สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin พุ่งทะลุระดับ 64,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงเปิดตลาดวอลล์สตรีทหลังจากดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI ประจำเดือนมิถุนายนของสหรัฐอเมริกาปรับตัวลดลงเกินคาดมาอยู่ที่ 3.5% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาดที่ประเมินไว้ที่ 3.8%
- การลดลงของตัวเลขเงินเฟ้อในรอบนี้ถือเป็นสถิติการดิ่งลงรายเดือนที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2020 โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากราคาในหมวดพลังงานที่ร่วงลงถึง 5.7% ซึ่งช่วยชดเชยการเพิ่มขึ้นของค่าที่อยู่อาศัยและอาหารได้ทั้งหมดแม้จะมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
- แม้ว่าข่าวดีนี้จะส่งผลให้เกิดสภาวะ Short Squeeze จนมีมูลค่าการล้างพอร์ตฝั่งขายชอร์ตสูงกว่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบ 24 ชั่วโมงแต่นักเทรดส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะเฝ้าระวังเนื่องจากราคายังไม่สามารถฝ่าแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้อย่างเด็ดขาด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากการชะลอตัวของเงินเฟ้อสหรัฐอเมริกาช่วยลดความกังวลเรื่องนโยบายดอกเบี้ยขาขึ้นและกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อคืนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรุนแรงทว่าราคาจำเป็นต้องผ่านแนวต้านสำคัญเพื่อยืนยันการฟื้นตัวที่มั่นคง
ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI ของสหรัฐอเมริกาที่ประกาศออกมาล่าสุดสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดการเงินอย่างมากด้วยการปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 3.5% ซึ่งต่ำกว่าที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เกิดแรงซื้อตีกลับในสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภทโดยเฉพาะตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่ราคา Bitcoin พุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 2% ทันทีที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดทำการ

ความน่าสนใจของการลดลงของเงินเฟ้อในรอบนี้คือหมวดพลังงานที่ดิ่งลงถึง 5.7% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงที่สามารถหักล้างแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านรวมถึงข่าวการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้อารมณ์ของตลาดทุนเปลี่ยนผ่านจากมุมมองที่เคยตึงเครียดเรื่องนโยบายการเงินแบบเข้มงวดมาเป็นมุมมองที่ผ่อนคลายมากขึ้นทันที แม้ว่าเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group จะยังคงให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายนอยู่ก็ตาม

การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มนักลงทุนที่เปิดสถานะขายชอร์ตเอาไว้ โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่ามีมูลค่าการล้างพอร์ตฝั่งขายชอร์ตในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีรวมกันสูงถึงกว่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เนื่องจากแรงซื้อแฝงในตลาดยังคงมีความแข็งแกร่งจนบีบให้ผู้เล่นฝั่งขายต้องทยอยปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยงและกลายเป็นแรงผลักดันให้ราคาขยับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบรรยากาศในภาพรวมจะดูเป็นใจแต่นักเทรดระดับมืออาชีพหลายรายยังคงส่งสัญญาณเตือนให้ใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากโครงสร้างราคาในปัจจุบันยังคงเป็นการวิ่งอยู่ในกรอบเดิมและกำลังเผชิญหน้ากับแนวต้านสำคัญบริเวณ 64,000 ดอลลาร์สหรัฐ
หากราคา Bitcoin ไม่สามารถยืนระยะและยึดพื้นที่ราคาเปิดรายสัปดาห์คืนมาได้อย่างมั่นคง การพุ่งขึ้นในรอบนี้ก็อาจเป็นเพียงการทำจุดสูงสุดที่ต่ำลงก่อนที่จะม้วนตัวกลับลงไปทดสอบแนวรับสำคัญในโซน 60,000 ดอลลาร์สหรัฐอีกครั้งในอนาคต โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่ามีกลุ่มสภาพคล่องขนาดใหญ่รออยู่ที่ระดับเหนือ 64,800 ดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ต้องผ่านไปให้ได้
ที่มา: cointelegraph
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการตอบรับเชิงบวกของ Bitcoin ต่อตัวเลข CPI เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าตลาดคริปโตเคอร์เรนซียังคงมีความไวต่อปัจจัยมหภาคและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาอย่างมาก การที่ตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลงช่วยลดความกดดันเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในระยะสั้น
แต่สิ่งที่เราต้องพิจารณาควบคู่กันไปคือปริมาณสภาพคล่องในตลาดสปอตที่ยังไม่ได้หนุนนำขึ้นมาอย่างโดดเด่น การพุ่งขึ้นจากการบีบฝั่งชอร์ตมักจะมีความผันผวนสูงและอาจหมดแรงได้ง่ายหากไม่มีเม็ดเงินใหม่เข้ามาสมทบ ดังนั้นการที่นักลงทุนเลือกที่จะชะลอการใส่เงินก้อนใหญ่เพื่อรอดูท่าทีว่าราคาจะสามารถยืนเหนือ 64,800 ดอลลาร์สหรัฐได้หรือไม่จึงเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบที่สุดในเวลานี้ เพราะหากผ่านไปไม่ได้ ตลาดก็อาจจะกลับเข้าสู่สภาวะซึมตัวและลงไปทดสอบฐานราคาเดิมเพื่อสะสมพลังใหม่อีกรอบ

