ่งที่มันจะตามมาขนาดนี้เหมือนกัน”


มุมมองผู้เขียน: บทวิเคราะห์นี้อาจจะฟังดูสุดโต่งไปหน่อย เพราะในความเป็นจริง หากคนว่างงานสูงขึ้นจนเข้าสู่ระดับวิกฤต รัฐบาลจำเป็นจะต้องเข้ามาแทรกแซง เช่น การนำระบบ Universal Basic Income มาใช้ ตามที่ Elon Musk เคยพูดไว้ แต่สิ่งที่ดูมีความเป็นไปได้มากกว่าคือ การที่ AI จะหันมาใช้งาน Stablecoin เป็นระบบชำระเงินหลักของโลกแทน

ที่มา:TradingView