bitkub-banner

SBF ขอ Trump อภัยโทษจากในคุก พ่อแม่ขึ้น CNN เรียกลูกว่า ‘เหยื่อ’ คนไทยที่เสียเงินบน FTX ควรโกรธ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • พ่อแม่ SBF ขึ้นรายการ CNN เรียกลูกว่า ‘เหยื่อ’ และขอ Trump อภัยโทษ ขณะที่ SBF เองส่งข้อความสนับสนุน Trump โจมตีอิหร่านจากในคุก
  • Trump ปฏิเสธว่าไม่มีแผนอภัยโทษให้ SBF แต่ครอบครัว Bankman-Fried ยังคงติดต่อทนายความและคนใกล้ชิด Trump อยู่
  • FTX Recovery Trust จะจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้ 2.2 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 31 มี.ค. 2026 แต่คำนวณจากราคาเหรียญตอนล้มละลายปี 2022 ทำให้เจ้าหนี้หลายรายเสียกำไรมหาศาล

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  BEARISH

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของวงการคริปโต ทั้งความเสี่ยงจากการฝากเงินบนเว็บกระดานเทรดรวมศูนย์ และระบบยุติธรรมที่อาจถูกแทรกแซงทางการเมือง แม้เงินจะถูกจ่ายคืน แต่มูลค่าที่เสียไปจากการคำนวณตามราคาปี 2022 ทำให้เจ้าหนี้ขาดทุนจริง และความเป็นไปได้ที่ SBF อาจหลุดพ้นโทษจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนรายย่อย

ชายที่ขโมยเงินลูกค้าไป 8 พันล้านดอลลาร์กำลังพยายามออกจากคุก และวิธีของเขาคือการเอาใจประธานาธิบดีสหรัฐฯ Sam Bankman-Fried หรือ SBF ผู้ก่อตั้ง FTX ที่ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี กำลังส่งข้อความสนับสนุน Donald Trump จากในคุก ขณะที่พ่อแม่ของเขาขึ้นรายการ CNN เรียกลูกชายว่า “เหยื่อของการดำเนินคดีที่เกินเลย” และขอร้องให้ Trump ให้อภัยโทษ

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวจากสหรัฐฯ นักลงทุนคริปโตชาวไทยจำนวนมากเคยใช้ FTX เป็นเว็บกระดานเทรดหลัก และหลายคนสูญเสียเงินทั้งหมดเมื่อเว็บปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2022 คำถามที่ต้องถามคือ ถ้าคนที่โกงเงิน 8 พันล้านดอลลาร์ได้อิสรภาพคืนเพราะความสัมพันธ์ทางการเมือง “ความยุติธรรมในวงการคริปโต” ที่ทุกคนพูดถึงมันมีจริงหรือไม่

พ่อแม่ SBF ขึ้น CNN เรียกลูกว่า “เหยื่อ” ขอ Trump อภัยโทษสดบนรายการ

พ่อแม่ SBF ขึ้น CNN เรียกลูกว่า
ภาพจาก AI

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2026 Joseph Bankman และ Barbara Fried พ่อแม่ของ SBF ซึ่งทั้งคู่เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Stanford ปรากฏตัวในรายการ “Michael Smerconish” ทางช่อง CNN โดยยืนยันว่าลูกชายของพวกเขาบริสุทธิ์ Barbara Fried กล่าวตรง ๆ ว่า Sam เป็น “เหยื่อของการดำเนินคดีที่เกินเลยและมีแรงจูงใจทางการเมือง”

ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ทั้งคู่อ้างว่าลูกชายของพวกเขามี “ประสบการณ์ร่วม” กับ Trump เพราะคดีของ SBF และคดีแพ่งของ Trump ตกอยู่ภายใต้ผู้พิพากษาคนเดียวกันคือ Lewis Kaplan พวกเขาใช้จุดนี้เป็นสะพานเชื่อมเพื่อขอร้องให้ Trump พิจารณาอภัยโทษให้ลูกชาย

ภาพใบหน้า Sam Bankman-Fried อดีต CEO ของ FTX ที่ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี
ภาพจาก: Lingrid Trade (X)

ต้องย้อนกลับไปดูบริบทให้ดี ก่อนที่ FTX จะล่มสลาย SBF เคยเป็นหนึ่งในผู้บริจาคเงินรายใหญ่ที่สุดให้กับพรรคเดโมแครต ไม่ใช่พรรครีพับลิกัน แต่ตอนนี้เขากลับลำมาสนับสนุน Trump แบบเต็มที่ คำถามคือ ความเชื่อทางการเมืองของเขาเปลี่ยนจริง หรือนี่คือกลยุทธ์เอาตัวรอดล้วน ๆ

SBF สนับสนุน Trump โจมตีอิหร่านจากในคุก เดินเกมขออภัยโทษ

SBF สนับสนุน Trump โจมตีอิหร่านจากในคุก เดินเกมขออภัยโทษ
ภาพจาก AI

SBF ไม่ได้แค่นั่งเฉย ๆ รอวันอุทธรณ์ในคุก เขาส่งข้อความผ่าน “ช่องทางการสื่อสารที่ได้รับอนุญาตในเรือนจำ” โดยมีคนเป็นตัวกลางโพสต์ข้อความบน X แทนเขา หนึ่งในข้อความล่าสุดที่สร้างกระแสอย่างมากคือการสนับสนุนการตัดสินใจของ Trump ในการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน

SBF เรียกปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านว่าเป็น “มาตรการที่จำเป็นเพื่อจัดการกับภัยคุกคามทางนิวเคลียร์” และชมว่ามัน “ทำให้ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ” เป็นถ้อยคำที่ฟังเหมือนแถลงการณ์จากทำเนียบขาวมากกว่าจะเป็นความเห็นของนักโทษที่ถูกจำคุกในข้อหาฉ้อโกง

Position XBT วิเคราะห์เรื่องนี้ได้ตรงจุดว่า “SBF ที่ประจบ Trump จากในคุกเป็นเรื่องของการเอาตัวรอดล้วน ๆ ไม่ใช่เรื่องของการกลับมาในวงการคริปโต เทรดเดอร์ไม่ควรสนใจการหาความสนใจของเขา ยกเว้นว่าจะมีการพูดเรื่องอภัยโทษในวอชิงตันจริง ๆ”

แต่ข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดคือ Trump เองได้ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ว่า “ไม่มีเจตนาที่จะอภัยโทษให้ Sam Bankman-Fried” และทำเนียบขาวก็ยืนยันว่าเรื่องอภัยโทษให้ SBF “ไม่อยู่ในการพิจารณา” แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ความพยายามของครอบครัว Bankman-Fried ไม่ได้หยุดลง มีรายงานว่าพ่อแม่ของ SBF ได้ติดต่อทนายความและบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับ Trump เพื่อสำรวจช่องทางการขออภัยโทษ

ย้อนรอย FTX ล่มสลาย เงิน 8 พันล้านดอลลาร์ที่หายไปในชั่วข้ามคืน

สำหรับคนที่อาจลืมไปแล้วว่า FTX ล่มสลายอย่างไร ลองย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ ในเดือนพฤศจิกายน 2022 เว็บไซต์ CoinDesk เปิดเผยว่า Alameda Research บริษัทเทรดในเครือเดียวกันกับ FTX ซึ่งก่อตั้งโดย SBF เช่นกัน มีการถือครองเหรียญ FTT (เหรียญของ FTX เอง) เป็นจำนวนมหาศาล และมีความเชื่อมโยงทางการเงินกับ FTX อย่างลึกซึ้ง

เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ลูกค้าแห่ถอนเงินออกจาก FTX จนเว็บรับมือไม่ไหว เพราะในความเป็นจริง FTX ได้นำเงินฝากของลูกค้าไปให้ Alameda Research กู้ยืมไปลงทุนและใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว เกิด “รูดำ” มูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ขึ้นในบัญชีของ FTX เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2022 FTX, FTX US, Alameda Research และบริษัทในเครืออีกกว่า 100 แห่งยื่นล้มละลาย

ภาพแสดงเครือข่ายการลงทุนของ FTX ที่รวมถึง Solana, Anthropic, SpaceX และเหมืองขุด Bitcoin ก่อนล่มสลาย
ภาพแสดงเครือข่ายการลงทุนของ FTX ก่อนล่มสลาย ภาพจาก: CryptoDailyAlert (X)

ดังที่เห็นในภาพด้านบน FTX ไม่ได้แค่เป็นเว็บกระดานเทรด แต่ยังเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายการลงทุนขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมตั้งแต่ Solana, Anthropic (AI), SpaceX ไปจนถึงเหมืองขุด Bitcoin เงินที่ใช้ลงทุนเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากเงินของลูกค้า

[email protected] สรุปบทเรียนสำคัญว่า “ในเดือนพฤศจิกายน 2022 เว็บกระดานเทรด FTX ล่มสลายในชั่วข้ามคืน เงินของลูกค้า 8 พันล้านดอลลาร์หายไป ผู้ใช้ที่ฝากคริปโตไว้บน FTX ไม่มีทางเรียกร้องอะไรได้ เพราะแพลตฟอร์มเป็นคนควบคุม private key ส่วนผู้ใช้ที่ถือ key เองในโปรโตคอล DeFi ไม่ได้รับผลกระทบ”

Caroline Ellison ออกจากคุกแล้ว SBF ยังอยู่อีก 23 ปี (ถ้าไม่ได้อภัยโทษ)

Caroline Ellison ออกจากคุกแล้ว SBF ยังอยู่อีก 23 ปี (ถ้าไม่ได้อภัยโทษ)
ภาพจาก AI

องค์ประกอบที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้นคือชะตากรรมที่แตกต่างกันของคนที่เกี่ยวข้อง Caroline Ellison อดีต CEO ของ Alameda Research และอดีตแฟนสาวของ SBF สารภาพผิดในข้อหาฉ้อโกงตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 เธอยอมรับว่ารู้เห็นเรื่องการนำเงินลูกค้า FTX ไปใช้ใน Alameda และกลายเป็นพยานหลักของรัฐบาลในการเอาผิด SBF

ศาลยกย่องความร่วมมือของ Ellison ว่า “มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง” และ “มีบทบาทสำคัญ” ในการตัดสินลงโทษ SBF เธอถูกตัดสินจำคุก 2 ปีและได้รับการปล่อยตัวในเดือนมกราคม 2026 หลังรับโทษ 14 เดือน ขณะที่ SBF ที่ถูกตัดสินจำคุก 25 ปีเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2024 และถูกสั่งให้ริบทรัพย์สิน 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ กำลังอุทธรณ์คดีอยู่

ลองคิดดูสิ Ellison ที่รู้เห็นเรื่องทุจริตและมีส่วนร่วมโดยตรงออกมาใช้ชีวิตปกติแล้ว แต่ลูกค้า FTX หลายคนยังรอเงินคืนอยู่ และตอนนี้ SBF เองก็กำลังหาทางออกจากคุก นี่คือ “ความยุติธรรม” หรือ

เงินคืน 2.2 พันล้านดอลลาร์ วันที่ 31 มีนาคม 2026 แต่ลูกค้าได้คืนจริงเท่าไหร่

เงินคืน 2.2 พันล้านดอลลาร์ วันที่ 31 มีนาคม 2026 แต่ลูกค้าได้คืนจริงเท่าไหร่
ภาพจาก AI

ท่ามกลางดราม่าเรื่องอภัยโทษ มีข่าวดีเล็ก ๆ สำหรับเจ้าหนี้ FTX ในวันที่ 31 มีนาคม 2026 FTX Recovery Trust จะจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้รอบที่ 4 เป็นจำนวนประมาณ 2.2 พันล้านดอลลาร์ เมื่อรวมกับรอบก่อนหน้า ยอดจ่ายทั้งหมดจะอยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์

Cipher Protocol วิเคราะห์ว่า “วันที่ 31 มีนาคม จะเป็นเหตุการณ์ปล่อยสภาพคล่องครั้งใหญ่ที่สุดของปี 2026 นักวิเคราะห์คาดว่า 60% ของเงินจะไหลกลับเข้าสู่ตลาดคริปโต นั่นคือ 1.32 พันล้านดอลลาร์ที่กำลังหาที่ลง จับตาดูว่ามันจะไปลงที่ไหน”

แต่ตัวเลขสวยหรูเหล่านี้มีรายละเอียดที่ต้องดูให้ดี การจ่ายเงินคืนเจ้าหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยคำนวณจากมูลค่าของเหรียญ ณ วันที่ FTX ยื่นล้มละลายในเดือนพฤศจิกายน 2022 ซึ่งหมายความว่า ถ้าคุณมี Bitcoin บน FTX ตอนนั้นที่ราคาประมาณ $16,000-17,000 คุณจะได้เงินคืนคำนวณจากราคานั้น ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน เจ้าหนี้บางกลุ่มเช่น “Convenience Claims” จะได้คืน 120% แต่เจ้าหนี้ที่มีการเรียกร้องเกิน $50,000 อาจได้คืนเพียง 18% ของมูลค่าการเรียกร้อง

พูดตรง ๆ ก็คือ ถ้าคุณมี 1 Bitcoin บน FTX ตอนล่มสลาย คุณอาจได้เงินคืนประมาณ $16,000 ขณะที่ Bitcoin วันนี้มีมูลค่าสูงกว่านั้นหลายเท่า “ได้คืน 100%” ในทางเทคนิค แต่ในความเป็นจริง คุณสูญเสียกำไรมหาศาลที่ควรได้ และนั่นคือราคาที่ต้องจ่ายเพราะฝากเงินไว้กับคนที่กลายเป็นนักต้มตุ๋น

ถ้า SBF ได้อภัยโทษจริง มันจะหมายความว่าอะไรสำหรับวงการคริปโต

ถ้า SBF ได้อภัยโทษจริง มันจะหมายความว่าอะไรสำหรับวงการคริปโต
ภาพจาก AI

แม้ Trump จะบอกว่าไม่มีแผนอภัยโทษ แต่ในโลกการเมืองอเมริกา คำพูดวันนี้อาจเปลี่ยนได้พรุ่งนี้ ลองจินตนาการว่าถ้า SBF ได้รับการอภัยโทษจริง มันจะส่งสัญญาณอะไรให้กับตลาดคริปโต

ประการแรก มันจะเป็นการบอกว่าคนรวยที่มีเส้นสายทางการเมืองสามารถโกงเงินนักลงทุนรายย่อยได้โดยไม่ต้องรับผลที่แท้จริง ประการที่สอง มันจะทำลายความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรมที่ถูกยกขึ้นมาเป็น “ชัยชนะ” ในการทำความสะอาดวงการคริปโต และประการที่สาม มันจะทำให้นักต้มตุ๋นรุ่นต่อไปรู้ว่า ตราบใดที่คุณบริจาคเงินให้ถูกคนและพูดถูกเรื่อง ประตูคุกก็เปิดได้

Coin Medium สรุปเรื่องราวของ SBF ได้ชัดเจนว่า “จากราชาคริปโตสู่นักต้มตุ๋นที่ถูกตัดสินลงโทษ Sam Bankman-Fried เคยมีมูลค่าทรัพย์สิน 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นใบหน้าของการปฏิวัติการเงินรูปแบบใหม่ ตอนนี้ โทษจำคุก 25 ปี อะไรผิดพลาด เบื้องหลัง FTX มีความเชื่อมโยงลับกับ Alameda Research เงินหลายพันล้านดอลลาร์ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์”

Robert McLaws ก็ชี้ให้เห็นอีกมุมว่า “คนที่พูดว่า SBF เป็นนักลงทุนที่เก่ง ลืมไปว่าแม้นักลงทุนของเขาจะได้เงินคืน แต่ทุกอย่างเกี่ยวกับวิธีที่เขาบริหาร FTX และกองทุนของเขาคืออาชญากรรม แม้จะมีกฎระเบียบคริปโตใหม่ก็ตาม แม้เขาจะเก่งเรื่องเลือกลงทุน ยังมีความผิดอีกมากมาย”

ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้น่าขยะแขยง ไม่มีทางอ้อมค้อมได้

SBF ไม่ใช่ “เหยื่อ” ของอะไรทั้งนั้น เขาเป็นคนที่สร้างระบบขึ้นมาเพื่อเอาเงินลูกค้าไปใช้ส่วนตัวและลงทุนในธุรกิจอื่น ผู้พิพากษา คณะลูกขุน และหลักฐานทั้งหมดชี้ชัดว่าเขามีความผิด การที่พ่อแม่ซึ่งเป็นอาจารย์จาก Stanford มาบอกว่าลูกเป็นเหยื่อ มันไม่ใช่ความรักของพ่อแม่ แต่เป็นการดูถูกนักลงทุนทุกคนที่สูญเสียเงินเพราะลูกชายของพวกเขา

ผมรู้จักคนไทยหลายคนที่มีเงินอยู่บน FTX ตอนมันล่ม บางคนเก็บเงินเดือนมาทีละนิด บางคนเพิ่งเริ่มลงทุนครั้งแรก เงินเหล่านั้นหายไปในพริบตา และตอนนี้คนที่ขโมยมันไปกำลังนั่งทวีตสนับสนุนการโจมตีอิหร่านจากในคุก เพื่อเอาใจคนที่มีอำนาจปล่อยเขาออกมา มันเป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต

ข่าวดีคือ ณ ตอนนี้ Trump บอกว่าจะไม่อภัยโทษ แต่ผมไม่ไว้ใจคำพูดของนักการเมือง ถ้าวันหนึ่ง SBF ได้ออกมาจริง ผมคิดว่ามันจะเป็นจุดจบของความเชื่อที่ว่า “ระบบยุติธรรมจะปกป้องนักลงทุนรายย่อย” และมันจะเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดว่าทำไมการถือ private key ด้วยตัวเอง (self-custody) ถึงสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด เพราะสุดท้ายแล้ว คุณพึ่งพาใครไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเว็บกระดานเทรด ศาล หรือรัฐบาล มีแต่ตัวคุณเองที่ปกป้องเงินของคุณได้

เครดิตภาพจาก @CryptoRizon