bitkub-banner

CFTC ไฟเขียวใช้ Bitcoin และ Stablecoin วางเป็นหลักประกันมาร์จิ้นได้แล้ว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมาธิการการซื้อขายสินทรัพย์โภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ออก FAQ ชี้แจงแนวทางการใช้สินทรัพย์คริปโตและหลักประกันโทเค็นสำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียน ครอบคลุม Bitcoin, Ether และ Stablecoin เพื่อการชำระเงิน
  • FAQ ฉบับนี้เป็นการชี้แจงเพิ่มเติมจากจดหมายเจ้าหน้าที่ CFTC Letters 25-39 และ 26-05 ที่ออกมาตั้งแต่ธันวาคม 2568 โดยระบุว่า Futures Commission Merchants (FCMs) สามารถรับสินทรัพย์คริปโตเป็นหลักประกันมาร์จิ้นของลูกค้าได้
  • แนวทางนี้สอดคล้องกับกรอบการทำงานของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) สำหรับโบรกเกอร์-ดีลเลอร์ สะท้อนความพยายามร่วมกันของหน่วยงานกำกับดูแลในการสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบคริปโต

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ความชัดเจนด้านกฎระเบียบจาก CFTC เปิดทางให้สถาบันการเงินขนาดใหญ่ใช้ Bitcoin, Ether และ Stablecoin เป็นหลักประกันมาร์จิ้นในตลาดอนุพันธ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเพิ่มความต้องการสินทรัพย์คริปโตจากฝั่งสถาบัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนี่เป็นเพียง FAQ ระดับเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่กฎระเบียบที่มีผลบังคับใช้ ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นจึงจำกัด

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph คณะกรรมาธิการการซื้อขายสินทรัพย์โภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) โดยหน่วยงานกำกับดูแลตลาด (MPD) และหน่วยงานกำกับดูแลการชำระบัญชีและความเสี่ยง (DCR) ได้เผยแพร่คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เพื่อชี้แจงแนวทางเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์คริปโตและเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียน ครอบคลุมเรื่องหลักประกันโทเค็น (tokenized collateral) และการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นมาร์จิ้น FAQ ฉบับนี้เป็นการชี้แจงเพิ่มเติมจากจดหมายเจ้าหน้าที่ที่ออกก่อนหน้านี้ ไม่ใช่แนวทางใหม่ที่ออกเป็นครั้งแรก โดยต่อยอดจาก CFTC Staff Letter 25-39 และ 26-05 ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ธันวาคม 2568

Bitcoin และ Stablecoin ใช้เป็นหลักประกันมาร์จิ้นได้แล้ว มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ตามแนวทางใน Staff Letter 26-05 ที่ FAQ ฉบับนี้ชี้แจงเพิ่มเติม Futures Commission Merchants (FCMs) สามารถรับ Stablecoin เพื่อการชำระเงิน, Bitcoin และ Ether เป็นหลักประกันมาร์จิ้นของลูกค้าได้แล้ว โดย FCMs จะสามารถนำมูลค่าสินทรัพย์คริปโตดังกล่าวหลังหักส่วนลด (Haircut) ที่เหมาะสมมาค้ำประกันยอดลูกหนี้หรือยอดขาดดุลในบัญชีลูกค้าสำหรับสัญญาฟิวเจอร์และบัญชี Swaps ที่มีการชำระบัญชีแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดในช่วงสามเดือนแรก ได้แก่ FCMs ถูกจำกัดให้รับเฉพาะ Stablecoin เพื่อการชำระเงิน, Bitcoin และ Ether เท่านั้น และต้องรายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงยื่นรายงานรายสัปดาห์ของสินทรัพย์คริปโตที่ถือครองในบัญชีลูกค้า นอกจากนี้ หาก FCMs ต้องการฝาก Stablecoin ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองเป็นส่วนที่เหลือในบัญชีลูกค้าที่แยกต่างหาก จะต้องมีค่าธรรมเนียมเงินทุนขั้นต่ำ 2% ของมูลค่าตลาดด้วย

หลักประกันโทเค็นและกรอบกฎระเบียบที่เป็นกลางทางเทคโนโลยี

ในส่วนของหลักประกันโทเค็นตาม CFTC Letter 25-39 นั้น CFTC นิยาม “สินทรัพย์โทเค็น” ว่าคือการแสดงทางดิจิทัลของสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น พันธบัตรกระทรวงการคลัง หุ้นกู้ หุ้นในกองทุนตลาดเงิน หรือหลักทรัพย์ทุน ที่ถูกบันทึกบนบล็อกเชนในรูปของโทเค็นดิจิทัล ผู้ที่ลงทะเบียนเป็น Swap Dealer สามารถใช้หลักประกันที่มีคุณสมบัติในรูปแบบโทเค็นได้ โดยต้องให้สิทธิทางกฎหมายและเศรษฐกิจแก่ผู้ถือเทียบเท่ากับการถือครองสินทรัพย์แบบดั้งเดิม

จุดสำคัญที่ CFTC ย้ำในแนวทางนี้คือ กฎระเบียบของ CFTC ไม่ได้กำหนดเทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐานการดำเนินงานเฉพาะเจาะจงสำหรับการโอนหรือถือครองหลักประกัน หมายความว่าสินทรัพย์จะยังมีคุณสมบัติเป็นมาร์จิ้นได้ตราบใดที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นแนวทางที่เป็นกลางทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ CFTC ยังได้ถอน Staff Advisory 20-34 และแนวทางการตีความปี 2563 เกี่ยวกับ “การส่งมอบจริง” ในธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับลูกค้ารายย่อยด้วย ซึ่งลบข้อจำกัดเดิมที่เคยขัดขวางไม่ให้ FCMs ถือครองหรือรับสกุลเงินเสมือนเป็นหลักประกันมาร์จิ้น

สัญญาณของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ

แนวทาง CFTC ฉบับนี้สอดคล้องกับกรอบการทำงานคู่ขนานของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) สำหรับโบรกเกอร์-ดีลเลอร์ สะท้อนถึงความพยายามร่วมกันของหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ที่จะสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบสำหรับสินทรัพย์คริปโตในระบบการเงินสถาบัน ทั้งนี้ Derivatives Clearing Organizations (DCOs) ยังสามารถรับสินทรัพย์คริปโต รวมถึง Stablecoin เพื่อการชำระเงิน เป็น Initial Margin สำหรับธุรกรรมที่มีการชำระบัญชีได้ หากสินทรัพย์ดังกล่าวเป็นไปตามข้อกำหนดความเสี่ยงด้านเครดิต ตลาด และสภาพคล่องขั้นต่ำ โดย DCOs มีหน้าที่กำหนด Haircut ที่เหมาะสมและต้องประเมินอย่างน้อยทุกเดือนภายใต้สภาวะตลาดที่ตึงเครียด


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ CFTC ออก FAQ ชี้แจงแนวทางเรื่องนี้เพิ่มเติมถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการนำ Bitcoin และ Stablecoin เข้าสู่ระบบการเงินสถาบันอย่างเป็นทางการ แต่ต้องเข้าใจว่านี่คือ FAQ ระดับเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่กฎระเบียบที่ผ่านกระบวนการออกกฎอย่างเป็นทางการ จึงยังขาดน้ำหนักทางกฎหมายเต็มรูปแบบ สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือว่าจะมีสถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มนำ Bitcoin หรือ Ether มาใช้เป็นหลักประกันมาร์จิ้นจริงในระยะเวลาอันใกล้หรือไม่ ถ้าเริ่มเห็นการเคลื่อนไหวในส่วนนั้น อาจเป็นสัญญาณที่ส่งผลต่อราคาในระยะกลางได้

ภาพจาก AI