bitkub-banner

หุ้นโทเคนไนซ์บนบล็อกเชนโตพุ่ง 50 เท่า ทะลุ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดหุ้นโทเคนไนซ์เติบโตมากกว่า 50 เท่าในปี 2025 จากประมาณ 30 32 ล้านดอลลาร์ในต้นปี ขึ้นมาแตะระดับกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์
  • ผู้เล่นหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตได้แก่ Ondo Global Markets, xStocks (โดย Backed Finance/Kraken), Securitize รวมถึงสถาบันการเงินดั้งเดิมอย่าง NYSE, Nasdaq และ DTCC
  • ตลาด RWA (สินทรัพย์โลกจริงในรูปแบบโทเคน) ในภาพรวมใหญ่กว่ามาก โดยมูลค่าออนเชนรวมแตะกว่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์แล้วในปี 2026

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การเติบโตของตลาดหุ้นโทเคนไนซ์สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั้งสายคริปโตและดั้งเดิมกำลังลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนบล็อกเชนจริงจัง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อระบบนิเวศ DeFi และแพลตฟอร์มที่รองรับ RWA ในระยะยาว แม้ผลกระทบต่อราคาคริปโตในระยะสั้นยังไม่ชัดเจนนัก

ตลาดหุ้นโทเคนไนซ์ (tokenized equities) บนบล็อกเชนเติบโตอย่างก้าวกระโดดตลอดปี 2025 ตามรายงานจาก CoinDesk ซึ่งระบุว่ามูลค่าตลาดพุ่งขึ้นจากต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปีมาสู่ระดับกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้รับการยืนยันพบว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะครอบคลุมตลาด RWA ในวงกว้าง ส่วนตัวเลขสำหรับหุ้นโทเคนไนซ์โดยเฉพาะนั้นเติบโตจากระดับราว 30 32 ล้านดอลลาร์ในต้นปี 2025 ขึ้นสู่ระดับกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ หรือเติบโตมากกว่า 50 เท่าภายในปีเดียว นับเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโครงสร้างพื้นฐานการซื้อขายหุ้นบนบล็อกเชนกำลังเติบโตอย่างจริงจัง

กราฟแสดงมูลค่าตลาดของ Real World Assets (RWA) บนบล็อกเชนจำแนกตามประเภท (เช่น หุ้นรายตัวที่หนุนเต็มจำนวน, ดัชนีหุ้น/โทเคนตะกร้า, หุ้นนอกตลาด/โทเคนลงทุน) ตั้งแต่ต้นปี 2025 ถึงเดือนมีนาคม 2026 โดยมีมูลค่ารวมพุ่งขึ้นสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์
กราฟแสดงมูลค่าตลาดของ Real World Assets (RWA) บนบล็อกเชนจำแนกตามประเภท (เช่น หุ้นรายตัวที่หนุนเต็มจำนวน, ดัชนีหุ้น/โทเคนตะกร้า, หุ้นนอกตลาด/โทเคนลงทุน) ตั้งแต่ต้นปี 2025 ถึงเดือนมีนาคม 2026 โดยมีมูลค่ารวมพุ่งขึ้นสูงกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ (ภาพจาก: @CoinDesk)

จากหุ้นเพียงอย่างเดียวสู่สินทรัพย์โลกจริงในวงกว้าง

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ ตลาด “หุ้นโทเคนไนซ์” และตลาด “สินทรัพย์โลกจริงในรูปแบบโทเคน” (Real-World Assets หรือ RWA) เป็นคนละหมวดหมู่กัน โดย RWA เป็นหมวดที่กว้างกว่าซึ่งรวมทั้งพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สินเชื่อส่วนบุคคล สินค้าโภคภัณฑ์ และตราสารทุน มูลค่าออนเชนรวมของ RWA (ไม่รวม Stablecoin) แตะระดับกว่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์แล้วในเดือนมีนาคม 2026 ตามข้อมูลจาก RWA.xyz

ที่น่าสังเกตคือ การเติบโตของ RWA ไม่ได้มาจากบริษัทคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่สถาบันการเงินดั้งเดิมอย่าง NYSE (ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก) และ Nasdaq ก็กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มหุ้นโทเคนไนซ์และระบบการชำระบัญชีบนบล็อกเชนอย่างจริงจัง ขณะที่ฝั่งคริปโตก็มีผู้เล่นอย่าง Ondo Global Markets, xStocks ที่ดำเนินการโดย Backed Finance ซึ่งถูก Kraken เข้าซื้อกิจการ และ Securitize คอยผลักดันด้วยเช่นกัน

ทำไมการเติบโตรอบนี้จึงแตกต่างจากก่อน

ปัจจัยที่ทำให้ปี 2025 กลายเป็นจุดเปลี่ยนของตลาดหุ้นโทเคนไนซ์มีหลายด้าน ได้แก่ กรอบกฎหมายที่ชัดเจนขึ้นในสหรัฐฯ การเข้ามาของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่ยากจะเพิกเฉย และการที่นักลงทุนรายย่อยทั่วโลกเริ่มมองเห็นประโยชน์ของการซื้อหุ้นบนบล็อกเชนที่เปิด 24 ชั่วโมง ข้ามพรมแดน และมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า S&P Dow Jones Indices เปิดตัวสัญญา S&P 500 แบบ Perpetual บน Hyperliquid เพื่อให้ซื้อขายดัชนีตลาดหุ้นดั้งเดิมได้แบบ 24 ชั่วโมงเป็นครั้งแรก และ JPMorgan ได้เปิดตัวกองทุนโทเคนไนซ์บน Ethereum ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณว่าโลกการเงินแบบดั้งเดิมกำลังก้าวเข้ามาในพื้นที่นี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ Wall Street เองก็ยืนยันว่า Tokenization กำลังพลิกโฉมโลกการเงิน โดยมองทองคำเป็นเป้าหมายต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ Tokenized Gold แตะมูลค่าตลาดกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ไปแล้วในปลายปี 2025


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการเติบโตของหุ้นโทเคนไนซ์รอบนี้น่าสนใจมากกว่าที่เห็นในอดีต เพราะไม่ใช่แค่บริษัทคริปโตที่ทำเองในระบบปิด แต่เป็นการที่ NYSE และ Nasdaq เข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าสถาบันใหญ่ระดับนี้มาจริง มันยากมากที่จะพับเสื่อกลับ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่ากฎหมายในสหรัฐฯ จะเปิดทางให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงหุ้นโทเคนไนซ์ได้มากแค่ไหน เพราะตอนนี้ส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มสถาบัน ถ้าวันไหนเปิดกว้างถึงรายย่อยจริงๆ ตลาดนี้น่าจะโตกระโดดอีกรอบใหญ่มาก

ภาพจาก AI