สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงหลุด $70,000 กลับมาไซด์เวย์ในกรอบเดิม สาเหตุหลักมาจากแรงเทขายจากตลาด Futures ขณะที่แรงซื้อจากตลาด Spot ในสหรัฐฯ เริ่มแผ่วลง
- กราฟระยะสั้นแอบส่งสัญญาณ Bullish มีการทำรูปแบบคล้ายตอนเดือนมีนาคมที่ราคาย่อลงมากวาดสภาพคล่อง ก่อนจะดีดกลับอย่างรุนแรง พร้อมเกิดสัญญาณ Bullish Divergence จากดัชนี RSI
- ถ้าราคารีบกลับไปยืน $70,000 – $72,000 ได้ มีสิทธิพุ่งไป $76,000 แต่ถ้าหลุด $68,300 เตรียมเจอกันข้างล่างที่ $65,000 หรือลึกสุด $62,000
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
เมื่อคืนนี้ Bitcoin ร่วงหลุด $69,000 ดึงราคากลับเข้ากรอบไซด์เวย์เดิมที่ตลาดอึดอัดกันมาเป็นเดือน ทั้งที่เพิ่งพุ่งขึ้นไปแตะ $76,000 ได้ไม่กี่วัน แรงขายส่วนใหญ่มาจากนักเทรดที่ใช้เลเวอเรจในตลาด Futures ไม่ใช่การเทขายจากนักลงทุนระยะยาว จึงยังไม่ถือว่าโครงสร้างตลาดพัง อย่างไรก็ตาม รูปแบบกราฟตอนนี้คล้ายกับช่วงต้นมีนาคมมาก ซึ่งตอนนั้นราคาดีดกลับขึ้นได้หลังล้างเลเวอเรจออกจากตลาด โดยด่านแรกที่ต้องจับตาคือ $70,000 ถ้ายืนได้มีลุ้นขึ้นต่อ แต่ถ้าหลุด $68,300 เมื่อไหร่ เป้าถัดไปคือ $65,000–$62,000 ทันที
ช่วงกลางดึกของเมื่อวานนี้ ราคา Bitcoin ร่วงหลุดระดับ $69,000 อย่างรวดเร็ว ดึงราคากลับมาติดอยู่ในกรอบไซด์เวย์เดิมที่ตลาดอึดอัดกันมาเป็นเดือน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะพุ่งทะลุ $76,000 ให้ชื่นใจกันได้เพียงไม่กี่วัน
การย่อตัวอย่างรุนแรงครั้งนี้ ทำให้หลายคนในชุมชนคริปโตเริ่มตั้งคำถามว่า สรุปแล้วรอบนี้ขาขึ้นจบลงแล้ว หรือเป็นแค่การทุบเอาของของบรรดาเจ้ามือกันแน่ ?
สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในการลงครั้งนี้ ไม่ใช่ระดับราคา Bitcoin ในปัจจุบัน แต่คือ “ใครกันแน่ที่เป็นคนเทขาย” โดยข้อมูลจากตลาดชี้ชัดว่า แรงขายหลักมาจากฝั่งนักเทรดที่ใช้เลเวอเรจในตลาด Futures ไม่ใช่นักลงทุนที่ถือเหรียญจริงๆ ในตลาด Spot
ตัวชี้วัดที่นักวิเคราะห์ใช้ติดตามเรื่องนี้คือ Cumulative Volume Delta (CVD) ซึ่งเป็นมาตรวัดแรงซื้อขายสะสม ในกระดานเทรดบนตลาด Spot ซึ่งระบุว่า มีแรงขายหลุดออกมาเพียง 40 ล้านดอลลาร์ แต่ในกระดาน Perpetual Futures กลับเผชิญแรงเทขายกระหน่ำถึง 506 ล้านดอลลาร์ หรือต่างกันกว่า 10 เท่า
ตัวเลขนี้สะท้อนชัดเจนว่า การร่วงลงรอบนี้เป็นเพียงเกมของ “นักเก็งกำไร” ไม่ใช่โครงสร้างตลาดที่พังทลายลง
ประกอบกับ Coinbase Premium Gap ที่พลิกกลับมาติดลบ ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าราคา Bitcoin บน Coinbase ซึ่งเป็นกระดานเทรดหลักของอเมริกาอยู่ต่ำกว่าราคาตลาดโลก ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนอเมริกันกำลังซื้อ Bitcoin น้อยลง

ทั้งนี้ ตลาดยังไม่หมดหวังไปซะทีเดียว เพราะอัตรา Funding Rate ยังคงเป็นบวกที่ 0.05% บ่งบอกว่านักเทรดส่วนใหญ่ยังดึงดันที่จะสู้ในฝั่งขาขึ้น (Long) ประกอบกับกำแพงคำสั่งซื้อที่ตั้งรอรับของอย่างหนาแน่นบริเวณ $70,000 เสมือนมีกองทัพปูพรมรอรับแรงกระแทกไม่ให้ราคาไหลลงไปลึกกว่าระดับดังกล่าว

ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอย ! กราฟ BTC ฟอร์มตัวคล้ายช่วงต้นเดือนมีนาคม
ในมุมมองของสายกราฟเทคนิค ตอนนี้กราฟราคา Bitcoin (BTC) กำลังทำทรงถอดแบบมาจากช่วงต้นเดือนมีนาคม (6-8 มีนาคม) แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือที่นักวิเคราะห์เรียกว่ารูปแบบ Fractal

ย้อนกลับไปตอนนั้น ตลาดก็ใช้วิธีทุบราคาลงมาเพื่อกวาดสภาพคล่องหรือพูดภาษาชาวบ้านคือ “สลัดเม่า” ล้างพอร์ตคนที่กู้เงินมาเปิด Long จนล้นตลาด พอสลัดคนกลุ่มนี้ออกไปจนเกลี้ยง ตลาดก็เบาตัวและพร้อมจะพุ่งทะยานกลับขึ้นไปอย่างรุนแรงรอบใหม่
ปัจจุบันเรากำลังเห็นสัญญาณก่อตัวในลักษณะเดียวกันเป๊ะ โดยเฉพาะการเกิดสัญญาณ Bullish Divergence จากตัวชี้วัด RSI ซึ่งก็คือจังหวะที่ราคาพยายามมุดทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่แรงขายกลับเริ่มหมดจนตัวชี้วัดขัดแย้งงัดหัวขึ้น
ดังนั้น การที่เราเห็นพอร์ตฝั่ง Long ถูกล้างอย่างหนักในช่วงนี้ ในสายตานักวิเคราะห์ไม่ได้มองว่าเป็นข่าวร้าย แต่มองว่านี่คือการเคลียร์เลเวอเรจในตลาดเพื่อเตรียมวิ่งรอบต่อไปนั่นเอง

สำหรับโซนราคาชี้ชะตาที่เราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนรับมือ ด่านแรกคือการงัดราคากลับไปยืนเหนือ $70,000 ให้ได้โดยเร็วที่สุดครับ และถ้ามีแรงฮึดดันทะลุ $72,000 ไปได้สำเร็จ ตลาดก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้เห็นปรากฏการณ์ Short Squeeze หรือการลากไปกิน Stop loss นักลงทุนที่เปิด Short ซึ่งจะช่วยดันราคาให้พุ่งกลับไปหา $76,000 ได้เลย
แต่ในทางกลับกัน หากราคารับแรงขายไม่ไหวจนหลุดแนว $68,300 ลงไป จุดที่ต้องจับตาจะถูกย้ายลงไปที่โซนรอช้อนของไม้ใหญ่บริเวณ $65,000 และลึกสุดที่ฐาน $62,000 ทันที
นักวิเคราะห์ Ryan Scott ผู้ก่อตั้ง Trading Stables ให้มุมมองเสริมไว้ว่า เส้นแบ่งความแข็งแกร่งที่แท้จริงคือ $73,000 ถ้ายืนไม่ได้ก็แปลว่าแรงซื้อยังอ่อนแอ และประตูสู่ 62,000 ก็จะเปิดกว้างขึ้นทันที
มุมมองผู้เขียน: บททดสอบของ Bitcoin รอบนี้คือ การพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเทรนด์ขาขึ้น แม้ราคาจะย่อตัวลึกก็ตาม ดังนั้น ในจังหวะที่ฝุ่นกำลังตลบแบบนี้ การรอดูความชัดเจนให้ราคาเลือกทางที่แนวรับ-แนวต้านสำคัญ คือกลยุทธ์ที่ปลอดภัยสุดในช่วงนี้
ที่มา: cointelegraph
