bitkub-banner

กระดานเทรดคริปโตไทยอายัด 10,000 บัญชีที่มีเอี่ยวการฟอกเงิน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในไทยอายัดบัญชีที่ต้องสงสัยเป็น “บัญชีม้า” รวมกว่า 10,000 บัญชี ตามมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (AML) ชุดใหม่
  • มาตรการใหม่บังคับให้แพลตฟอร์มตรวจสอบตัวตนผู้ใช้งานเข้มข้นขึ้นและเพิ่มระยะเวลาหน่วงการโอนเงิน เพื่อสกัดกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้คริปโตเป็นช่องทางฟอกเงิน
  • การบังคับใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นสะท้อนทิศทางของหน่วยงานกำกับไทยที่เร่งปิดช่องโหว่ภาคคริปโต และผู้ใช้งานทั่วไปอาจได้รับผลกระทบจากขั้นตอนยืนยันตัวตนที่ยุ่งยากขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การอายัดบัญชีจำนวนมากและการเพิ่มระยะเวลาหน่วงการโอนเงินทำให้ผู้ใช้งานในไทยซื้อขายคริปโตได้ไม่สะดวกขึ้น ส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาดท้องถิ่น อีกทั้งยังส่งสัญญาณว่าหน่วยงานกำกับไทยกำลังกดดันภาคคริปโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนชะลอการเคลื่อนไหว

ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในประเทศไทยได้ดำเนินการอายัดบัญชีที่ต้องสงสัยว่าเป็น “บัญชีม้า” รวมกว่า 10,000 บัญชี หลังจากมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (AML) ชุดใหม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการตรวจสอบตัวตนที่เข้มข้นขึ้นและการเพิ่มระยะเวลาหน่วงในการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนต่อต้านการฉ้อโกงและการฟอกเงินในวงกว้างที่หน่วยงานกำกับดูแลของไทยผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าภาคคริปโตไทยกำลังถูกผนวกเข้ากับกรอบกฎหมายการเงินกระแสหลักอย่างจริงจัง

บัญชีม้าในโลกคริปโตคืออะไร และทำไมถึงอันตราย

“บัญชีม้า” คือบัญชีที่ถูกเปิดหรือยืมมาโดยผู้อื่นเพื่อใช้รับโอนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในนามของกลุ่มมิจฉาชีพ เจ้าของบัญชีมักไม่รู้ว่าตนเองกำลังช่วยอำพรางเส้นทางการเงินผิดกฎหมาย บัญชีประเภทนี้พบมากในคดีหลอกลวงออนไลน์ การพนัน และการค้ายาเสพติด ซึ่งผู้กระทำผิดนิยมแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัลเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

ในอดีตที่ผ่านมา แพลตฟอร์มคริปโตถูกมองว่าเป็นช่องโหว่ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้ประโยชน์ได้ง่าย เนื่องจากกระบวนการยืนยันตัวตนไม่เข้มงวดเท่าระบบธนาคาร แต่มาตรการ AML ชุดใหม่ที่บังคับใช้ครั้งนี้มุ่งปิดช่องโหว่นั้นโดยตรง โดยกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องตรวจสอบพฤติกรรมธุรกรรมที่ผิดปกติและระงับบัญชีที่น่าสงสัยทันที

ผู้ใช้งานทั่วไปได้รับผลกระทบอย่างไร

แม้เป้าหมายหลักของมาตรการนี้จะเป็นบัญชีม้าและกลุ่มมิจฉาชีพ แต่ผู้ใช้งานทั่วไปก็อาจได้รับผลกระทบในเชิงปฏิบัติเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่เพิ่มขึ้น และระยะเวลาหน่วงในการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลที่อาจทำให้การทำธุรกรรมบางรายการช้าลงกว่าเดิม นักลงทุนที่ต้องการโอนเงินด่วนหรือใช้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาดในระยะสั้นอาจรู้สึกถึงความไม่สะดวกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว การกวาดล้างบัญชีต้องสงสัยและการเสริมมาตรฐาน AML ให้แข็งแกร่งขึ้นถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับความน่าเชื่อถือของตลาดคริปโตไทยโดยรวม เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงที่แพลตฟอร์มจะถูกใช้เป็นเครื่องมือของอาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนสถาบันที่ต้องการเข้ามาในตลาดไทย

ทิศทางกฎระเบียบคริปโตไทยที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ

การอายัดบัญชีครั้งนี้สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนของหน่วยงานกำกับไทย ไม่ว่าจะเป็น ก.ล.ต. และ ปปง. ที่ต้องการดึงภาคคริปโตเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลมาตรฐานเดียวกับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม มาตรการที่ออกมาต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมาล้วนมุ่งเป้าไปที่การสร้างความโปร่งใส การตรวจสอบย้อนกลับได้ และการป้องกันไม่ให้คริปโตถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงภาษี

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานเกี่ยวกับความพยายามของ ปปง. ในการสร้างกลไกต่อต้านการฟอกเงินในโลกคริปโต ซึ่งสามารถอ่านได้ที่บทความ การที่ ปปง. ตั้งใจสร้าง Wallet เพื่อต่อต้านการฟอกเงินจะสามารถทำได้จริงหรือไม่? ซึ่งตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกลไกดังกล่าวตั้งแต่ปี 2561 และการอายัดบัญชีครั้งนี้ก็ถือเป็นคำตอบว่าหน่วยงานไทยได้พัฒนาเครื่องมือและความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายมาไกลแค่ไหนในช่วงเวลาที่ผ่านมา


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการอายัด 10,000 บัญชีในคราวเดียวเป็นตัวเลขที่ไม่เล็กเลย และสะท้อนว่าปัญหาบัญชีม้าในวงการคริปโตไทยอาจลึกกว่าที่หลายคนคิด สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือแพลตฟอร์มต่างๆ จะบริหารจัดการกระบวนการอุทธรณ์สำหรับบัญชีที่อาจถูกอายัดโดยผิดพลาดได้อย่างไร เพราะในทุกระบบที่ตรวจจับอัตโนมัติย่อมมีโอกาสเกิด false positive ได้เสมอ ผู้ใช้งานทั่วไปที่มีพฤติกรรมธุรกรรมผิดปกติ เช่น โอนเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียว หรือใช้หลายบัญชีพร้อมกัน อาจโดนระบบแฟล็กไว้โดยไม่ได้เจตนา และนั่นคือสิ่งที่แพลตฟอร์มต้องสื่อสารให้ชัดเจนกับผู้ใช้งานโดยเร็ว

ภาพจาก AI