สรุปข่าว
- ราคา ETH ร่วงลงกว่า 5.1% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และดิ่งลงกว่า 5.91% เมื่อเทียบกับราคาสูงสุดในรอบวันที่ $2,355.45 เหลือเพียง $2,206.74
- แรงขายทวีความรุนแรงหลังจาก ETH พุ่งขึ้นมาแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าโมเมนตัมขาขึ้นระยะสั้นจะยืนอยู่ได้หรือไม่ท่ามกลางแนวโน้มขาลงระยะยาวที่ยังไม่พลิกกลับ
- ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.97 หมื่นล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์จับตาว่า ETH จะสามารถรักษาระดับ $2,200 ไว้ได้หรือจะยืดแรงขายต่อ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ETH เพิ่งพุ่งขึ้นมาแรงในช่วงสั้น และยังอยู่ในบริบทของแนวโน้มขาลงระยะยาวที่กดดันมาตั้งแต่ปลายปี 2568 แรงขายที่กลับมาอย่างรวดเร็วชี้ให้เห็นว่าตลาดยังไม่พร้อมจะยืนยันการกลับตัวของเทรนด์ใหญ่
ราคา Ethereum (ETH) ร่วงหนักในวันที่ 18 มี.ค. 2569 โดยดิ่งลงมากกว่า 5.1% มาอยู่ที่ $2,206.74 หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบวันที่ $2,355.45 การดิ่งลงครั้งนี้มีขนาดใหญ่กว่า 5.91% เมื่อวัดจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในรอบ 24 ชั่วโมง สร้างความสั่นสะเทือนให้กับนักลงทุนที่เพิ่งเห็น ETH พุ่งขึ้นมาอย่างน่าประทับใจในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า

มูลค่าตลาดรวมของ ETH ลดลงเหลือ 2.67 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.97 หมื่นล้านดอลลาร์ ราคาต่ำสุดในรอบวันแตะที่ $2,207.88 ซึ่งใกล้เคียงกับราคาปัจจุบันมาก สะท้อนว่าแรงขายยังคงกดดันอยู่
เกิดอะไรขึ้น การร่วงที่เร็วและแรงหลังจุดสูงสุดใหม่
เพียงไม่กี่วันก่อนหน้า ETH เพิ่งทำจุดสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ $2,351 พร้อมปริมาณซื้อขายสูงถึง 3.77 หมื่นล้านดอลลาร์ในวันที่ 17 มี.ค. สัญญาณเหล่านั้นดูเหมือนจะบ่งชี้ถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่ง แต่ในช่วง 24 ชั่วโมงถัดมา ภาพกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ราคาร่วงลงจากบริเวณ $2,355 ทะลุผ่านระดับ $2,300 และ $2,270 ลงมาอย่างรวดเร็ว จนมาแตะระดับต่ำสุดในรอบวันที่ $2,207.88 ก่อนจะทรงตัวแถว $2,206 ถึง $2,207 ความเร็วของการร่วงและขนาดที่เกิน 5% ในช่วงเวลาสั้นถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญและไม่ใช่แค่การแกว่งตัวปกติ
ทำไมถึงร่วง แรงขายที่กลับมาพร้อมบริบทตลาดที่ยังเปราะบาง
การร่วงครั้งนี้เกิดขึ้นในบริบทที่ ETH เพิ่งพุ่งขึ้นมาแรงกว่า 20% จากจุดต่ำสุดบริเวณ $1,939 ในวันที่ 9 มี.ค. ภายในเวลาเพียง 5 วัน การขึ้นที่เร็วและแรงขนาดนี้มักดึงดูดแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนที่ถือมาตั้งแต่ราคาต่ำ โดยเฉพาะเมื่อราคาเข้าใกล้บริเวณแนวต้านสำคัญอย่างระดับ $2,351
นอกจากนี้ ภาพรวมของ ETH ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวที่เริ่มต้นตั้งแต่ราคาพีคที่ $4,829 ในช่วงสิงหาคม 2568 และมูลค่าหายไปมากกว่า 50% นับจากนั้น การดีดกลับขึ้นมาในระยะสั้นจึงยังต้องพิสูจน์ตัวเองโดยการฝ่าแนวต้านระดับสูงขึ้นไป ซึ่งยังไม่เกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นและพร้อมขายเมื่อมีสัญญาณอ่อนแรง
ในแง่ปัจจัยมหภาค ตลาดคริปโตในช่วงต้นปี 2569 ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนเรื่องทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งมีการประชุมในช่วงกลางเดือน มี.ค. สัญญาณใดก็ตามที่บ่งชี้ว่า Fed ยังไม่เร่งรีบลดดอกเบี้ยจะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเผชิญแรงกดดัน เพราะนักลงทุนจะเลือกสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ปลอดภัยกว่าแทน
จับตาอะไรต่อจากนี้ สัญญาณที่ต้องดูในช่วงที่เหลือของวัน
ระดับ $2,200 กลายเป็นจุดวิกฤตที่ตลาดกำลังทดสอบอยู่ในขณะนี้ หากราคาสามารถทรงตัวอยู่เหนือบริเวณนี้และเริ่มดีดกลับขึ้นมา ก็อาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายเริ่มหมดแรง แต่หากราคาหลุดลงไปต่อ ก็จะเปิดทางไปสู่การทดสอบระดับที่ต่ำกว่า ซึ่งอยู่ใกล้กับโซนกลางของช่วงที่ ETH แกว่งตัวในช่วงสี่สัปดาห์ก่อนหน้า
ปริมาณซื้อขายเป็นตัวชี้วัดสำคัญในสถานการณ์นี้ หากแรงขายลดลงพร้อมกับปริมาณซื้อขายที่หดตัว นั่นอาจหมายความว่าตลาดกำลังย่อตัวพักฐานก่อนจะพยายามขึ้นต่อ ในทางตรงข้าม หากปริมาณซื้อขายยังสูงและราคายังถูกกดอยู่ แรงขายอาจยังไม่จบ นักลงทุนควรติดตามสัญญาณเหล่านี้อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจใดๆ
ความเห็นผู้เขียน
ผมต้องยอมรับว่าการร่วงครั้งนี้ไม่ได้น่าแปลกใจมากนัก เพราะ ETH เพิ่งวิ่งขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดในช่วงสั้นมาก จาก $1,939 มาถึงเกือบ $2,355 ภายใน 5 วัน นั่นคือการขึ้นกว่า 21% ซึ่งเร็วมากและมักตามมาด้วยการย่อตัว
สิ่งที่ผมยังกังวลอยู่คือภาพใหญ่ ETH ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวที่กินเวลามาเกือบครึ่งปีและสูญเสียมูลค่าไปมากกว่าครึ่ง การดีดกลับในระยะสั้นเป็นเรื่องปกติในทุกแนวโน้มขาลง แต่จะเรียกว่าพลิกกลับได้จริงต้องเห็นการฝ่าแนวต้านสำคัญระดับสูงขึ้นไปได้ก่อน
สำหรับคนที่กำลังติดตามสถานการณ์อยู่ ผมอยากเตือนว่าการไล่ตามราคาในช่วงที่ตลาดผันผวนสูงแบบนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งขาขึ้นและขาลง ควรรอให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นก่อน ตลาดตอนนี้ยังไม่ได้บอกว่าอะไรแน่นอน
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI
