สรุปข่าว
- หัวข้อสนทนา “สงครามโลกครั้งที่ 3” พุ่งทะยานแตะจุดสูงสุด บนโซเชียลชาวคริปโตในรอบ 8 เดือน
- เหตุการณ์ครั้งก่อนหน้าเป็นความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและคู่กรณีเช่นเดียวกัน
- อ้างอิงตามสถิติแล้วราคาจะฟื้นตัวหลังมีการเซ็นสัญญาสงบศึก แต่บริบทในปีนี้ต่างกันออกไป
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล Santiment เผยกระแสการพูดถึง สงครามโลกครั้งที่ 3 บนโซเชียลมีเดียของกลุ่มนักลงทุนคริปโตได้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน ท่ามกลางความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลและอิหร่านที่บานปลายจนนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน โดยถึงแม้ความกังวลนี้จะคล้ายคลึงกับวิกฤตความตึงเครียดเมื่อช่วงกลางปี 2025 แต่บริบทของตลาดคริปโตนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในปัจจุบัน
ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจาก Santiment แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนชื่อดังได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจ เมื่อคำว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 ถูกหยิบยกมาพูดถึงบนแพลตฟอร์มหลักทั้ง X, Reddit, Telegram และ Farcaster พุ่งทะยานทำสถิติสูงสุดในรอบ 8 เดือน

ความตื่นตระหนกนี้มีจุดเริ่มต้นจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับความรุนแรงขึ้น หลังการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านจากปฏิบัติการของสหรัฐฯ นักลงทุนต่างหวั่นใจว่านี่อาจไม่ใช่แค่การปะทะเฉพาะพื้นที่ แต่คือชนวนเหตุลุกลามระดับโลก
2025 กับ 2026 เหมือนหรือต่าง
หากมองย้อนกลับไปช่วงกลางปี 2025 โลกก็เคยเผชิญความกลัววิกฤตนิวเคลียร์จากอิหร่านมาแล้ว โดยในระหว่างวันที่ 13 มิ.ย. – 24 มิ.ย. อิสราเอลได้เปิดฉากถล่มโรงงานนิวเคลียร์กินเวลา 12 วัน ตลาดคริปโตร่วงหนักรับข่าวทันที แต่สามารถฟื้นตัวกลับไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เหตุผลสำคัญคือ ภาพรวมตลาดในตอนนั้นยังวิ่งอยู่ในรอบขาขึ้นแข็งแกร่ง การร่วงลงมาจึงเป็นเพียงการพักฐาน
ตัดภาพมาที่ปี 2026 ทุกอย่างดูดุดันและเปราะบางกว่าเดิม ข้อพิพาทล่าสุดลุกลามจนไร้วี่แววการเจรจา การโต้ตอบทางการทหารยังดำเนินต่อเนื่องจนกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก สิ่งที่สกัดดาวรุ่งตลาดคริปโตคือ สภาวะปัจจุบันที่เราอยู่ในช่วงตลาดขาลง การเผชิญหน้ากับข่าวร้ายระดับสเกลสงครามในจังหวะที่กราฟไร้แรงหนุนแบบนี้ ต่อให้ความขัดแย้งจบลงได้ภายในสองสัปดาห์ ราคาอาจเด้งขึ้นมาได้บ้างแต่น่าจะเป็นแค่การรีบาวด์เพื่อลงต่อ มากกว่าจะกลับตัวเป็นขาขึ้นรอบใหม่
นักลงทุนแบ่งสองฝั่ง ท่ามกลางวิกฤต
กระแสบนโลกออนไลน์ตอนนี้แบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน ฝั่งหนึ่งตื่นตระหนกเตรียมเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อถือเงินสดรับแรงกระแทกจากสงครามที่อาจบานปลาย ขณะที่อีกฝั่งเริ่มรู้สึกชาชินกับข่าวความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พวกเขามองว่าท้ายที่สุดแล้วมหาอำนาจจะไม่ยอมปล่อยให้เกิดการยิงนิวเคลียร์หรือทำสงครามสเกลระดับโลกจริงๆ
มุมมองผู้เขียน : แม้คำค้นหาในประเด็นสงครามโลกครั้งที่ 3 จะพุ่งสูงขึ้นในรอบหลายเดือนท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรง แต่ส่วนตัวมองว่าสงครามเต็มรูปแบบอาจยังไม่เกิดขึ้นเพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำลายล้างแทบจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดในยุคปัจจุบัน
บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

